https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/issue/feed วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 2026-09-17T19:32:28+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัจนภา เพชรรัตน์ pjkpru@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร รับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมและรองรับการตีพิมพ์ เผยแพร่ ผลงานวิชาการ ในรูปแบบบทความวิชาการ บทความวิจัย บทความวิทยานิพนธ์ และบทวิจารณ์หนังสือ ที่เป็นองค์ความรู้ทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม </p> <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารจะต้องผ่านการตรวจพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และจะต้องค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ จำนวน 3,500 บาท/เรื่อง ทางวารสารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในขั้นตอน Peer Review</p> <p><span style="vertical-align: inherit;"><span style="vertical-align: inherit;">ISSN : 3056-9044 (พิมพ์) </span></span></p> <p><span style="vertical-align: inherit;"><span style="vertical-align: inherit;">E-ISSN : 3027-6462 (ออนไลน์)</span></span></p> https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/279321 การจัดการเรียนรู้โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่มรดกโลกเมืองกำแพงเพชรเป็นฐาน เพื่อพัฒนากระบวนการคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดกำแพงเพชร 2025-05-23T16:50:39+07:00 ธนทัต แดนดง thanatatd66@nu.ac.th <p>ทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่สั่งสมและคงอยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน หลายประเทศเริ่มให้ความสนใจในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรม จนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม โดยมีฐานมาจากแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญเนื่องจากจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองมรดกโลกที่สำคัญของประเทศไทยจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเนสโก และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน มีโบราณวัตถุ โบราณสถาน ร่องรอยอารยธรรมวิถีชีวิตของคนในอดีต มีทุนทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าเหมาะแก่การนำไปศึกษาสู่การต่อยอด ในการสร้างผลิตภัณฑ์และออกแบบสินค้า สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ โดยมีการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในพื้นที่มรดกโลกเมืองกำแพงเพชร&nbsp;&nbsp; &nbsp;เพื่อพัฒนารูปแบบกระบวนการคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดกำแพงเพชร ทำให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดทักษะและกระบวนการใช้เทคโนโลยีต่างได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนการเรียนรู้จากผู้ที่มีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญในชุมชนและท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับความรู้ใหม่ได้ ฝึกการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการใช้รูปแบบกระบวนการคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ &nbsp;DESIGN SELECTED&nbsp; พร้อมทั้งยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์ให้วัฒนธรรมชุมชน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ดั้งเดิม เรื่องราวอันเป็นประวัติศาสตร์ของเมืองมรดกโลกกำแพงเพชร องค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า&nbsp; จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นความรู้ทางวิชาการเพื่อความเข้าใจใน มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ แล้วยังมีความสำคัญในการสร้างความซาบซึ้งให้ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นมีคุณค่าอย่างยั่งยืนตลอดไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/283907 การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนทางสังคม: โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ปีงบประมาณ 2567 2025-09-28T16:15:31+07:00 สุรศักดิ์ บุญเทียน lung2555@gmail.com พิรฎา ทองประเสริฐ pirada_t@kpru.ac.th ภาวิณี ภูจริต phawinee_p@kpru.ac.th <p>&nbsp;บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนทางสังคม และเสนอแนวทางในการพัฒนาหรือยกระดับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีงบประมาณ 2567 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการประเมิน SROI แบบ Ex-post and Ex-ante Evaluation รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นจากการเอกสารแผนงาน/โครงการและสรุปผลการดำเนินงาน การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่มจากผู้มีส่วนได้เสีย 14 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา มีข้อค้นพบ ดังนี้ ประการที่ 1 การลงทุนทุก 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคม 4.35 บาท และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ มีรายได้เพิ่มขึ้น 2) ด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุและชาวบ้านดีมีสุขภาพขึ้น ลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล 3) ด้านสังคม เครือข่ายผู้สูงอายุเข้มแข็ง ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาสร้างนวัตกรรม 4) ด้านการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรมีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับ และมีนักเรียนมาสมัครเรียนในหลักสูตรต่าง ๆ เพิ่มขึ้น สรุปว่าโครงการนี้สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชน มหาวิทยาลัย และสังคมโดยรวม มีความคุ้มค่าในการลงทุน ประการที่ 2 ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ 1) ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพและการออมเพื่อลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน 2) ยกระดับสู่นโยบายสาธารณะ ผลักดันกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จสู่ข้อบัญญัติท้องถิ่น 3) ต่อยอดสู่ความยั่งยืน วางแผนงาน 3–5 ปี สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกับชุมชน พัฒนากลไก กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบและครบวงจร 4) แนวทางการรับนักศึกษาใหม่ ด้วยการนำแนวคิดและวิธีการค่ายวิทยาศาสตร์สัญจรไปประยุกต์ใช้ 5) เสริมบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชนท้องถิ่นชัดเจน โดยบูรณาการงานบริการวิชาการ วิจัย นวัตกรรม ศิลปวัฒนธรรม และการเรียนการสอนกับการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong>: การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนทางสังคม คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจฐานราก</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/279208 ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ยุคใหม่ในประเทศไทย 2025-05-22T17:40:34+07:00 รังสรรค์ กาญจนสมศักดิ์ ransun-k@live.com วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ dr.wanlop@hotmail.com <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับนวัตกรรมขององค์กร การจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่ &nbsp;คุณค่าแบรนด์ขององค์กร และผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของนวัตกรรมขององค์กร การจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่ และคุณค่าแบรนด์ขององค์กรที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย และ 3) เพื่อตรวจสอบยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของนวัตกรรมขององค์กร การจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่ และคุณค่าแบรนด์ขององค์กรที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารระดับต้นขึ้นไปในบริษัทธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ของประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ จำนวน 372 คน/บริษัท เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โมเดลสมการโครงสร้าง</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อนวัตกรรมองค์กรภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.91) มีความคิดเห็นต่อการจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่ในระดับมาก ( =4.02) มีความคิดเห็นต่อคุณค่าแบรนด์ขององค์กรในระดับมาก ( &nbsp;=3.98) กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อผลการดำเนินงานขององค์กรในระดับมาก ( &nbsp;=3.92) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรของการจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่ คุณค่าแบรนด์ขององค์กร และผลการดำเนินงานขององค์กร จำนวน 11 ตัวแปร พบว่า ตัวแปรทุกตัวมีความสัมพันธ์ทางบวกไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีค่าลัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.200 ถึง 0.731 และความสัมพันธ์อยู่ในระดับตํ่าถึงระดับสูง โมเดลจำลองสมการเชิงโครงสร้างมีค่าดัชนี ความสอดคล้องทางสถิติ X2/df =1.34, p =0.09, CFI =0.97, TLI =0.96, GFI =0.94, AGFI =0.98 ซึ่งมากกว่า 0.900 ค่า RMSEA =0.05 ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 0.08 และ RMR =0.01 ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 0.05 จึงสรุปได้ว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และมีความสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่ได้กำหนดไว้ การจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่มีอิทธิพลทางตรงต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย การจัดการโลจิสติกส์แนวใหม่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทยผ่านคุณค่าแบรนด์ขององค์กร นวัตกรรมองค์กรมีอิทธิพลทางตรงต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย คุณค่าแบรนด์ขององค์กรมีอิทธิพลทางตรงต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย อย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.001</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/292355 การสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมงานประเพณีนบพระ เล่นเพลงจังหวัดกำแพงเพชร 2026-09-17T19:06:56+07:00 เยาวลักษณ์ ใจวิสุทธิ์หรรษา tamon-1@hotmail.com สายสุนีย์ ผาสุกคีรี tamon-1@hotmail.com ณัฐพงศ์ บุญครอบ Nuttapong_b@kpru.ac.th ประพีร์ ประสิทธิพันธ์ Nuttapong_b@kpru.ac.th อภิญญา แซ่ยั้ง can.yana111@gmail.com <p>จังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทย ในสมัยสุโขทัยกำแพงเพชรมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านต้องคอยรับศึกสงครามอยู่เสมอ จึงได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่ให้เห็นมากมายในปัจจุบัน เช่น วัดโบราณ ป้อมปราการ คูเมือง กำแพงเมือง เป็นต้น ทำให้จังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยนอกจากโบราณสถานที่เก่าแก่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองแล้วยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันที่สำคัญก็คือ&nbsp;<strong>“ประเพณีนบพระเล่นเพลง”</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นการทำบุญในวันเพ็ญเดือนสาม หรือวันมาฆบูชา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเพณีนบพระ-เล่นเพลงของชาวกำแพงเพชรนั้น ได้นำคำในศิลาจารึกศรีนครชุม หลักที่ ๓ มาเป็นชื่องาน มีความว่า “ผู้ใดไหว้นบ กระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระศรีมหาโพธิไซร้ มีผล อานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบพระผู้เป็นเจ้า…” คำว่า “นบ” เป็นคำโบราณ แปลว่า ไหว้ ดังนั้น การนบพระจึง หมายความว่า “ไหว้พระ”สำหรับคำว่าเล่นเพลง คือ การละเล่นสนุกสนานพื้นบ้าน โดยมีการร้องเพลงพื้นบ้าน มีชาย หญิงร่วมร้องและร่ายรำเป็นที่สนุกภายหลังจากได้ทำบุญทำกุศลแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp; งานประเพณีนบพระ-เล่นเพลงจัดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2526 ด้วย ความร่วมมือของจังหวัดกำแพงเพชร กรมศิลปากร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดงานครั้งนั้นทางผู้จัดได้นำเอาประวัติศาสตร์ในแผ่นดินพระเจ้าลิไท ตอนเสด็จ พระราชดำเนินนำพระมเหสี ข้าราชบริพาร ตลอดจนไพร่ข้าแผ่นดินชาวเมืองชากังราว และเมืองนครชุมไปนมัสการพระพุทธบาทที่เขาสุมนกูฏ เมืองสุโขทัย แล้วมาถวายสักการะบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุ ณ วัดพระบรมธาตุ นครชุม มาเป็นตอนสำคัญของงาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้วยความสำคัญของงานประเพณีและเพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้ประเพณีของจังหวัดมีความน่าสนใจและเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมงานประเพณีนบพระเล่นเพลงจังหวัดกำแพงเพชร คณะทำงานจึงได้ประดิษฐ์สร้างสรรค์การแสดงชุด ระบำพุทธบูชา “นบพระ - มาฆปุรณมี”โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นการแสดงในงานประเพณีนบพระ-เล่นเพลง วันเพ็ญเดือนสามหรือ วันมาฆบูชา และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนให้ผู้สนใจเข้ามาเที่ยวงานประเพณีนบพระเล่นเพลงเพิ่มมากขึ้น&nbsp;&nbsp; &nbsp;การสร้างสรรค์การแสดงชุดนี้ดำเนินการเป็นสองรูปแบบ แบบที่ 1 การแสดงบนเวที ใช้นักแสดงจำนวน 6-8-10 คน&nbsp; แบบที่ 2 ใช้นักแสดงจำนวนมากกว่า 100 คน ในครั้งแรกที่นำการแสดงชุดนี้เพื่อการแสดงเปิดงานประเพณี นบพระ&nbsp; -เล่นเพลง ในปี พ.ศ 2561&nbsp; ใช้นักแสดงมากกว่า 3000 คน&nbsp; และได้พัฒนารูปแบบการแสดงเปลี่ยนไปจากเดิมเพื่อให้การแสดงเหมาะสมกับพื้นที่และวัตถุประสงค์ของงานประเพณี</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การสร้างสรรค์ระบำชุดนี้นำไปใช้เพื่อการแสดงในพิธีเปิดงานนบพระ-เล่นเพลง นำไปใช้แสดงในโอกาสต่าง ๆ ได้และยังเป็นการแสดงเพื่อส่งเสริม&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเป็นการสืบสานนาฏศิลป์ไทยให้คงอยู่ต่อไป</p> <p>&nbsp;</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026