วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou <p> สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชริเริ่มจัดทำวารสารทางวิชาการของสาขาวิชา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เพื่อให้เป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของคณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เป็นวารสารวิชาการราย 6 เดือน (2 ฉบับ/ปี) ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม-มิถุนายน และ ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานวิชาการ โดยที่ผลงานวิชาการดังกล่าวต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น ทั้งนี้ทุกบทความจะได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ และจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนอย่างน้อย 2 ท่านต่อบทความ โดยการประเมินเป็นแบบปกปิดรายชื่อทั้งผู้ประเมินและผู้เขียนบทความ (Double-Blind Peer Review)<br /><br /></p> <p>ISSN 3057-1294 (Online)</p> en-US edjournal@stou.ac.th (รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน สุวรรณจินดา) edjournal@stou.ac.th (นายนิวัฒน์ จุ่นสำราญ) Tue, 30 Dec 2025 09:06:44 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 - https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/286056 เก็จกนก เอื้อวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/286056 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 Learning and Teaching for Mathematical Literacy: Making Mathematics Useful for Everyone https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/284889 ฉัตรชัย พุฒิรุ่งโรจน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/284889 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 - https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285931 เก็จกนก เอื้อวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285931 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 รูปแบบการสอนเพื่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักศึกษาวิชาชีพครู https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/275846 <p>ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3R8Cs) ได้รับการกล่าวถึงในแวดวงการศึกษาอย่างกว้างขวางว่าส่งผลให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ดังนั้น การพัฒนานักศึกษาวิชาชีพครูในศตวรรษที่ 21 ในฐานะการเป็นผู้ขับเคลื่อนการศึกษาในอนาคตถือเป็นบทบาทสำคัญ รูปแบบการสอนซึ่งเป็นกลไกสู่สัมฤทธิ์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นการบูรณาการเทคนิคและวิธีการสอน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) เทคนิคการสอน 5P 2) รูปแบบการเรียนแบบเล่น และ 3) การจัดการเรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการวิจัย สู่รูปแบบการสอนแบบ BOAT ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การวางรากฐานความคิด (<strong>B</strong>asic of Thought) การเปิดใจเรียนรู้ (<strong>O</strong>pen Mind) การแสดงพฤติกรรมสู่สัมฤทธิ์ผลในเป้าหมาย (<strong>A</strong>chievement of Goal) และการฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคจากปัจจัยด้านตนเองและปัจจัยภายนอก (Overcome of <strong>T</strong>hreats) ทำให้นักศึกษาวิชาชีพครูให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของผู้เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนานักเรียนในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ</p> กรัณฑรักข์ วิทยอภิบาลกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/275846 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 - https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285932 เก็จกนก เอื้อวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285932 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 - https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285934 เก็จกนก เอื้อวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285934 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 - https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285935 เก็จกนก เอื้อวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/285935 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาหลักสูตรบนฐานเศรษฐกิจชุมชนโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมสมรรถนะหลัก ทักษะชีวิตและอาชีพ และความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/280098 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินความต้องการและพัฒนาแนวทางการพัฒนาหลักสูตร 2) พัฒนาหลักสูตรบนฐานเศรษฐกิจชุมชนโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมสมรรถนะหลัก ทักษะชีวิตและอาชีพ และความคงทนในการเรียนรู้ 3) ศึกษาผลการใช้หลักสูตร และ 4) ประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรที่พัฒนาขึ้น กระบวนการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ประเมินความต้องการจากคณะกรรมการสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวม 163 คน โดยใช้แบบประเมินหลักสูตรและแบบสนทนากลุ่ม ระยะที่ 2 พัฒนาหลักสูตรโดยใช้ความร่วมมือจากครู ภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญ และนักเรียน รวม 62 คน ระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย 68 คน โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะหลัก แบบประเมินทักษะชีวิตและอาชีพ แบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ และแบบสอบถามความคิดเห็น ระยะที่ 4 ประเมินผลการรับรองหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน โดยใช้แบบประเมินผลรับรองการพัฒนาหลักสูตร วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ค่า PNI<sub>modified</sub> และวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นอยู่ในระดับสูง และพัฒนาแนวทางตามรูปแบบ CIPP<sub>IEST</sub> จำนวน 8 ด้าน 2) องค์ประกอบของหลักสูตรประกอบด้วย เป้าหมาย เนื้อหา กลยุทธ์ การประเมิน ทรัพยากร การประเมินผล และการบริหารจัดการ 3) ผลการใช้หลักสูตรพบว่าสมรรถนะหลัก ทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน มีคะแนนร้อยละพัฒนาการเท่ากับ 41.55 และ 41.22 ตามลำดับ มีความคงทนในการเรียนรู้ ผลลัพธ์การเรียนรู้อยู่นระดับดีขึ้นไป และความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด และ 4) ผลการประเมินรับรองหลักสูตรอยู่ในระดับมากที่สุด</p> เกียรติศักดิ์ ชัยยาณะ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/280098 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้ เรื่อง ไฟฟ้า ที่มีต่อความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายขยายโอกาสอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/280061 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน รูปแบบการวิจัยนี้เป็นแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง ประชากรคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายขยายโอกาสอำเภอแม่เมาะ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 4 โรงเรียน จำนวน 4 ห้องเรียน รวมนักเรียนจำนวน 72 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสบป้าดวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จำนวน 1 ห้องเรียน มี 14 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้ เรื่อง ไฟฟ้าจำนวน 4 แผน ใช้เวลาเรียน 18 ชั่วโมง 2) แบบวัดความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ และ 3) แบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบเครื่องหมาย ผลการวิจัยปรากฏว่า 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้มีความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> พีรวัชร ศรีเงิน, นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์, ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/280061 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การประเมินโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/284608 <p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร โดยมีการประเมินความพึงพอใจ ประเมินการเรียนรู้ ประเมินพฤติกรรม ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เข้ารับการอบรม และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการดำเนินโครงการ ผู้ให้ข้อมูลในการประเมิน 60 คน ประกอบด้วย ผู้เข้ารับการฝึกอบรม 55 คน ครู 5 คน และผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการดำเนินโครงการ 11 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ (1) แบบสอบถามความพึงพอใจในการฝึกอบรม (2) แบบประเมินการเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจ ทักษะความสามารถ และผลการปฏิบัติงานของผู้เข้ารับการอบรม (3) แนวคำถามการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับพฤติกรรมการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เข้ารับการฝึกอบรม และ (4) แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการดำเนินโครงการ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการประเมิน มีดังนี้ ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด มีผลการเรียนรู้ระดับดีมาก โดยผลการประเมินพฤติกรรม พบว่า การฝึกอบรมได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เข้ารับการอบรม คือ การริเริ่มการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อลดรายจ่าย การพัฒนาการผลิตเพื่อจำหน่ายและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่วนการประเมินผลลัพธ์ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีทักษะและสามารถสร้างผลผลิตและต่อยอดธุรกิจ และการขยายผลผลิตสู่ชุมชน และ 2) แนวทางการพัฒนา พบว่า (1) ควรปรับการจัดสรรงบประมาณที่ยืดหยุ่นและเพียงพอ (2) ควรเปิดหลักสูตรตามความสนใจของชุมชน (3) ควรส่งเสริมการติดตามผลระยะยาว และ (4) ควรเปลี่ยนเป้าหมายโครงการให้เน้นทั้งการผลิตและการจำหน่าย</p> ศิวกร แสงแก้ว, เก็จกนก เอื้อวงศ์, พิชิต ฤทธิ์จรูญ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/284608 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ สำหรับนักศึกษาพยาบาล https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/279915 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ สำหรับนักศึกษาพยาบาล และ 2) ประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาลในการใช้สื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 ที่ลงทะเบียนในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย จำนวน 30 คน วิธีการในการพัฒนาสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ ขั้นตอนที่ 1 (R1) ศึกษาแนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 (D1) สร้างต้นแบบนวัตกรรมและสร้างแนวเรื่อง ขั้นตอนที่ 3 (R2) ตรวจสอบประสิทธิภาพทดลองใช้ และขั้นตอนที่ 4 (D2) ปรับปรุงต้นแบบนวัตกรรม ปรับปรุงสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ รูปแบบสมบูรณ์ เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) สื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ สำหรับนักศึกษาพยาบาล มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเตรียมตัวผู้ทำคลอด การล้างมือ การเปิดเซตคลอด การเตรียมอุปกรณ์ทำคลอด การเตรียมผู้คลอด การทำคลอดทารก และการตัดสายสะดือทารก 2) ความพึงพอใจสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ รายข้อ คะแนนเฉลี่ยมากที่สุดคือเนื้อหาครอบคลุมวัตถุประสงค์การเรียนรู้และการใช้คำถามสถานการณ์มีความเหมาะสม สำหรับความพึงพอใจสื่อต้นแบบเทคโนโลยีเสมือนจริงสถานการณ์การคลอดปกติ รายด้าน ส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยระดับความพึงพอใจด้านการออกแบบ ด้านเนื้อหา และด้านการใช้งาน อยู่ในระดับสูง</p> นารีรัตน์ บุญเนตร, พรรษชล สุปาลกร, โบว์ชมพู บุตรแสงดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/279915 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700