วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun <p>วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร รับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมและรองรับการตีพิมพ์ เผยแพร่ ผลงานวิชาการ ในรูปแบบบทความวิชาการ บทความวิจัย บทความวิทยานิพนธ์ และบทวิจารณ์หนังสือ ที่เป็นองค์ความรู้ทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม </p> <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารจะต้องผ่านการตรวจพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และจะต้องค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ จำนวน 3,500 บาท/เรื่อง ทางวารสารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในขั้นตอน Peer Review</p> <p><span style="vertical-align: inherit;"><span style="vertical-align: inherit;">ISSN : 3056-9044 (พิมพ์) </span></span></p> <p><span style="vertical-align: inherit;"><span style="vertical-align: inherit;">E-ISSN : 3027-6462 (ออนไลน์)</span></span></p> th-TH <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารพิกุล ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ<br>บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพิกุล ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพิกุล หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารพิกุล ก่อนเท่านั้น</p> pjkpru@gmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัจนภา เพชรรัตน์) pjkpru@gmail.com (นางสาวรุ่งทิวา ฉัตรชัยสุริยา) Tue, 30 Dec 2025 15:35:39 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การสื่อสารการตลาดดิจิทัลผ่านการแบ่งปันความรู้ดิจิทัล (Digital Knowledge Sharing) จากการทำกิจกรรมในชุมชนปลากัดสวยงามบนแพลตฟอร์ม Facebook https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/279224 <p>การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยที่มุ่งเน้นพัฒนาองค์ความรู้ผ่านการแบ่งปัญความรู้ดิจิทัล (Digital Knowledge Sharing) โดยกำหนดทิศทางเพื่อศึกษาร่วมกับกลุ่มจากการทำกิจกรรมในชุมชนปลากัดสวยงามบนแพลตฟอร์ม Facebook ซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาคือ 1.)เพื่อศึกษา Insight ของผู้ประกอบการปลากัดสวยงาม 2.)เพื่อออกแบบช่องทางการขายโดยใช้ Facebook Ads ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook และจัดทำแนวทางการแนะนำจำนวน 8 เนื้อหา (Content) 3.)เพื่อวัดประสิทธิภาพจากการทำ Knowledge Sharing จำนวน 8 เนื้อหา (Content) บนแพลตฟอร์ม Facebook และสำรวจ 10 ร้านขายปลากัดสวยงามที่เข้าร่วมโครงการ และ 4.)เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการสร้างการรับรู้ Awareness และการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่มีการสั่งซื้อจากร้านขายปลากัดสวยงาม (Betta Crown Thailand) และสำรวจ 10 ร้านขายปลากัดสวยงามของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบนแพลตฟอร์ม Facebook &nbsp;จากการศึกษาพบว่าผู้ประกอบธุรกิจปลาสวยงามส่วนใหญ่เกิดจากความชอบเลี้ยงปลาสวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงต่อยอดมาเป็นธุรกิจมีประสบการณ์จากการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีขึ้นไป อีกทั้งการออกแบบเนื้อหาที่ได้จากการเลือกช่องทาง Facebook Ads ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook นั้นเป็นการสร้างโพสต์ วิดีโอ หรือเนื้อหาที่มีความรู้คุณภาพจนสามารถสร้างการแบ่งปันความรู้ได้ โดยเนื้อหาที่มีประสิทธิจากการทำ Knowledge Sharing สูงสุดคือ บทความและเนื้อหาอัพเดต ต้องวิดีโอสอนการใช้งาน และการสร้างกราฟิกและภาพประกอบ อีกทั้งประสิทธิผลที่ได้จากการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจบน Facebook ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า อาจส่งผลให้เกิดการเพิ่มยอดขายหรือการทำธุรกิจใหม่จนสร้างความรู้ หรือการเรียนรู้การแบ่งปันความรู้บน Facebook ซึ่งถือเป็นการศึกษาที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ในรูปแบบทำ Knowledge Sharing &nbsp;ที่สร้างการรับรู้ได้อย่างดีกับกลุ่มชุมชนปลากกัดสวยงามผ่านการสื่อสารการตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิผล</p> <p><strong>คำสำคัญ:</strong>การสื่อสารการตลาดดิจิทัล ,การแบ่งปันความรู้ดิจิทัล ,กิจกรรมในชุมชนปลากัดสวยงาม ,การรับรู้</p> วิศรุต ปัญญาประดิษฐโชค, ชุติมา เกศดายุรัตน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/279224 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์สำหรับธุรกิจเกษตรขนาดเล็ก กรณีศึกษาร้านรุ่งโรจน์เกษตรฟาร์ม https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/281549 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการสร้างคอนเทนต์ของธุรกิจเกษตรขนาดเล็กและศึกษาประสิทธิภาพของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์บน Facebook Fanpage กรณีศึกษาร้านรุ่งโรจน์เกษตรฟาร์ม การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยในระยะแรกเป็นการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Qualitative Content Analysis) เพื่อวินิจฉัยปัญหา และระยะที่สองเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังการใช้เครื่องมือ AI ได้แก่ ChatGPT Canva และ CapCut ในการสร้างคอนเทนต์ 3 รูปแบบ ผลการวิจัยพบว่าคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI มีประสิทธิภาพสูงกว่าคอนเทนต์แบบดั้งเดิมในทุกตัวชี้วัดอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึง (Reach) การมีส่วนร่วม (Engagement) การคลิก (Total Click) และการเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion) โดยคอนเทนต์วิดีโอสั้นสร้างการรับรู้ได้สูงสุด ขณะที่คอนเทนต์อัลบั้มภาพสร้างยอดขายได้สูงสุด การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า Generative AI เป็นเครื่องมือที่เข้าถึงง่ายและทรงพลัง ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเกษตรขนาดเล็กสามารถเอาชนะข้อจำกัดด้านทรัพยากรและยกระดับการสื่อสารการตลาดดิจิทัลให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง</p> ธนะพัฒน์ ศรีนภาวิวัธน์, มนฑิรา ธาดาอำนวยชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/281549 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700