https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/issue/feed วารสารนิเทศสยามปริทัศน์ 2026-06-30T15:04:44+07:00 รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย ศิริกายะ com2@siam.edu Open Journal Systems <p><strong>วัตถุประสงค์ของการจัดพิมพ์วารสาร</strong></p> <p><strong>วารสารนิเทศสยามปริทัศน์</strong> เป็นวารสารวิชาการสาขานิเทศศาสตร์และสังคมศาสตร์ ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม </p> <p>จัดทำเป็นวารสารราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ) ได้แก่ ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และ ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม</p> <p><strong> </strong></p> <p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์</strong> <strong>ดังนี้</strong></p> <ol> <li> <p>เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางด้านวิชาการในรูปแบบบทความวิจัยบทความวิชาการ บทปริทัศน์หนังสือ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับนิเทศศาสตร์เช่น การหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ สื่อดิจิทัล วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ การสื่อสารการแสดง การสื่อสารการตลาด สื่อมัลติมีเดีย รวมทั้งสาขาวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามการพิจารณาของกองบรรณาธิการ</p> </li> <li><span style="font-size: 0.875rem;">เพื่อเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนข่าวสาร สาระสำคัญ ประสบการณ์แก่นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจ</span></li> </ol> <p><strong>นโยบายการจัดพิมพ์ของวารสาร</strong></p> <ol> <li>ประเภทของบทความที่นำเสนอเพื่อตีพิมพ์ ต้องเป็นบทความวิชาการ บทความวิจัย บทความปริทรรศน์ หรือบทวิจารณ์หนังสือซึ่งอาจเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</li> <li>บทความต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน (Redundant publication) และผู้เขียนบทความต้องไม่ละเมิด(Plagiarism) รวมถึงไม่ลอกเลียนผลงานตนเองโดยมิชอบ (Self Plagiarism) และไม่ส่งบทความตีพิมพ์มากกว่าหนึ่งวารสาร (Simultaneous submission) ทั้งนี้หากเกิดการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับเนื้อหา และข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งที่ปรากฏในบทความ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งและผู้แต่งร่วมแต่เพียงฝ่ายเดียว<strong>หากพบว่าผู้เขียนส่งหรือตีพิมพ์บทความในที่อื่น ๆ กองบรรณาธิการถือว่าเป็นการกระทำคัดลอกผลงานตนเอง (</strong><strong>Self Plagiarism) ซึ่งกองบรรณาธิการจะระงับการตีพิมพ์และแจ้งต้นสังกัดของผู้เขียนต่อไป</strong></li> <li>บทความที่ตีพิมพ์/เผยแพร่ทุกบทความในวารสารนิเทศสยามปริทัศน์ต้องผ่านการพิจารณาดังนี้ 1. กองบรรณาธิการ และ 2.ผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) อย่างน้อย 2 ท่านต่อบทความ <strong><u>และตั้งแต่เล่มปีที่ </u></strong><strong><u>21 ฉบับที่ 1 ประจำปี 2565 เป็นต้นไป เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) อย่างน้อย 3 ท่านต่อบทความ </u></strong>โดยผู้พิจารณาทราบชื่อผู้แต่ง แต่ผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (Single-blind peer review) </li> </ol> https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/290522 บทบาทและจริยธรรมของช่างภาพกีฬาในสถานการณ์วิกฤตของการแข่งขันระดับโลก 2026-06-30T14:34:55+07:00 ณัฐวุฒิ สิงห์หนองสวง nutthawut.sin@siam.edu วรางคณา กิตติกรวัฒนา Warangkana.kitt@gmail.com เด่นชัย พ่วงแสงสุข Poungsaengsuk@gmail.com <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทและจริยธรรมของช่างภาพกีฬาในสถานการณ์วิกฤตของการแข่งขันระดับโลก ผ่านกรณีศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน US Open 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดสูงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการแข่งขัน การวิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพโดยอิงจากข้อมูลเหตุการณ์จริงและการวิเคราะห์บริบททางสังคมและจริยธรรม พบว่าช่างภาพกีฬาเป็นทั้งผู้บันทึกเหตุการณ์และปัจจัยที่อาจรบกวนการแข่งขันในบางสถานการณ์ การขาดแนวทางปฏิบัติและจริยธรรมที่ชัดเจนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้เกี่ยวข้องในสนามการแข่งขัน บทความเสนอแนะแนวทางการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพและนโยบายกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานของช่างภาพกีฬาอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพต่อการแข่งขัน รวมถึงการฝึกอบรมที่เหมาะสมเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการบันทึกภาพและการรักษาความยุติธรรมในการแข่งขัน</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/290516 การพัฒนาชุดดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร พื้นที่ตลาดภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บนแฟนเพจเฟซบุ๊ก 2026-06-30T12:21:53+07:00 กฤติญา ตาดคํา Tadkhum.krit@gmal.com ปิลันธนา ปุ่นหลั่ง Pilantana@gmail.com สิริพร เกรียงเกร็ด Siriporn@gmail.com พรปภัสสร ปริญชาญกล pornpapatsorn.pri@kmutt.ac.th กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ kuntida.tha@kmutt.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;1) พัฒนาชุดดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหารพื้นที่ตลาดภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบนเพจ&nbsp;ECT Social Lab 2) ประเมินคุณภาพ 3) ประเมินผลการรับรู้ 4)&nbsp;ประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสื่อที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ชุดดิจิทัลคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;ร้านอาหารพื้นที่ตลาดภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบนเพจ ECT&nbsp;Social&nbsp;Lab&nbsp;2) แบบประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาและด้านสื่อการนำเสนอ 3) แบบประเมินผลการรับรู้ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ที่กดติดตามเพจ&nbsp;Facebook ECT Social Lab ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ จากผู้ที่ยินดีและสมัครใจในการให้ความร่วมมือเป็นอาสาสมัครและกลุ่มตัวอย่างทดลอง&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้ 1) ได้พัฒนาชุดดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหารพื้นที่ตลาดภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบนเพจ&nbsp;ECT Social Lab จำนวน 6 ชิ้น 2) ผลประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า&nbsp;มีผลการประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดี&nbsp;( x̄= 4.44, S.D. = 0.43)&nbsp;ผลการประเมินคุณภาพด้านสื่อการนําเสนออยู่ในระดับดีมาก&nbsp;( x̄= 4.72, S.D. = 0.38)&nbsp;ผลการประเมินการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด&nbsp;( x̄= 4.86, S.D. = 0.44)&nbsp;และผลประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด&nbsp;( x̄= 4.82, S.D. = 0.41)&nbsp;ดังนั้นชุดดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหารพื้นที่ตลาดภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบนเพจ ECT&nbsp;Social&nbsp;Lab&nbsp;ที่พัฒนาขึ้นสามารถนําไปเผยแพร่ได้จริง&nbsp;</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/286124 การพัฒนาชุดสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดห้องเรียน เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนสำหรับนักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา 2026-01-01T12:58:49+07:00 ธีรวันท์ โอภาสบุตร noonteerawan@gmail.com ธนานพ พงษ์จีน ftnanop@gmail.com ยศกร จักรจรัส yotsakron_jak@hotmail.com สารีพร อินตา pondinta534@gmail.com ประภัสสร วงษ์ดี prapassorn.won@kmutt.ac.th <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดห้องเรียนเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา 2) เพื่อประเมินคุณภาพของชุดสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดห้องเรียนเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา 3) เพื่อประเมินผลการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อชุดสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดห้องเรียนเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อชุดสื่ออินโฟกราฟิกเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดห้องเรียนเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1-4 สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา จำนวน 30 คน โดยเลือกแบบสุ่มตามความสะดวก (Convenience Sampling)&nbsp;เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย ประกอบด้วย 1) ชุดสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอินโฟกราฟิก 2) แบบประเมินคุณภาพสื่อจากผู้เชี่ยวชาญ 3) แบบประเมินผลการรับรู้ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ ผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาโดยรวมอยู่ในระดับดี (𝑥̅= 4.00, S.D. = 0.27) และด้านสื่อการนำเสนอโดยรวมอยู่ในระดับดี (𝑥̅= 3.81, S.D. = 0.90) ในส่วนผลการประเมินระดับการรับรู้ของนักศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดห้องเรียนเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅= 4.77, S.D. = 0.44) ซึ่งรายการที่รับรู้สูงสุดคือ การตระหนักว่าการจัดห้องเรียนมีผลต่อบรรยากาศการเรียนรู้และระดับการมีส่วนร่วมของผู้เรียน และผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อชุดสื่ออินโฟกราฟิกโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.78, S.D. = 0.42) และรายการที่ได้รับคะแนนสูงสุดคือ การลำดับเนื้อหาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชุดสื่ออินโฟกราฟิกที่พัฒนาขึ้นนี้มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ได้จริง</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศสยามปริทัศน์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/286484 ปัจจัยการรับรู้ความน่าเชื่อถือ การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์อินฟลูเอนเซอร์ที่พยากรณ์ความคาดหวังความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ของผู้บริโภค 2026-01-19T19:21:58+07:00 ภรชนก จรัณยานนท์ parachanok.ch4z@gmail.com พรพรรณ ประจักษ์เนตร pornpun.p@nida.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ของผู้บริโภคต่อความน่าเชื่อถือของอินฟลูเอนเซอร์ การรับรู้การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ และอิทธิพลของปัจจัยดังกล่าวที่มีต่อความคาดหวังความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามกับอินฟลูเอนเซอร์ในสื่อสังคมออนไลน์ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยที่เคยติดตามอินฟลูเอนเซอร์ จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่าผู้บริโภคมีการรับรู้ต่อความน่าเชื่อถือของอินฟลูเอนเซอร์ การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ และความคาดหวังความต่อเนื่องของความสัมพันธ์อยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นว่า ความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ ความน่าเชื่อถือของอินฟลูเอนเซอร์ และความคุ้นชินและการต่อต้านต่อภาพลักษณ์ใหม่เป็นปัจจัยที่สามารถพยากรณ์ความคาดหวังความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรตามได้ร้อยละ 57 และความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศสยามปริทัศน์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/286623 แรงจูงใจของผู้บริโภค ในการซื้อสินค้าผ่าน TikTok Shop และผลต่อพฤติกรรมการซื้อซ้ำ 2026-01-23T16:16:02+07:00 วริศรากร หวู่ waritsarakorn@gmail.com พรพรรณ ประจักษ์เนตร Pornpun.par@gmail.com <p><span lang="TH">การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้คุณภาพสินค้า พฤติกรรมการเปิดรับต่อผู้ใช้แอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-US">TikTok</span><span lang="EN-US"> </span><span lang="TH">ความพึงพอใจและความไว้วางใจในตราสินค้าที่สามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อซ้ำของผู้บริโภคผ่าน แอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-US">TikTok Shop</span><span lang="EN-US"> </span><span lang="TH">การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอายุ</span><span lang="EN-US"> 15 </span><span lang="TH">ปีขึ้นไปจำนวน </span><span lang="EN-US">400 </span><span lang="TH">คน </span><span lang="TH">วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการเปิดรับต่อผู้ใช้แอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-US">TikTok </span><span lang="TH">สามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อซ้ำของผู้บริโภคได้ดีที่สุด รองลงมาคือการรับรู้คุณภาพสินค้า <br />พฤติกรรมการเปิดรับต่อผู้ใช้แอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-US">TikTok </span><span lang="TH">ความพึงพอใจ และความไว้วางใจในตราสินค้า</span><span lang="TH"> ตามลำดับ ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความตั้งใจซื้อซ้ำของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ </span><span lang="EN-US">0.001 </span><span lang="TH">ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่า ตัวแปรอิสระทั้งสี่สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจซื้อซ้ำผ่านแอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-US">TikTok </span><span lang="TH">ได้ร้อยละ </span><span lang="EN-US">45.9 </span><span lang="TH">แสดงให้เห็นว่าปัจจัยด้านคุณภาพสินค้า ประสบการณ์การใช้งาน และความ</span><span lang="TH">สัมพันธ์เชิงความไว้วางใจมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความตั้งใจซื้อซ้ำของผู้บริโภคในบริบท</span><span lang="TH">ของ </span><span lang="EN-US">Social Commerce </span><span lang="TH">ผลการวิจัยครั้งนี้</span><span lang="TH">สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด</span><span lang="TH">บนแพลตฟอร์ม </span><span lang="EN-US">TikTok Shop </span><span lang="TH">เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์</span><span lang="TH">เชิงบวก ความพึงพอใจ และความไว้วางใจ</span>ของผู้บริโภค อันจะนำไปสู่การ รักษาฐานลูกค้าและความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศสยามปริทัศน์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/290518 ลำดับเวลาเปรียบเทียบของการออกแบบกราฟิกโลกและไทย ค.ศ. 1890–2025: การหดตัวของระยะห่างทางเวลาและการกลายพันธุ์ทางรูปแบบ 2026-06-30T13:48:09+07:00 กิตติธัช ศรีฟ้า kittithat.sri@rmutr.ac.th <p>บทความวิจัยฉบับนี้นำเสนอผลการศึกษาลำดับเวลาเปรียบเทียบของการออกแบบกราฟิกระหว่างบริบทโลกและบริบทไทย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 ถึง 2025 ซึ่งครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านจากยุคโครโมลิโธกราฟี (chromolithography) ถึงยุคปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (generative artificial intelligence) งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพแบบการวิจัยเอกสาร (documentary research) ร่วมกับการวิเคราะห์เปรียบเทียบ (comparative analysis) โดยพัฒนาเครื่องมือสองชุดหลักคือ ตารางลำดับเวลาเปรียบเทียบ (comparative chronological matrix) และโค้ดบุ๊ก (codebook) สำหรับจำแนกชิ้นงานกราฟิกใน 6 มิติ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิต ช่องทางสื่อ การจัดวางตัวอักษร อาร์ตไดเรกชัน เศรษฐกิจสื่อ และบทบาทสถาบัน วิเคราะห์ภายใต้กรอบทฤษฎีหลัก 5 กรอบ คือ การกำหนดของสื่อ (media determinism) ของแมคลูฮัน ความล่าช้าทางวัฒนธรรม (cultural lag) ของอ็อกเบิร์น การแพร่กระจายนวัตกรรม (diffusion of innovations) ของโรเจอร์ส ความเป็นลูกผสม (hybridity) ของบาบา และซอฟต์แวร์ในฐานะคำสั่ง (software takes command) ของมาโนวิช ผลการวิจัยพบว่า (1) ความสัมพันธ์ระหว่างกราฟิกไทยกับกราฟิกโลกปรากฏอย่างน้อย 4 รูปแบบ คือ การรับโดยตรง การปรับใช้ การสร้างสรรค์ใหม่ และการสอดคล้องร่วมสมัย มิใช่เพียงรูปแบบ "ตามหลัง" แบบเส้นตรง (2) ระยะห่างทางเวลา (time lag) ของกราฟิกไทยมีลักษณะเป็นพลวัตและมีแนวโน้มหดตัวลงเป็นลำดับ จากระดับ 1–3 ทศวรรษในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มาสู่ระดับ "ปีต่อปี" ในยุคสงครามเย็น และระดับใกล้เคียงเวลาจริง (real-time) ในยุคดิจิทัล (3) กราฟิกไทยมีลักษณะเด่นคือการกลายพันธุ์ทางรูปแบบ (stylistic hybridization) ก่อให้เกิดอัตลักษณ์ลูกผสมที่เป็นเอกลักษณ์ 3 รูปแบบหลัก คือ ไทย-วิกตอเรียน (Thai-Victorian) อาร์ตเดโคการเมือง (Political Art Deco) และไทยเวอร์นาคูลาร์ป็อป (Thai Vernacular Pop) (4) การออกแบบกราฟิกไทยมีนัยทางการเมืองในฐานะเครื่องมือสร้างความชอบธรรมและสื่อสารอุดมการณ์ของรัฐและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ผลการวิจัยมีคุณูปการทั้งต่อการเรียนการสอนประวัติศาสตร์การออกแบบ การปฏิบัติงานออกแบบที่มีรากฐานทางวัฒนธรรม และการพัฒนาฐานข้อมูลอ้างอิงสำหรับวงวิชาการการออกแบบไทย</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/290519 การเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวชาวไทยกับการตัดสินใจบริโภคอาหารพื้นถิ่นอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 2026-06-30T13:54:07+07:00 ภารวี ศรีกาญจน์ chantana.p@rmutp.ac.th ฉันทนา ปาปัดถา chantana.p@rmutp.ac.th ดลพร ศรีฟ้า donlaporn.sr@rmutp.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับการตัดสินใจบริโภคอาหารพื้นถิ่นของนักท่องเที่ยวชาวไทยในอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจบริโภคอาหารพื้นถิ่นของอำเภอน้ำหนาว จำนวน 400 คน และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที่ (t-Test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1) การตัดสินใจบริโภคอาหารพื้นถิ่นของนักท่องเที่ยวในอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) นักท่องเที่ยวที่มีเพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์การเดินทางต่างกันการตัดสินใจบริโภคอาหารพื้นถิ่นของนักท่องเที่ยวในอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่แตกต่างกัน</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/290520 การพัฒนาชุดวิดีโอคอนเทนต์บนเพจ 9stadium เพื่อส่งเสริมการรับรู้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 2026-06-30T14:12:20+07:00 ธนา ประเศรษฐานนท์ kuntida.tha@kmutt.ac.th ณัฐภัทร สินสืบเชื้อ Sinsuebchue@gmaiil.com นันทพงศ์ อารคร Nanthapong.ar@gmail.com พรปภัสสร ปริญชาญกล pornpapatsorn.pri@kmutt.ac.th กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ kuntida.tha@kmutt.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและประเมินคุณภาพชุดวิดีโอคอนเทนต์บนเพจ 9stadium เพื่อส่งเสริมการรับรู้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 2) ประเมินผลการรับรู้ และ 3) ประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสื่อที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ชุดวิดีโอคอนเทนต์บนเพจ 9stadium เพื่อส่งเสริมการรับรู้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 2) แบบประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาและด้านสื่อการนำเสนอ 3) แบบประเมินการรับรู้ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ที่กดติดตามเพจ 9stadium ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบสะดวก จากผู้ที่กดติดตามเพจ 9stadium ที่ยินดีและสมัครใจในการให้ความร่วมมือเป็นอาสาสมัครและกลุ่มตัวอย่างทดลอง จำนวน 50 คน ผลการวิจัย มีดังต่อไปนี้ 1) ได้พัฒนาชุดวิดีโอคอนเทนต์บนเพจ 9stadium เพื่อส่งเสริมการรับรู้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จำนวน 6 ตอน 2) ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีผลการประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก ( x̄= 4.71, S.D. = 0.46) ผลการประเมินคุณภาพด้านสื่อการนำเสนออยู่ในระดับดีมาก (&nbsp;= 4.61, S.D. = 0.49) 3) ผลการประเมินการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄= 4.79, S.D. = 0.44) และ 4) ผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄= 4.82, S.D. = 0.44) ดังนั้น ชุดวิดีโอคอนเทนต์บนเพจ 9stadium เพื่อส่งเสริมการรับรู้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปเผยแพร่ได้จริง&nbsp;</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/290521 การพัฒนาชุดสื่อโมชันกราฟิกเพื่อประชาสัมพันธ์ละครโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 3Plus 2026-06-30T14:24:02+07:00 นภัสกร เกษมพร kuntida.tha@kmutt.ac.th พิมพ์ลภัส ร่วมนาพะยา Ruamnapaya@gmail.com เนตรนพรัตน์ ประคุณหังสิต Prakhunhungsit@gmail.com กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ kuntida.tha@kmutt.ac.th พรปภัสสร ปริญชาญกล pornpapatsorn.pri@kmutt.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและประเมินคุณภาพชุดสื่อโมชันกราฟิกเพื่อประชาสัมพันธ์ละครโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 3Plus 2) ประเมินผลการรับรู้ และ 3) ประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสื่อที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ชุดสื่อโมชันกราฟิกเพื่อประชาสัมพันธ์ละครโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 3Plus 2) แบบประเมินคุณภาพและด้านเนื้อหาและด้านสื่อการนำเสนอ 3) แบบประเมินการรับรู้ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้กดติดตามเพจ 3 Plus ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญจากผู้ที่ยินดีและสมัครใจในการให้ความร่วมมือเป็นอาสาสมัครและกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 50 คน ผลการวิจัย มีดังต่อไปนี้ 1) ได้พัฒนาชุดสื่อโมชันกราฟิกเพื่อประชาสัมพันธ์ละครโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 3 Plus จำนวน 4 ชิ้น หลังจากนั้นนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพสื่อที่พัฒนาขึ้น ผลประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีผลการประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดี ( x̄= 4.19, S.D. = 0.83) ผลการประเมินคุณภาพด้านสื่อการนำเสนออยู่ในระดับดี ( x̄= 4.44, S.D. = 0.51) ผลประเมินการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄= 4.95, S.D. = 0.23) ผลประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄= 4.81, S.D. = 0.40) ดังนั้นชุดสื่อโมชันกราฟิกเพื่อประชาสัมพันธ์ละครโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 3Plus ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปเผยแพร่ได้จริง</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026