วารสารสุทธิปริทัศน์
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal
<p><strong>วารสารสุทธิปริทัศน์</strong></p> <p><strong>ISSN : 2730-2717 (online) ISSN : 2730-2709 (print)</strong></p> <p><strong>กำหนดออก :</strong> ปีละ 4 ฉบับ <br />ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม <br />ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน <br />ฉบับที่ 3 สิงหาคม-กันยายน <br />และฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม รวมทั้งฉบับพิเศษ (ถ้ามี)</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ </strong>วารสารมีนโยบายรับตีพิมพ์บทความ ในด้านสังคมศาสตร์ อันได้แก่</p> <p><strong>สาขาวิชา </strong><strong>:</strong><strong><br /></strong>1. บริหารธุรกิจ การจัดการและการบัญชี<br />2. เศรษฐศาสตร์ เศรษฐมิติและการเงิน</p> <p><strong>สาขาวิชาย่อย :<br /></strong>1. ธุรกิจทั่วไป การจัดการและการบัญชี<br />2. การจัดการด้านกลยุทธ์และการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ที่เกี่ยวข้องกับทางธุรกิจ)<br />3. พฤติกรรมองค์กรและการจัดการทรัพยากรมนุษย์<br />4. เศรษฐศาสตร์ทั่วไป เศรษฐมิติ และการเงินและการบัญชี</p>
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
th-TH
วารสารสุทธิปริทัศน์
2730-2709
<p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารสุทธิปริทัศน์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</p> <p>บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสุทธิปริทัศน์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสุทธิปริทัศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารสุทธิปริทัศน์ก่อนเท่านั้น</p>
-
Our dollar, your problem: An insider's view of seven turbulent decades of global finance, and the road ahead
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/288185
วราวุฒิ เรือนคำ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-30
2026-03-30
40 1
173
174
-
ปัจจัยคุณภาพชีวิตการทำงานที่มีผลต่อการคงอยู่ของพนักงานสายปฏิบัติการ: กรณีศึกษาพนักงานระดับสายปฏิบัติการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/282627
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน และปัจจัยคุณภาพชีวิตการทำงานที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงานระดับสายปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากพนักงานระดับสายปฏิบัติการจำนวน 486 คน ด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน (การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ) ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลในความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานระดับสายปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ปัจจัยคุณภาพชีวิตการทำงานที่มีผลต่อการคงอยู่ในงานของพนักงานระดับสายปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 และ 0.01 มีอิทธิพลสูงที่สุด คือ ด้านโอกาสในการพัฒนาตนเองและความก้าวหน้าในอาชีพ ส่วนปัจจัยสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพ และความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ไม่พบว่า มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงาน ให้เกิดความพึงพอใจและสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานต่อองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
จินตนา ธราพร
ปิยธิดา เพียรลุประสิทธิ์
ธฤตวัน เจริญพร
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-16
2026-03-16
40 1
1
18
-
ความสามารถในการทำกำไร โครงสร้างเงินทุน มีอิทธิพลต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/280850
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษอิทธิพลของความสามารถในการทำกำไรและโครงสร้างเงินทุนที่มีต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ ในช่วงปี พ.ศ. 2562–2566 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมดังกล่าวเผชิญทั้งวิกฤติและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ งานวิจัยนี้จึงมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจปัจจัยทางการเงินที่กำหนดมูลค่าตลาดของบริษัทในภาคส่วนที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากงบการเงินประจำปี จำนวน 63 ตัวอย่าง ตัวแปรอิสระ ได้แก่ อัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และโครงสร้างเงินทุน ขณะที่ขนาดกิจการเป็นตัวแปรควบคุม และราคาหลักทรัพย์เป็นตัวแปรตาม ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า อัตรากำไรขั้นต้นและโครงสร้างเงินทุนมีอิทธิพลเชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ขณะที่ขนาดกิจการมีอิทธิพลเชิงลบ ส่วนอัตรากำไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ข้อค้นพบนี้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของคุณภาพกำไรและการบริหารโครงสร้างเงินทุนต่อการสร้างมูลค่าตลาด ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ที่ช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการเงินและเป็นแนวทางเชิงปฏิบัติแก่ผู้บริหารและนักลงทุน</p>
วิวรวรรณ ประดิษฐ์
เปรมารัช วิลาลัย
อริสรา ธานีรณานนท์
เพ็ญธิดา พงษ์ธานี
ณัฐพัชร์ นวลมณีฐิติ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-12
2026-03-12
40 1
19
33
-
ความน่าเชื่อถือของผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการเงินมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มเจเนอเรชั่นวายในกรุงเทพมหานคร
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/282712
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความน่าเชื่อถือของผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการเงินมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มเจเนอเรชั่นวายในกรุงเทพมหานคร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทดสอบความเชื่อมั่นของเนื้อหาด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคกับตัวอย่าง จำนวน 30 คน ได้ระดับความเชื่อมั่น 0.82 และแจกแบบสอบถามออนไลน์กับตัวอย่างที่เป็นกลุ่มเจเนอเรชั่นวายที่มีช่วงอายุระหว่าง 28-45 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 300 คน ด้วยวิธี Cluster Sampling จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่อหาค่าความถี่และร้อยละ วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการเงิน และการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่อคำนวณหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายด้านและโดยรวม ทดสอบสมมติฐานการวิจัย โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน คือ สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 พบว่า โดยภาพรวม ความน่าเชื่อถือของผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการเงินมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 กล่าวสรุปโดยภาพรวมความน่าเชื่อถือของผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการเงินมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ทั้งด้านความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญ ความน่าไว้วางใจและความดึงดูดใจ ตรงตามสมมติฐานที่กำหนดไว้</p>
นภสินธุ์ ชาลือ
พรพรหม ชมงาม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-16
2026-03-16
40 1
34
49
-
การประเมินกลไกแรงจูงใจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ในมณฑลยูนนาน โดยใช้กรอบการประเมิน CIPP
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283768
<p>การวิจัยนี้ใช้กรอบ CIPP และ SEM เพื่อวิเคราะห์ว่าสิ่งจูงใจทางเศรษฐกิจไม่ใช่เศรษฐกิจและด้านพัฒนามีผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานใน SMEs อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของจีน อย่างไรผลพบว่า สิ่งจูงใจทางเศรษฐกิจและพัฒนาช่วยเพิ่มการรับรู้เชิงบวกต่อการดำเนินงานของระบบจูงใจขณะที่สิ่งจูงใจที่ไม่ใช่เศรษฐกิจมีผลจำกัด การดำเนินงานที่โปร่งใสและยุติธรรมมีบทบาทสื่อกลางสำคัญและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น (เช่น ความทุ่มเท นวัตกรรม และความพึงพอใจ) โมเดล SEM มีความเหมาะสมดี (χ<sup>²</sup>/df = 1.98, CFI = 0.97, RMSEA = 0.051) งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยเติมช่องว่างเชิงทฤษฎีด้านแรงจูงใจใน SMEs และสามารถนำไปใช้โดยผู้ประกอบการ ผู้จัดการ HR และนักวิจัย เพื่อออกแบบระบบจูงใจที่ทั้งมีประสิทธิผลและเหมาะกับบริบทของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์</p>
เฉิน จุนหรู
ศิริเดช คําสุพรหม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-12
2026-03-12
40 1
50
62
-
ผลกระทบของกรอบ McKinsey 7S และการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้าต่อความยั่งยืนของสถาบันฝึกอบรมทางการศึกษาในคุนหมิง
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283294
<p>การศึกษานี้ นำสถาบันการฝึกอบรมด้านการศึกษาหลังเลิกเรียนไปใช้เป็นตัวอย่างวิจัย และสร้างเฟรมเวิร์กวิจัยเชิงสัมพันธ์ “7S-CRM-ESG” โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณ และรวบรวมข้อมูลจากพนักงานสถาบันผ่านแบบสอบถามเพื่อการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ ผลการวิจัยเผยให้เห็นว่า ในสถาบันการฝึกอบรมด้านการศึกษาระหว่าง K-12 เฟรมเวิร์กของ McKinsey 7S ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อความยั่งยืน และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อ CRM อย่างไรก็ตาม CRM ไม่มีผลกระทบโดยตรงที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และไม่สวมบทบาทกลางระหว่างกรอบการทำงานของ McKinsey 7S และการพัฒนาที่ยั่งยืน การศึกษานี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างการประยุกต์ใช้ของ McKinsey 7S ในบริบทขององค์กรที่ไม่ใช่ธุรกิจ และให้การสนับสนุนเชิงประจักษ์สำหรับการใช้งานในสถาบันการฝึกอบรมทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลอ้างอิงที่มีค่าสำหรับรัฐบาลในการเพิ่มประสิทธิภาพการปกครอง ส่งเสริมการดำเนินงานตามมาตรฐานของสถาบันการฝึกอบรม และช่วยในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนาความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการฝึกอบรม</p>
พ่าง เหล่ย
อดิลล่า พงศ์ยี่หล้า
พรทิพย์ ตันติวิเศษศักดิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-12
2026-03-12
40 1
63
80
-
อิทธิพลของความรำคาญ การให้ข้อมูล การตระหนักรู้ และความน่าเชื่อถือของธนาคารบน สื่อโฆษณานอกบ้านที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้บริการธนาคารกรุงศรีของประชาชนใน กรุงเทพมหานคร
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283530
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของความรำคาญ การให้ข้อมูล การตระหนักรู้ และความน่าเชื่อถือของสื่อโฆษณานอกบ้านของธนาคารกรุงศรีที่มีผลต่อความตั้งใจใช้บริการของประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยมีสมมติฐาน คือ ความรำคาญ การให้ข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และการตระหนักรู้สามารถร่วมกันทำนายความตั้งใจเลือกใช้บริการธนาคารกรุงศรีของประชาชนในกรุงเทพมหานครได้ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประเภทการวิจัยเชิงพยากรณ์ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ที่พบเห็นโฆษณานอกบ้านของธนาคารกรุงศรีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ </p> <p>ผลการวิจัย พบว่า ความรำคาญและความน่าเชื่อถือของธนาคารบนสื่อโฆษณานอกบ้านไม่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจใช้บริการทางสถิติ ขณะที่การให้ข้อมูลและการตระหนักรู้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยมีสมการทำนาย คือ Y (ความตั้งใจใช้บริการ) = 0.480 + 0.392 (การตระหนักรู้) + 0.305 (การให้ข้อมูล) สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 27.90 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อการรับข้อมูลที่ชัดเจนและการรับรู้แบรนด์จากสื่อโฆษณานอกบ้านมากกว่าประเด็นด้านความรำคาญหรือความน่าเชื่อถือ ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อการออกแบบกลยุทธ์สื่อโฆษณานอกบ้านของธนาคารกรุงศรีและสถาบันการเงินอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารการตลาด และสร้างแรงจูงใจในการเลือกใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น</p>
ธนกฤต เบญจพลานนท์
วีรพงษ์ พวงเล็ก
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-18
2026-03-18
40 1
81
98
-
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งในกรุงเทพมหานคร
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283368
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สำรวจปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านระบบโลจิสติกส์ และประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งในกรุงเทพมหานคร และ 2. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่ง ผู้จัดการด้านโลจิสติกส์ และพนักงานขนส่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า การจัดการโลจิสติกส์อยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีระบบ ขณะที่บุคลากร เทคโนโลยีการขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อม อยู่ในระดับมาก จากผลการประเมินสามารถกำหนดแนวทางการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ โดยเน้นการพัฒนาทักษะเฉพาะทางของบุคลากร การจัดสรรทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งในกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอาหารทะเลแช่แข็ง ได้รับการประเมินในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านความพึงพอใจของผู้ใช้บริการและความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของระบบโลจิสติกส์ในการจัดการข้อจำกัดด้านพื้นที่และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในเขตเมืองใหญ่ </p> <p>ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่า ปัจจัยด้านบุคลากร การจัดการโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อม มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ปัจจัยด้านเทคโนโลยีการขนส่งไม่พบอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างแนวคิดทางทฤษฎีกับการนำไปใช้จริง และอาจส่งผลให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีไม่เกิดประสิทธิผล หากขาดการบูรณาการกับบุคลากรและระบบปฏิบัติการที่เหมาะสม</p>
ชรินทร์ทิพย์ โชติรังสียากุล
ณัฐพงษ์ แต้มแก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-18
2026-03-18
40 1
99
117
-
ทัศนคติและความพึงพอใจของผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันวายต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ คาเฟ่สุนัข:กรณีศึกษา Dog’s Paw
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283745
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลของผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันวายที่มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการคาเฟ่สุนัข กรณีศึกษา Dog’s Paw และ 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติและความพึงพอใจของผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันวายกับกระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการคาเฟ่สุนัข กรณีศึกษา Dog’s Paw กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันวายในเขตกรุงเทพมหานครที่เคยใช้บริการร้าน Dog’s Paw อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent t-test, One-way ANOVA และ Pearson’s Correlation Coefficient ผลการวิจัย พบว่า เพศ และระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ขณะที่อายุ สถานภาพ อาชีพ รายได้ ช่องทางการเปิดรับสื่อ และจำนวนครั้งที่เคยใช้บริการที่แตกต่างกันไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระดับเดียวกัน นอกจากนี้ ทัศนคติและความพึงพอใจของผู้บริโภคมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการตัดสินใจเลือกใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 สะท้อนว่าผู้บริโภคที่มีทัศนคติและความพึงพอใจเชิงบวกมีแนวโน้มตัดสินใจเลือกใช้บริการคาเฟ่สุนัข Dog’s Paw มากขึ้น</p>
ภัสรานันท์ ธนากิจทวีวิทย์
กัญญรัตน์ หงส์วรนันท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-18
2026-03-18
40 1
118
132
-
คุณภาพบริการอิเล็กทรอนิกส์ และกิจกรรมการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อ ความตั้งใจใช้บริการธุรกิจแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดของลูกค้าในประเทศไทย
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283687
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพบริการอิเล็กทรอนิกส์ และกิจกรรมการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้บริการธุรกิจแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดของลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามในรูปแบบออนไลน์ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ตัวอย่างชาวไทยทั้งชายและหญิงที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่รู้จักและมีความสนใจที่จะใช้บริการแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดในประเทศไทย โดยกำหนดขนาดตัวอย่างจำนวน 400 คน และทำการคัดเลือกตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน รวมถึงใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ เพื่อใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัย พบว่า คุณภาพบริการอิเล็กทรอนิกส์ในด้านการเติมเต็มความต้องการ ด้านความสามารถของระบบ และด้านการรักษาความลับส่วนบุคคล มีอิทธิพลทางตรงต่อความตั้งใจใช้บริการธุรกิจแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดของลูกค้าในประเทศไทย และสามารถอธิบายความผันแปรที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจใช้บริการธุรกิจแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดของลูกค้าในประเทศไทยได้ร้อยละ 43.4 (R<sup>2</sup> = 0.434) อีกทั้งกิจกรรมการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในด้านความบันเทิง ด้านการโต้ตอบ ด้านความทันสมัย และด้านการปรับให้เหมาะกับลูกค้า มีอิทธิพลทางตรงต่อความตั้งใจใช้บริการธุรกิจแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดของลูกค้าในประเทศไทย และสามารถอธิบายความผันแปรที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจใช้บริการธุรกิจแอปพลิเคชันบริการทำความสะอาดของลูกค้าในประเทศไทยได้ร้อยละ 60.3 (R<sup>2</sup> = 0.603)</p>
ศุภวัชร์ พงษ์วัชรวัชฬ์
รัตนากาล คำสอน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-18
2026-03-18
40 1
133
150
-
การพัฒนากลยุทธ์การตลาดของกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนเกาะแลหนัง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284556
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพด้านการตลาดและผลิตภัณฑ์ เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อบริการของแหล่งท่องเที่ยว และเพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาดของกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนเกาะแลหนัง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วย วิจัยเชิงคุณภาพ ตัวอย่าง คือ สมาชิกกลุ่มฯ กลุ่มผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนของกลุ่มฯ รวมจำนวน 25 คน เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง จากการประชุมการสนทนากลุ่ม การประมวลผลด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เป็นวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และวิจัยเชิงปริมาณ ตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่กลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนเกาะแลหนังฯ จำนวน 100 คน การสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ความน่าจะเป็น และเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามปลายปิด การประมวลด้วยการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า ศักยภาพด้านการตลาดและผลิตภัณฑ์ดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการและยังขาดประสิทธิภาพสิ่งที่ต้องเพิ่มศักยภาพ ได้แก่ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะเรื่องการโฆษณา และเรื่องการประชาสัมพันธ์ และปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวฯ ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านบุคคล ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านราคา ตามลำดับ ในขณะที่ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านกายภาพ และด้านกระบวนการ ไม่มีผลต่อความพึงพอใจฯ และการพัฒนากลยุทธ์การตลาดจึงเน้นการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ ด้านบุคคล ด้านการจัดจำหน่าย และด้านราคาให้ดียิ่งขึ้นไป เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและนำไปสู่การกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและบอกต่อ ในขณะที่ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการขาย ต้องสร้างการรับรู้ให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างเข้าถึงด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ทันสมัย และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสามารถนำผลการวิจัยที่ได้ไปปรับปรุงหรือนำเสนอแผนการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
อรอนงค์ อำภา
เสรี บุญรัตน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-19
2026-03-19
40 1
151
172