วารสารพัฒนศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu
<p><strong>"วารสารพัฒนศาสตร์"</strong> วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์<strong> เปลี่ยนชื่อจาก "วารสารสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร"</strong> <strong>เผยแพร่ฉบับแรกในปี พ.ศ. </strong><strong>2548</strong> เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของ "บัณฑิตอาสาสมัคร" ที่ได้เข้าไปเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต การศึกษา พัฒนาและรวบรวมองค์ความรู้จากในพื้นที่ชนบทที่บัณฑิตอาสาสมัครได้เข้าไปปฏิบัติงานภาคสนามร่วมกับประชาชนในพื้นที่ วารสารฯ ได้ดำเนินการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาทางด้านสังคมศาสตร์เรื่อยมา กระทั่งปี พ.ศ.2561 ที่สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร ได้ยกสถานะเป็นวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ วารสารจึงได้เปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับชื่อของหน่วยงานและใช้มาจนถึงปัจจุบัน</p> <p><strong>จุดมุ่งหมายและขอบเขต</strong></p> <p>วารสารพัฒนศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนแนวคิด ความรู้ ความก้าวหน้าใหม่ในลักษณะสหสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์ พัฒนศาสตร์ โดยเปิดรับบทความวิชาการ บทความวิจัย และผลงานวิชาการลักษณะอื่น ๆ ที่ครอบคลุมประเด็น</p> <ul> <li>การศึกษาวิจัยและปฏิบัติการพัฒนาในระดับชุมชนท้องถิ่น/ชุมชนเมือง ทั้งในมิติทางวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ สังคม</li> <li>การบริหารจัดการทรัพยากร</li> <li>ทุนทางสังคม</li> <li>การศึกษาเพื่อการพัฒนา และ</li> <li>การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนามนุษย์และสังคม</li> </ul> <p><strong>การพิจารณาและคัดเลือกบทความ</strong></p> <p>วารสารพัฒนศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาและคัดเลือกบทความ ดังนี้</p> <ol> <li>บทความที่เสนอเข้ามาเพื่อขอรับการตีพิมพ์ต้องไม่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของวารสารอื่น และไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่มาก่อน</li> <li>บทความมีความสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายและขอบเขตของวารสารฯ</li> <li>บทความมีรูปแบบการเขียนเรียบเรียงที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ มีหลักฐานอ้างอิงที่ถูกต้องและเชื่อถือได้</li> <li>การพิจารณาบทความ ทำโดย<strong>ผู้ทรงคุณวุฒิ</strong> <strong>(peer-reviewers) </strong>จากสาขาที่เกี่ยวข้องกับบทความทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย <strong>จำนวน 3 ท่านต่อ 1 บทความ</strong></li> <li>รูปแบบ<strong>การพิจารณาบทความ ใช้รูปแบบ</strong> <strong>Double-Blinded Review</strong> <strong>โดยผู้ทรงคุณวุฒิไม่ทราบชื่อผู้เขียนและผู้เขียนไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความ</strong></li> <li>บทความจะได้รับการเผยแพร่เมื่อผู้เขียนได้ดำเนินการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิและผ่านการพิจารณารับรองจากกองบรรณาธิการวารสารฯ</li> <li>ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่เผยแพร่ในวารสารพัฒนศาสตร์ฯ ถือเป็นของผู้นิพนธ์บทความ ผู้ประสงค์จะนำข้อความใด ๆ ไปพิมพ์เผยแพร่ต่อไปต้องได้รับอนุญาตจากผู้นิพนธ์และโปรดแจ้งให้ทางวารสารฯ ทราบ</li> </ol> <p><strong>ประเภทของบทความที่เผยแพร่ </strong></p> <ol> <li>บทความวิจัย (Research article)</li> <li>บทความวิชาการ (Academic article)</li> </ol> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์ </strong></p> <ul> <li>ภาษาไทย</li> <li>ภาษาอังกฤษ</li> </ul> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่</strong></p> <p>วารสารตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี</p> <ul> <li>ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน เผยแพร่เดือนมิถุนายน</li> <li>ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม เผยแพร่เดือนธันวาคม</li> </ul> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p> <p>วารสาร<strong>ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ </strong>ทุกขั้นตอน</p> <p><strong>เจ้าของวารสาร</strong></p> <p>วารสารพัฒนศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</p>
วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
th-TH
วารสารพัฒนศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2630-0680
-
บทบรรณาธิการ
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/286042
ธิดารัตน์ ศักดิ์วีระกุล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Tidarat Sakveerakul
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
ก
ข
-
สถาบันอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน: พันธกิจสำคัญและสิ่งกีดขวาง
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/284210
<p>บทความนี้ มุ่งวิเคราะห์บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยพิจารณาจากพันธกิจหลัก ได้แก่ การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการบริหารจัดการภายในมหาวิทยาลัย ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า สถาบันเหล่านี้มีขีดความสามารถเชิงโครงสร้างในการขับเคลื่อน SDGs ระดับสูง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของสถาบันเหล่านี้ก็คือ ส่วนใหญ่ยังคงเน้นการเพิ่มจำนวนนักศึกษา ขาดบูรณาการเชิงนโยบาย และขาดการเชื่อมโยงระหว่างวิชาการกับสังคม บทความนี้จึงเสนอแนวทางการพัฒนาองค์กรโดยการฝังแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมเชิงสถาบัน </p>
สมศักดิ์ สามัคคีธรรม
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมศักดิ์ สามัคคีธรรม
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
122
153
-
จากกระแสสู่การเปลี่ยนผ่าน: ทำความเข้าใจแรงผลักดัน ของมหาวิทยาลัยไทยสู่ความยั่งยืน
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/284848
<p>บทความนี้มุ่งทำความเข้าใจพลวัตของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในสถาบันอุดมศึกษาไทยระหว่างช่วงการระบาดของโควิด-19 ถึงปี พ.ศ. 2568 โดยใช้แนวทางเชิงคุณภาพภายใต้กระบวนทัศน์นัยนิยม เพื่อสำรวจความหมาย การรับรู้ และกระบวนการเปลี่ยนผ่านของมหาวิทยาลัย ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วยการสำรวจความคิดเห็นของสถาบันอุดมศึกษาในปี พ.ศ. 2564 ข้อมูลปฐมภูมิจากแบบสอบถามออนไลน์ การสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์เชิงลึก เสริมด้วยการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิระหว่างปี พ.ศ. 2565–2568 เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อน ผลการศึกษาพบว่า มหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ได้บูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้าสู่ยุทธศาสตร์หลัก ทั้งในด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนจำนวนมากยังคงถูกกำหนดทิศทางโดยแรงผลักภายนอก ทั้งจากการจัดอันดับและความคาดหวังของภาคธุรกิจที่ต้องการให้สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทสนับสนุนมาตรฐานด้าน ESG รวมถึงแรงจูงใจจากการแข่งขันเชิงสถาบัน มากกว่าการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างภายในอย่างมีนัยยะ การเปลี่ยนแปลงในหลายสถาบันยังคงอยู่ในลักษณะโครงการเฉพาะกิจ ขาดความต่อเนื่องและกลไกเชื่อมโยงระดับระบบ ขณะที่บางสถาบันเริ่มพัฒนาแนวทางการทำงานที่เชื่อมประสานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งสะท้อนพัฒนาการในแนวทางของมหาวิทยาลัยพลเมือง โดยสรุป การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานของภาคอุดมศึกษาอย่างชัดเจน แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนที่แท้จริงยังต้องอาศัยกลไกภายในที่ยืดหยุ่นมากขึ้น การส่งเสริมอิสระทางวิชาการ และการสร้างความร่วมมือ เพื่อให้การบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความหมายต่อบริบทพื้นที่</p>
ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี
อนัญพร อิ่มจงใจรักษ์
นันทินี มาลานนท์
ชนัญชิดา กองแก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี, อนัญพร อิ่มจงใจรักษ์, นันทินี มาลานนท์, ชนัญชิดา กองแก้ว
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
154
184
-
ทัศนคติต่อการแบ่งชนชั้นและความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย: การศึกษาเชิงคุณภาพกลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/283859
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติต่อการแบ่งชนชั้นและความเหลื่อมล้ำทางสังคมของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร ใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึกกับนักศึกษาระดับปริญญาตรีอายุ 20-25 ปี จาก 3 มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร จำนวน 52 คน ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มองว่าการแบ่งชนชั้นมาจากตัวกำหนดใน 5 มิติได้แก่ การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ อาชีพ อำนาจ และรูปลักษณ์ภายนอก ด้านทัศนคติต่อประโยชน์ของการแบ่งชนชั้น ส่วนใหญ่เห็นว่าชนชั้นเป็นสิ่งที่สร้างความเหลื่อมล้ำ ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าชนชั้นมีประโยชน์บางส่วนในแง่การจัดระเบียบสังคมและช่วยกำหนดนโยบายทางสังคม เมื่อพิจารณาบริบทสังคมไทย นักศึกษามองว่าการแบ่งชนชั้นทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำชัดเจนที่สุดในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และอำนาจ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าสังคมไทยจะสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นได้ ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่านักศึกษามีความตระหนักรู้เชิงระบบต่อปัญหาการแบ่งชนชั้นและมีมุมมองที่ซับซ้อนต่อการแก้ไขปัญหาในสังคมไทยในหลายระดับ</p>
ฐิตินันทน์ ผิวนิล
นภสมน นิจรันดร์
กิ่งกาญจน์ จงสุขไกล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ฐิตินันทน์ ผิวนิล, นภสมน นิจรันดร์, กิ่งกาญจน์ จงสุขไกล
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
185
203
-
Creating Shared Value ในประเทศไทย: ทศวรรษของการปรับ-เปลี่ยนทฤษฎีสู่การปฏิบัติ และการจัดระบบใหม่ของ ความสัมพันธ์ธุรกิจกับสังคม (พ.ศ. 2555–2564)
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/284824
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประมวลความก้าวหน้าของการแปรผลทฤษฎีการสร้างคุณค่าร่วมของธุรกิจคู่สังคมของกิจการต่าง ๆ ในไทยทั้งบริษัทข้ามชาติ กิจการขนาดใหญ่ และกิจการขนาดเล็ก รวมทั้งสิ้น 30 แห่ง เป็นการศึกษาข้อมูลในระหว่างปี พ.ศ 2555 – 2564 ซึ่งเป็นห้วงระยะ 10 ปีของการเผยแพร่ทฤษฎีนี้ เป็นการวิจัยโดยใช้วิธีการผสมระหว่างการศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ การสัมภาษณ์ และการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผลการศึกษาพบว่า บริษัทข้ามชาติต่างพยายามที่ปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อสังคมให้สอดรับการบริการของผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งเป็นไปตามกรอบของทฤษฎี CSV กิจการขนาดใหญ่ ต่างริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการต่าง ๆ ทั้งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการตลาด การพัฒนาผลิตภาพไปตามห่วงโซ่ธุรกิจ และการร่วมพัฒนากับท้องถิ่น ในขณะที่กิจการขนาดเล็กที่เป็นการประกอบการเพื่อสังคม ใช้ CSV เป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจทั้งในระดับผลิตภัณฑ์ และองค์กร สำหรับการขับเคลื่อน CSV ให้เป็นกลยุทธ์องค์กรนั้น จะต้องเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างปัจจัยในระดับกลยุทธ์ขององค์กรที่กำหนดมาจากส่วนกลางหรือผู้บริหารระดับสูงกับทักษะ ความรู้ ความสามารถของบุคลากรหรือทรัพยากรของบริษัทที่จะไปรับมือและสนองตอบความต้องการหรือปัญหาทางสังคม</p>
สุนทร คุณชัยมัง
สุภาวดี ขุนทองจันทร์
วีรบูรณ์ วิสารทสกุล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สุนทร คุณชัยมัง, สุภาวดี ขุนทองจันทร์, วีรบูรณ์ วิสารทสกุล
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
204
233
-
การรับรู้ของครูอนุบาลกับการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน: กรณีศึกษาโรงเรียนสาธิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/281463
<p>การวิจัยเชิงคุณภาพแบบแผนการวิจัยแบบกรณีศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสารและ<br />การสัมภาษณ์เชิงลึกนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) การรับรู้ต่อการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน และ (2) ปัจจัยที่มีผลต่อการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ผู้ให้ข้อมูลคือ ครูชั้นอนุบาล สังกัดโรงเรียนสาธิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จำนวน 3 คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง ตามเกณฑ์ที่กำหนด การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก มีรูปแบบเป็นการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง รูปแบบการสัมภาษณ์มีทั้งแบบเผชิญหน้า การสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ หรือการสัมภาษณ์แบบออนไลน์ตามความสมัครใจของผู้ให้ข้อมูล ขณะสัมภาษณ์ ผู้วิจัยทำหน้าที่ในการควบคุมกระบวนการสัมภาษณ์ให้ตอบคำถามอย่างอิสระและเปิดเผย ผู้วิจัยใช้เครื่องบันทึกเสียงและจดบันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์ทันทีด้วยตนเอง สำหรับการสังเกตพฤติกรรมทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษาของครูอนุบาลระหว่างการให้สัมภาษณ์ ผู้วิจัยดำเนินการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมโดยสมบูรณ์ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัย โดยเริ่มจากการถอดเสียงการสัมภาษณ์แบบวลีต่อวลี อ่านทบทวนข้อมูลหลายครั้งก่อนนำไปถอดรหัส คัดลอกและจัดหมวดหมู่ซ้ำ ๆ จนได้ข้อมูลที่อิ่มตัว ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลอ่าน เพื่อยืนยันความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ต่อการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูอนุบาล ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การตระหนักถึงประโยชน์ของการทำวิจัย (2) ความรู้สึกเชิงลบต่อวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (3) รับรู้ความสามารถของตนในการทำวิจัย และ (4) เจตจำนงในการขอรับความช่วยเหลือ ตามลำดับ</p>
อัครพล ไชยโชค
วรวรรณ เหมชะญาติ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 อัครพล ไชยโชค, วรวรรณ เหมชะญาติ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
234
258
-
บทเรียนจากการจัดหลักสูตรบ่มเพาะนวัตกรทางสังคมรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการเครือข่ายนวัตกรรมคนรุ่นใหม่ ของสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/284641
<p>บทความวิชาการนี้เป็นการสังเคราะห์จากผลการประเมินภายใน “โครงการเครือข่ายนวัตกรรมคนรุ่นใหม่” ดำเนินโครงการโดยสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI: Society of Young Social Innovators) ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน ครอบครัว (สำนัก 4) ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเป็นการศึกษาบทเรียนการจัดการเรียนรู้ให้กับนวัตกรทางสังคมรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตรบ่มเพาะ (Incubation Program) ช่วง พ.ศ.2564-2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนานวัตกรทางสังคมรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 21 และ 2) ศึกษาปัจจัยสนับสนุนการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้กับนวัตกรทางสังคมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต ซึ่งผลการศึกษาพบว่ารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเยาวชนควรเปิดโอกาสให้ได้ลงมือทำจริง มีส่วนร่วม และได้ปรับตัวผ่านการเรียนรู้ข้ามเครือข่าย โดยเน้นกระบวนการที่สนับสนุนให้เปิดกว้างต่อความหลากหลายทั้งแนวคิดและวิธีการ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรทางสังคมที่มีศักยภาพในอนาคต และปัจจัยที่สนับสนุนการออกแบบที่สำคัญคือความชัดเจนของโครงการ การมีผู้รับผิดชอบหลัก การออกแบบการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการมีทีมพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์หลากหลายที่ช่วยติดตาม สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนเยาวชนระดับบุคคล ทีมและโครงการนวัตกรรมทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
กิตติกาญจน์ หาญกุล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กิตติกาญจน์ หาญกุล
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
259
274
-
ศาสตร์ความซับซ้อนกับงานพัฒนา: แนวคิด เงื่อนไข และเครื่องมือเพื่อการประยุกต์ใช้
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/284084
<p>การพัฒนาในศตวรรษที่ 21 ไม่อาจอธิบายได้ด้วยกรอบคิดเชิงเส้นหรือกลไกเชิงเทคนิคที่เชื่อว่า<br />ปัจจัยต่างๆ สามารถควบคุมได้ทั้งหมด หากแต่เป็นปรากฏการณ์ของระบบซับซ้อนเชิงปรับตัว (Adaptive complex system) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลายระดับที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ บทความนี้มุ่งนำเสนอการประยุกต์ใช้ศาสตร์ความซับซ้อน (complexity science) ในงานพัฒนา โดยอธิบายรากฐาน แนวคิด และความหมายที่พัฒนาจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาสู่สังคมศาสตร์และพัฒนศาสตร์ พร้อมทั้งวิเคราะห์เงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความซับซ้อนในการพัฒนา การพิจารณาความซับซ้อนในงานพัฒนาจำต้องคำนึงถึงความทับซ้อนของระดับ ความไม่สมดุลของอำนาจ ทุน และผลประโยชน์ การไม่สามารถกำหนดผลลัพธ์ล่วงหน้า ความแตกต่างเชิงโครงสร้างและพลวัต ซึ่งล้วนสะท้อนพลวัตของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นในการแก้ปัญหาสังคม นักพัฒนาจะต้องใช้ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและไม่จำกัดเพียงกรอบคิดเชิงตรรกะ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ร่วม ใช้หลักบูรณาการศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา เน้นการออกแบบเชิงยืดหยุ่น และใช้เครื่องมือการประเมินผลที่เหมาะสม เช่น การใช้แบบจำลองตัวแทน การประเมินเพื่อพัฒนา การเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ และการวิเคราะห์เครือข่าย ในการทำความเข้าใจผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ ซึ่งจะช่วยให้การประเมินผลการพัฒนามีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้เสนอว่า ความซับซ้อนไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานพัฒนา หากแต่เป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยอธิบายธรรมชาติของระบบสังคม เพื่อระบุเงื่อนไขและจัดการอย่างสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (paradigm shift) ในการคิด การวางแผน และการประเมินผล เพื่อให้การพัฒนามีความยั่งยืนและตอบสนองต่อพลวัตของสังคมได้อย่างแท้จริง </p>
กฤษณะ โชติรัตนกมล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กฤษณะ โชติรัตนกมล
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
275
298
-
กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพที่ยั่งยืนสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/284100
<p>แม้จะมีการปฏิรูปการศึกษาหลายครั้ง แต่โรงเรียนมัธยมในประเทศไทยยังขาดกลไกที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับเส้นทางอาชีพ บทความเชิงแนวคิดเชิงสังเคราะห์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาในการพัฒนาเส้นทางอาชีพของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา โดยอาศัยการทบทวนแนวคิดและทฤษฎีด้านการบริหารการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาอาชีพ ผลการสังเคราะห์เสนอกรอบแนวคิดการบริหารสถานศึกษาเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ การบริหารเชิงนโยบาย หลักสูตรฐานสมรรถนะ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อเสนอแนะเน้นการพัฒนานโยบายแนะแนวอาชีพและการสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และภาคแรงงาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน</p>
ศิวาวุฒิ รัตนะ
วุฒิชัย วรชิน
จันทร์เพ็ญ ภิญโญวงศ์
สุรพงษ์ ไกรษา
ชยุต รำไพ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ศิวาวุฒิ รัตนะ, วุฒิชัย วรชิน, จันทร์เพ็ญ ภิญโญวงศ์, สุรพงษ์ ไกรษา, ชยุต รำไพ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-29
2025-12-29
8 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
299
315