รัฐศาสตร์นิเทศ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet <p>ISSN: 2465-4043 (Print)</p> <p>ISSN: XXXX-XXXX (Online)</p> <p> “รัฐศาสตร์นิเทศ” (Political Science Review) เป็นวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีเป้าหมายนำเสนอผลงานที่มุ่งเชื่อมโยงมิติทางทฤษฎีกับมิติทางปฏิบัติเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ไม่เพียงครอบคลุมเฉพาะในหมู่คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา หรือนักวิจัยเท่านั้น หากยังรวมถึงบุคคลทั่วไปนอกวงวิชาการซึ่งมีความจำเป็นในเชิงนโยบาย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมิติทางทฤษฎีกับมิติทางปฏิบัติจะช่วยให้เกิดการประยุกต์ใช้ความรู้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างสอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงความต้องการของสังคมยิ่งขึ้น โดยตีพิมพ์วารสาร “รัฐศาสตร์นิเทศ” ปีละ 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน และฉบับที่ 2 ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม</p> th-TH polsci.tu.journal@gmail.com (รศ.ดร.พีระ เจริญวัฒนนุกูล) polsci.tu.journal@gmail.com (รศ.ดร.พีระ เจริญวัฒนนุกูล) Thu, 30 Apr 2026 09:07:08 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 นวัตกรรมสังคมและการพัฒนาชุมชน: ตัวแบบการขับเคลื่อนโดยภาคประชาสังคมจากกรณีกาดกองเก่า จังหวัดแพร่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/284332 <p>บทความนี้ศึกษารูปแบบของนวัตกรรมทางสังคมที่ปรากฏผ่านการคืนชีวิตย่านเมืองเก่าซึ่งขับเคลื่อนโดยชุมชน โดยอ้างอิงกรณีศึกษาเชิงประจักษ์จากกาดกองเก่าในจังหวัดแพร่ งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งรวบรวมข้อมูลจากสามแหล่งได้แก่ การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง การวิเคราะห์เอกสารและการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม การวิจัยครั้งนี้เน้นให้เห็นนวัตกรรมทางสังคมในบริบทการพัฒนาชุมชน 3 ประการ ดังนี้ ประการแรก ทีมบริหารจัดการกาดกองเก่าประสบความสำเร็จในการใช้ทุนทางวัฒนธรรม (โดยเฉพาะอย่างยิ่งมรดกทางสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและองค์ความรู้ที่สั่งสมข้ามรุ่น) เป็นกลไกในการรับมือกับปัญหาสังคมสูงวัย การเสื่อมโทรมของบ้านเรือนเก่า และการสูญเสียอัตลักษณ์ของชุมชน ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างรายได้เสริมให้ชุมชน ประการที่สอง กาดกองเก่าแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม ซึ่งการท่องเที่ยวไม่ได้เป็นไปเพื่อการแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์มรดกในท้องถิ่นและสร้างความสมานฉันท์ทางสังคมและในพื้นที่ ประการที่สาม กาดกองเก่าเป็นตัวอย่างของโครงการพัฒนาชุมชนระดับรากหญ้าที่ขับเคลื่อนโดยพลเมือง ซึ่งสะท้อนความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ตลอดจนการทำงานร่วมกับภาครัฐในฐานะภาคี โดยเครือข่ายความร่วมมือเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและมาจากล่างขึ้นบน (bottom-up) เพื่อส่งมอบบริการในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ในทางวิชาการ ผลการศึกษาช่วยขยายองค์ความรู้ทางทฤษฎีเกี่ยวกับนวัตกรรมทางสังคมและการพัฒนาชุมชน โดยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างนวัตกรรมทางสังคมระดับรากหญ้ากับการพัฒนาชุมชน ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูคืนชีวิตพื้นที่โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางและขับเคลื่อนโดยพลเมืองเข้มแข็ง</p> วศิน ปั้นทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/284332 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 ระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง: การสร้างทางเลือกเพื่อทางรอดในภูมิทัศน์สงครามการแย่งชิงคนเก่ง https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/284866 <p>การวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษารูปแบบและกระบวนการบริหารคนเก่งในระบบข้าราชการ<br />ผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPS) ของภาครัฐไทย ท่ามกลางบริบทสงครามการแย่งชิงคนเก่งและประเมินความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้แนวทางแบบเน้นตำแหน่งสำคัญ (Key Position Approach) เพื่อเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การศึกษาใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 25 คน โดยผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูงในปัจจุบันดำเนินงานภายใต้แนวทางเน้นคนสำคัญ (Key People Approach) ที่เปิดกว้าง (Inclusive) และยังไม่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เต็มรูปแบบ จุดแข็งของระบบคือการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลและการหมุนเวียนงานเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงระบบ แต่เผชิญกับปัญหาสามประการ ได้แก่ ปัญหามาตรฐานในการคัดเลือก ปัญหาการหมุนเวียนงานที่สั้นเกินไปสำหรับบางหน่วยงาน และเส้นทางความก้าวหน้าที่จำกัด ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงผลการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำแนวทางตำแหน่งสำคัญ (Key Position Approach) มาใช้กับระบบดังกล่าว พบว่า มีความเป็นไปได้สูง โดยควรดำเนินการแบบผสมผสาน โดยเปิดกว้างในการคัดเลือกและคงความยืดหยุ่นในการดึงคนเก่งที่หลากหลาย และเลือกเฉพาะในการพัฒนาและรักษา โดยนำแนวทางเน้นตำแหน่งมาใช้ในการพัฒนา โดยให้บุคลากร HiPPS กำหนดเส้นทางอาชีพที่เชื่อมโยงกับตำแหน่งยุทธศาสตร์หรือตำแหน่งวิกฤติของหน่วยงาน โดยให้บุคลากรเลือกเส้นทางที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสายผู้บริหารหรือสายผู้เชี่ยวชาญและมีการเวียนงานแบบเจาะลึกในสายงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งเป้าหมาย (Deep Dive Rotation) ในสายงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเสริมบทบาทการให้คำปรึกษาและพี่เลี้ยง (Coaching/Mentoring) จากผู้บริหารระดับสูง และสร้างเส้นทางความก้าวหน้าแบบเร่งด่วน (Fast Track Pipeline) ที่เชื่อมโยงสู่ตำแหน่งบริหารและผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้โอกาสในงานสำคัญเป็นแรงจูงใจหลักเพื่อรักษาคนเก่งไว้ในระบบราชการ</p> สุนิสา ช่อแก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/284866 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การประสานงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านรายได้ให้กับผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/280676 <p>บทความวิจัยนี้เป็นการเรียบเรียงเนื้อหาของงานวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่องการประสานงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านรายได้ให้กับผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประสานงานเครือข่ายการสร้างรายได้สำหรับผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลสันทรายหลวง 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในการสร้างงานสร้างรายได้ของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลสันทรายหลวง โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลตลอดจนจัดระบบความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในชุมชน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่า 1) เกิดการประสานงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ประกอบการในเขตเทศบางตำบลสันทรายหลวง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสันทรายหลวงในการสร้างโอกาสการจ้างงานที่เหมาะสมและยั่งยืนสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ 2) มีความสอดคล้องระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงานผู้สูงอายุ โดยด้านอุปทานผู้สูงอายุมีความต้องการทำงานสูงเนื่องจากศักยภาพทางกายภาพที่ดี ความต้องการพึ่งพาตนเอง และความจำเป็นในการหารายได้เสริม แต่มีข้อจำกัดด้านประเภทงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและไม่ต้องใช้แรงมาก ในส่วนด้านอุปสงค์ ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปมีความต้องการจ้างงานผู้สูงอายุในงานดูแลผู้สูงอายุ หัตถกรรม และบริการต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ การสร้างกลไกการจ้างงานที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงข้อจำกัดและเงื่อนไขของทั้งสองฝ่ายเพื่อการจ้างงานที่ยั่งยืน</p> วรพงศ์ ตระการศิรินนท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/280676 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 วิกฤตขยะพลาสติกทะเลไทย: การวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ว่าด้วยช่องว่างในการบูรณาการเชิงโครงสร้าง https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/281883 <p>บทความวิชาการนี้วิเคราะห์วิกฤตขยะพลาสติกทะเลของไทย โดยเสนอข้อถกเถียงหลักว่า รากเหง้าของปัญหามิได้อยู่ที่การขาดแคลนแผนงานหรือนโยบาย แต่อยู่ที่ “ช่องว่างในการบูรณาการเชิงโครงสร้าง” (Structural Integration Gaps) ที่ฝังลึกอยู่ในระบบการอภิบาลของรัฐ การวิจัยเชิงคุณภาพนี้สังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารนโยบาย กฎหมาย และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้ให้เห็นช่องว่าง 3 ประการ ได้แก่ (1) การขาดการบูรณาการในแนวระนาบ จากโครงสร้างการรวมศูนย์อำนาจแบบแตกกระจาย (Fragmented Centralism) ที่ส่งผลให้หน่วยงานรัฐทำงานแยกส่วนและมีนโยบายที่ขัดแย้งกัน (2) การขาดการบูรณาการในแนวดิ่ง อันเกิดจากภาวะรัฐกลวง (Hollow State) ที่ถ่ายโอนภาระสู่ท้องถิ่นโดยปราศจากอำนาจและทรัพยากรที่เพียงพอ และ (3) การขาดการบูรณาการภาคส่วน ซึ่งสะท้อนผ่านโครงสร้างการมีส่วนร่วมที่ไม่สมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาสังคม</p> <p>บทความสรุปว่า การก้าวข้ามวิกฤตนี้จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเชิงสถาบันอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างคือ การผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (EPR) ให้มีผลบังคับใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาทางการคลังของท้องถิ่น ควบคู่กับการจัดตั้งกลไกบูรณาการระดับชาติที่มีอำนาจแท้จริง และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างมีความหมาย เพื่อวางรากฐานการจัดการขยะทะเลของประเทศให้ยั่งยืน</p> พิชญา วิทูรกิจจา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/281883 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 ปากท้องกับประชาธิปไตย: วิพากษ์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/280050 <p class="western" align="JUSTIFY">ข้อถกเถียงแบบเศรษฐศาสตร์การเมืองหมายถึงวิธีการในการอภิปรายปัญหาทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับการอภิปรายปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น การอภิปรายปัญหาประชาธิปไตยโดยเชื่อมโยงกับการอภิปรายปัญหาปากท้อง เป็นต้น สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ปัญญาชนไทยคนสำคัญวิพากษ์ข้อถกเถียงแบบเศรษฐศาสตร์การเมืองดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นความผิดพลาดในการใช้วิธีคิดแบบเศรษฐศาสตร์การเมืองในการอภิปรายการเมืองไทย เพราะเห็นว่าการเมืองไทยปัจจุบันต้องการการถกเถียงเรื่องการออกแบบสถาบันหรือโครงสร้างทางการเมืองที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงต่อพลเมืองทุกคน ซึ่งหมายรวมถึงการที่รัฐต้องไม่เอนเอียงต่อลัทธิทางเศรษฐกิจแบบใดแบบหนึ่งด้วย สมศักดิ์เสนอให้อภิปรายปัญหาทางการเมืองอย่างเป็นอิสระจากการอภิปรายปัญหาทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายปัญหาปากท้องกับประชาธิปไตย บทความนี้ต้องการปกป้องข้อถกเถียงแบบเศรษฐศาสตร์การเมืองบางประเภทในการอภิปรายการเมืองไทยโดยเสนอว่าการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจของพลเมือง กล่าวคือ การสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจในหมู่พลเมืองถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในระยะยาว และดังนั้น เราจึงไม่สามารถแยกการอภิปรายปัญหาทางเศรษฐกิจออกจากการอภิปรายปัญหาทางการเมืองแบบที่สมศักดิ์เสนอได้</p> วันพัฒน์ ยังมีวิทยา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RatthasatNithet/article/view/280050 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700