วารสารสุทธิปริทัศน์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal <p><strong>วารสารสุทธิปริทัศน์</strong></p> <p><strong>ISSN : 2730-2717 (online) ISSN : 2730-2709 (print)</strong></p> <p><strong>กำหนดออก :</strong> ปีละ 4 ฉบับ <br />ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม <br />ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน <br />ฉบับที่ 3 สิงหาคม-กันยายน <br />และฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม รวมทั้งฉบับพิเศษ (ถ้ามี)</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ </strong>วารสารมีนโยบายรับตีพิมพ์บทความ ในด้านสังคมศาสตร์ อันได้แก่</p> <p><strong>สาขาวิชา </strong><strong>:</strong><strong><br /></strong>1. บริหารธุรกิจ การจัดการและการบัญชี<br />2. เศรษฐศาสตร์ เศรษฐมิติและการเงิน</p> <p><strong>สาขาวิชาย่อย :<br /></strong>1. ธุรกิจทั่วไป การจัดการและการบัญชี<br />2. การจัดการด้านกลยุทธ์และการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ที่เกี่ยวข้องกับทางธุรกิจ)<br />3. พฤติกรรมองค์กรและการจัดการทรัพยากรมนุษย์<br />4. เศรษฐศาสตร์ทั่วไป เศรษฐมิติ และการเงินและการบัญชี</p> th-TH <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารสุทธิปริทัศน์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</p> <p>บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสุทธิปริทัศน์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสุทธิปริทัศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารสุทธิปริทัศน์ก่อนเท่านั้น</p> dpujournal@dpu.ac.th (อาจารย์ ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล) dpujournal@dpu.ac.th (นางปัทมพร โพนไสว และ นางสุดารัตน์ ขำภักตร์) Fri, 19 Jun 2026 09:40:52 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ผลกระทบของการเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการต่อเจตนารมณ์ทางการเป็นผู้ประกอบการ: บทบาทของความเชื่อมั่นในความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการเป็นตัวกลาง https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/282698 <p>ภายใต้กรอบทฤษฎีการรับรู้ทางสังคม (Social Cognitive Theory) งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลกระทบของการเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการต่อเจตนารมณ์ในการประกอบการและบทบาทตัวกลางของการมีความสามารถในการประกอบการด้วยตนเอง การศึกษานี้ใช้การสำรวจแบบสอบถามจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบความแปรปรวนที่เกิดจากวิธีการเดียวกัน (CMV) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และการสร้างโมเดลสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) ผลการวิเคราะห์พบว่า 1. การเรียนรู้ด้านการประกอบการมีผลบวกต่อเจตนารมณ์ในการประกอบการของนักศึกษา 2. การมีความสามารถในการประกอบการด้วยตนเองมีบทบาทเป็นตัวกลางระหว่างการเรียนรู้ด้านการประกอบการและเจตนารมณ์ในการประกอบการ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า การเสริมสร้างความสามารถในการประกอบการด้วยตนเองช่วยส่งเสริมเจตนารมณ์ในการประกอบการ โดยการเรียนรู้จากโรงเรียนและสังคมมีผลมากกว่าการเรียนรู้จากครอบครัว ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายและผู้สอนควรสร้างโอกาสในการเรียนรู้ด้านการประกอบการเพื่อเพิ่มความสามารถและส่งเสริมเจตนารมณ์ในการประกอบการของนักศึกษา</p> ศ่าว เซีย, ศิริเดช คำสุพรหม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/282698 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการบ้านจัดสรรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283741 <p>งานวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล ศึกษาปัจจัยกระบวนการบริหาร POSDCoRB และศึกษาการใช้ปัจจัยภายนอกเพื่อการบริหารจัดการ (PESTEL Analysis) ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านจัดสรรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีแบบสอบถาม ตัวอย่าง คือ ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 15 โครงการ จำนวน 202 คน ใช้สถิติวิเคราะห์ทั้งสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่า t การทดสอบค่า F และการทดสอบการถดถอยหลายตัวแปร (Multiple Regression) ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคลต่างกันไม่ทำให้ระดับความคิดเห็นที่มีผลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกัน ปัจจัยกระบวนการบริหาร POSDCoRB และปัจจัยภายนอกเพื่อการบริหารจัดการ (PESTEL Analysis) มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับที่สูงมาก โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น 0.963 และ 0.937 ตามลำดับ และสามารถร่วมกันมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านจัดสรรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร้อยละ 92.8 และ 87.8 ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001</p> พลอยกันยา ธรรมลักษมี, ปิยะวิทย์ ทิพรส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/283741 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์? การศึกษาลักษณะของหลักสูตร คุณภาพการเรียนการสอน คุณภาพการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานของสถาบัน https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284337 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ โดยพิจารณา 4 ตัวแปร ได้แก่ หลักสูตร คุณภาพการเรียนการสอน คุณภาพการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยใช้วิธีเชิงปริมาณ คำนวณขนาดตัวอย่างตามสูตรของ Yamane รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเมืองย่างกุ้ง การทดสอบสมมติฐานโดยวิธีถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เรียนสาขาบริหารธุรกิจ รองลงมา คือ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และนิยมรูปการเรียนการสอนแบบในห้องเรียน นักศึกษาปริญญาโทมีระดับความพึงพอใจสูงกว่านักศึกษาปริญญาตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>p</em> &lt; 0.05) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า หลักสูตร (H1) มีผลต่อความพึงพอใจของนักศึกษาบางส่วน ส่วนคุณภาพการเรียนการสอน (H2) คุณภาพการให้บริการ (H3) และโครงสร้างพื้นฐาน (H4) มีผลต่อความพึงพอใจของนักศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0.001) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การนำกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นผู้เรียนมาใช้ โดยการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน การยกระดับคุณภาพการบริการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญต่อการเพิ่มความพึงพอใจของนักศึกษาและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในเมืองย่างกุ้ง</p> ซิน วินท์ วาร์ ออง, ลีลา เตี้ยงสูงเนิน, ไล ไล โม, ศยามล นองบุญนาก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284337 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/282295 <p>การศึกษาครั้งนี้ศึกษาอิทธิพลของอัตราส่วนทางการเงินต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ จำนวน 14 บริษัท ระยะเวลาการศึกษารวมทั้งสิ้น 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2566 เท่ากับ 70 ตัวอย่าง และใช้วิธีการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มี 2 อัตราส่วน ได้แก่ อัตรากำไรสุทธิและอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้ เนื่องจากเป็นตัวสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกิจการทำให้เป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนเลือก และสะท้อนความมีวินัยในการดำเนินงานให้มีศักยภาพในการขยายธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้ยังพบว่า อัตราส่วนที่ไม่มีอิทธิพล ได้แก่ อัตราส่วนทุนหมุนเวียน อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว อัตราส่วนหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ ระยะเวลาในการเก็บหนี้โดยเฉลี่ยอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนเลือกในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</p> ทัศนันท์ สุขประสงค์, เปรมารัช วิลาลัย, อริสรา ธานีรณานนท์, ณัฐพัชร์ นวลมณีฐิติ, ไพรินทร์ ชลไพศาล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/282295 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงานต่อการสื่อสารกับประสิทธิผลของ การสื่อสารภายในหน่วยงานภาครัฐ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/285126 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในการสื่อสารของพนักงานกับความมีประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในในหน่วยงานภาครัฐ โดยสมมติฐานการวิจัยตั้งไว้ว่า ความพึงพอใจในการสื่อสารจะมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับความมีประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในในหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 322 คน โดยใช้วิธีการสำรวจข้อมูลผ่านแบบสอบถามที่วัดความพึงพอใจในการสื่อสารและประสิทธิภาพของการสื่อสารภายใน การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพของข้อมูลข่าวสาร เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความมีประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในหน่วยงานภาครัฐมากที่สุด โดยมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <u>&lt;</u> 0.01) ตามด้วยมิติอื่น ๆ ได้แก่ ความพึงพอใจในงาน ประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสาร ความเพียงพอของข้อมูล ประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสาร การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน และความสามารถในการเสนอแนะ/ปรับปรุง ซึ่งทุกมิติที่ศึกษาแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่สำคัญกับความมีประสิทธิภาพของการสื่อสารภายใน ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการคุณภาพข้อมูลข่าวสารให้ชัดเจน ถูกต้อง และมีความเกี่ยวข้องกับพนักงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานและการสื่อสารภายในหน่วยงานภาครัฐ โดยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนานโยบายและกลยุทธ์ในการปรับปรุงการสื่อสารภายในของหน่วยงานภาครัฐต่อไป</p> พรพรหม ชมงาม, โสพิส เกษมสหสิน, พิทยะพันธ์ ศรีแววเนตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/285126 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของส่วนประสมทางตลาดบริการและคุณภาพแพลตฟอร์มต่อความตั้งใจใช้บริการซ้ำบนแอปพลิเคชันรับ-ส่งผู้โดยสาร ในจังหวัดเชียงใหม่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284937 <p><strong> </strong>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของส่วนประสมการตลาดบริการและคุณภาพแพลตฟอร์มที่มีต่อความตั้งใจใช้บริการซ้ำของผู้ใช้บริการบนแอปพลิเคชันรับ-ส่งผู้โดยสาร ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานแอปพลิเคชันในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากตัวอย่าง 400 คน ที่อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ที่เคยใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Bolt, Maxim และ inDrive โดยใช้วิธีสุ่มแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถดถอยพหุคูณ ผลการวิเคราะห์ พบว่า ส่วนประสมการตลาดบริการ (7Ps) มีอิทธิพลเชิงบวกโดยตรงต่อความตั้งใจใช้บริการซ้ำ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.001 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจใช้บริการซ้ำได้ ร้อยละ 71.9 (Adjusted R<sup>2 </sup>= 0.719) อีกทั้ง คุณภาพแพลตฟอร์ม ได้แก่ คุณภาพการให้บริการ คุณภาพข้อมูล และคุณภาพระบบ มีอิทธิพลเชิงบวกโดยตรงต่อความตั้งใจใช้บริการซ้ำ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.001 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจใช้บริการซ้ำ ร้อยละ 46.3 (Adjusted R<sup>2 </sup>=0.463) การศึกษานี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของกลยุทธ์การตลาดควบคู่กับคุณภาพของแพลตฟอร์มในการส่งเสริมความตั้งใจใช้บริการซ้ำของลูกค้าในอุตสาหกรรมแอปพลิเคชันเรียกรถโดยสาร</p> แสงดาว แก้วสว่าง, สุชาดา ทรัพยสาร, กิตติเมธ ถาวร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284937 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ลักษณะบุคลิกภาพของกรรมการผู้จัดการในฐานะตัวแปรกำกับความสัมพันธ์ระหว่างคำแนะนำของนักวิเคราะห์และการจัดการกำไร: หลักฐานเชิงประจักษ์จากบริษัทจดทะเบียนในประเทศจีน จากมุมมองทฤษฎี Behavioral Agency https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284485 <p>การศึกษาครั้งนี้ศึกษาบทบาทของลักษณะบุคลิกภาพของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ในการเป็นตัวแปรกำกับความสัมพันธ์ระหว่างคำแนะนำของนักวิเคราะห์และการจัดการกำไรเชิงเพิ่มรายได้ในบริษัทจดทะเบียนของประเทศจีน โดยอาศัยการบูรณาการทฤษฎีตัวแทนเชิงพฤติกรรม (Behavioral Agency Theory) กับกรอบแนวคิดบุคลิกภาพห้าปัจจัย (Big Five Personality Framework) โดยเสนอว่า CEO ที่มีลักษณะบุคลิกภาพแตกต่างกันจะตีความและตอบสนองต่อคำแนะนำของนักวิเคราะห์แตกต่างกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบที่หลากหลายต่อพฤติกรรมการจัดการกำไรขององค์กร โดยใช้วิธีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) เพื่อวัดลักษณะบุคลิกภาพของ CEO จากบทถอดความการประชุมรายงานผลประกอบการ พร้อมทั้งใช้แบบจำลองการถดถอยข้อมูลพาเนลที่ควบคุมผลคงที่ของบริษัทและปี ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาได้มาจากบริษัทจดทะเบียนที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี CSI300 และ CSI500 ในช่วงปี ค.ศ. 2000–2022</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า คำแนะนำเชิงบวกของนักวิเคราะห์มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีความสำคัญกับระดับการจัดการกำไรเชิงเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ ลักษณะบุคลิกภาพของ CEO มีบทบาทสำคัญในการกำกับความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยความเป็นผู้เปิดเผยและเสถียรภาพทางอารมณ์ของ CEO ช่วยลดทอนผลกระทบของคำแนะนำของนักวิเคราะห์ต่อการจัดการกำไร ในขณะที่ความเป็นมิตร ความมีมโนธรรม และความเปิดกว้างต่อประสบการณ์ใหม่ช่วยเสริมความสัมพันธ์ดังกล่าว มีมโนธรรมแสดงผลการกำกับที่รุนแรงที่สุด ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านธรรมาภิบาลองค์กร ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของลักษณะบุคลิกภาพของ CEO ในฐานะเงื่อนไขขอบเขตที่สำคัญของประสิทธิภาพการกำกับดูแลโดยนักวิเคราะห์ ขยายการประยุกต์ใช้ทฤษฎีตัวแทนเชิงพฤติกรรม และให้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการบริษัทในการคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงและการออกแบบกลไกการกำกับดูแลองค์กรอย่างเหมาะสม</p> เติง ชื่อเวิ่น, ณัฐวุฒิ ยอดใจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284485 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 นวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ในจังหวัดนราธิวาส https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284800 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความสำเร็จของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดนราธิวาส (2) เพื่อศึกษานวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดนราธิวาส เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง คือ ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 355 ราย สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) สถิติเชิงพรรณา คือ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (2) สถิติเชิงอนุมาน คือ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณที่ระดับนัยสำคัญ 0.05</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) ความสำเร็จของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ในจังหวัดนราธิวาส โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) นวัตกรรมการจัดการ นวัตกรรมกระบวนการ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ในจังหวัดนราธิวาส อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 ตามลำดับ</p> <p>ดังนั้น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ในจังหวัดนราธิวาสจึงสามารถนำนวัตกรรมการจัดการ นวัตกรรมกระบวนการ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ไปใช้สร้างความสำเร็จของธุรกิจได้</p> มูรณี มะเซ็ง, ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/284800 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของจุดหมายปลายทางโลจิสติกส์การท่องเที่ยว และแรงจูงใจที่มีต่อความตั้งใจในการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายโดยรถไฟสายใหม่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/286510 <p>การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โลจิสติกส์การท่องเที่ยว ความตั้งใจในการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายโดยรถไฟสายใหม่ และศึกษาความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของจุดหมายปลายทางโลจิสติกส์การท่องเที่ยว และแรงจูงใจที่มีต่อความตั้งใจในการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายโดยรถไฟสายใหม่ โดยประชากรในการศึกษา ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเที่ยวในจังหวัดเชียงราย จำนวน 2,070,061 คน ตัวอย่างที่เก็บได้จริง จำนวน 400 คน สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น โดยนำเก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามจากสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ตัวอย่างที่เก็บได้จริงส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ประกอบอาชีพ พนักงานเอกชน และนิยมเดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเพื่อน 2–3 คน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน เพื่อตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างขององค์ประกอบเชิงยืนยันของความคิดเห็นที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย องค์ประกอบเชิงยืนยันของปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวส่งผลต่อการเดินทางท่องเที่ยว องค์ประกอบเชิงยืนยันของแรงจูงใจในการท่องเที่ยว และองค์ประกอบเชิงยืนยันของด้านความตั้งใจเที่ยวจังหวัดเชียงรายโดยรถไฟสายใหม่ มีค่า K.M.O. และการทดสอบ Bartlett's Test of Sphericity ผ่านเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ทุกองค์ประกอบ และเมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบระหว่างตัวแปรแฝงและตัวแปรสังเกตได้ พบว่า ค่าสถิติในการตรวจสอบโมเดลผ่านเกณฑ์ทุกองค์ประกอบ สำหรับผลการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้าง พบว่า โมเดลมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 (p = .000) ค่าสถิติตรวจสอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (χ<sup>²</sup>/df = 2.255, CFI = 0.982, TLI = 0.975, RMSEA = 0.056) ทั้งนี้ ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวมีอิทธิพลโดยตรงต่อความตั้งใจเที่ยวจังหวัดเชียงรายโดยรถไฟสายใหม่เด่นชัย-เชียงของในระดับสูงที่สุด โดยมีอิทธิพลรวมเท่ากับ 0.926 สะท้อนถึงความสำคัญของการจัดการระบบขนส่งที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ</p> ขวัญเรือน สินณรงค์, ไพโรจน์ ด้วงนคร, วัชระ วัธนารวี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/286510 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 คุณลักษณะของผู้นำระดับต้นที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของผู้นำศูนย์กระจายสินค้า 7-11 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/286148 <p>งานวิจัยนี้เป็นรูปแบบเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคุณลักษณะผู้นำระดับต้นที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของผู้นำศูนย์กระจายสินค้า 7-11 2) ศึกษาคุณลักษณะผู้นำระดับต้นที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำงานของผู้นำศูนย์กระจายสินค้า 7-11 3) ศึกษารูปแบบการคัดเลือกผู้นำระดับต้นของศูนย์กระจายสินค้า 7-11 เครื่องมือ คือ แบบสอบถาม ประชากร คือ พนักงานรายวัน พนักงานรายเดือน พนักงานเตรียมขึ้นตำแหน่งผู้นำระดับต้น และผู้นำระดับต้น ในศูนย์กระจายสินค้า 7-11 ภาคเหนือตอนบน ใช้ตัวอย่าง จำนวน 195 คน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้นำระดับต้นในด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ทักษะผู้นำ และการสรรหาและคัดเลือก มีความสัมพันธ์ในระดับสูงกับประสิทธิภาพการทำงาน โดยคุณลักษณะที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ได้แก่ การปรับตัวเข้ากับสังคม (Sig.=0.01) การทำงานเชิงรุก (Sig.=0.01) และการตัดสินใจ (Sig.=0.00) ส่วนทักษะผู้นำที่มีอิทธิพล ได้แก่ ความเฉลียวฉลาด (Sig.=0.04) ความรู้ในงาน (Sig.=0.01) และทักษะการจูงใจ (Sig.=0.03) อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ศูนย์กระจายสินค้า 7-11 ใช้รูปแบบการคัดเลือกผู้นำระดับต้นที่เน้นคุณลักษณะและทักษะผู้นำร่วมกัน โดยอาศัยการสรรหาทั้งภายในและภายนอก รวมถึงกระบวนการสรรหา 5 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การกำหนดคุณสมบัติ การสื่อสาร การใช้กลยุทธ์การคัดเลือก และการทำข้อตกลงการจ้างงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานในด้านลักษณะงาน ความรับผิดชอบ ความก้าวหน้า การยอมรับ ความสำเร็จ ความสัมพันธ์ในงาน และความมั่นคงในการทำงาน</p> พิมพ์รพัชร อวัศยาพรสกุล, ชุติมันต์ สะสอง, กมลทิพย์ คำใจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/286148 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700 ผู้นำยุคใหม่ที่ไม่สั่งสอนใครให้ตัวเล็กลง https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/290230 ธฤตวัน เจริญพร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/290230 Fri, 19 Jun 2026 00:00:00 +0700