ความต้องการการศึกษาต่อหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

Main Article Content

พรเพ็ญ จุไรยานนท์
สุภาพร อรุณะวงศา
ฐณัฐา ลาภเลิศ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาภาษาจีนหรือภาษาจีนธุรกิจ ในรูปแบบหลักสูตรผสมผสานใหม่ ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,039 คน ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 853 คน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงและใช้การกำหนดสัดส่วนของกลุ่มตัวอย่างตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั้ง 22 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี กลุ่มที่ 2 เป็นศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 120 คน และกลุ่มที่ 3 เป็นผู้ใช้บัณฑิตหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เป็นผู้บริหาร หัวหน้างาน หน่วยงานละ 2 คน จำนวน 33 แห่ง รวมจำนวน 66 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ วิเคราะห์ข้อมูลค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าหลักสูตรหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ ควรจะจัดการเรียนที่ประเทศไทยและเรียนในสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมกัน สาขาวิชาภาษาจีนหรือภาษาจีนธุรกิจที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสนใจในการเข้าศึกษาต่อมากที่สุด ได้แก่ สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ รองลงมาเป็นสาขาวิชาภาษาจีน และสาขาวิชาภาษาจีน (หลักสูตรนานาชาติ) หลักสูตรควรใช้ระยะเวลาในการจัดการเรียนการสอน ระยะเวลา 4 ปี ควรจัดการเรียนการสอนในวันและเวลาราชการ (ภาคปกติ) วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. มีค่าธรรมเนียมตลอดหลักสูตรอยู่ระหว่าง 100,000 – 120,000 บาท ควรจัดให้มีทุนการศึกษาประเภททุนการศึกษายกเว้นค่าเล่าเรียน หลักสูตรควรมีกิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านการพัฒนาด้านภาษาจีน และใช้การคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อด้วยการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ ความคาดหวังต่อหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีความคาดหวังมากที่สุดในด้านเป้าหมายที่ต้องการศึกษาต่อหรือคาดว่าควรส่งเสริมให้บุคคลศึกษาต่อ รูปแบบของการจัดการเรียนการสอน และรูปแบบของหลักสูตร ตามลำดับ และผู้ตอบแบบสอบถามมีความคาดหวังในหลักสูตรที่จะถูกพัฒนาของสาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ ว่าหากเกิดการพัฒนาหลักสูตรควรเป็นหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึก็นหลทักษะการใช้ภาษาและการปฏิบัติจริงเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพได้ มีโครงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในสาธารณรัฐประชาชนจีน หลักสูตรควรเน้นไปในความนิยมของกระแสการเรียนภาษาต่างชาติเพื่อการประกอบธุรกิจ การจัดการธุรกิจ เป็นหลัก ตลอดจนมีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านภาษาจีนให้กับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จุไรยานนท์ พ. ., อรุณะวงศา ส. ., & ลาภเลิศ ฐ. . (2024). ความต้องการการศึกษาต่อหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์, 26(2), 50–64. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hspbruacthjournal/article/view/277647
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิรัชยา ประทีปโชติพร และรัชนีวรรณ ปัญญามณี. (2563). การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกเรียนสาขาภาษาจีนของนักศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษา. International Chinese Language Teaching Journal (ICLT), 1(1): 72-85.

ณัฐฌาภรณ์ เดชราช ยุพรรณษา ศรีโกเมนทร์ และธนัชชา พิพัฒน์พัลลภ. (2565). ความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษาจีน วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต. วารสารคุรุศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 4(2): 19-36.

ณิชาภัทร จาวิสูตร อัจฉรา วัฒนาณรงค์ และสุวรพร ตั้งสมวรพงษ์. (2556). การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตามความคิดเห็นของนิสิต. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 5(9): 67-80.

ไทย บิซ พาโนราม่า. (2564). กระแสเรียนจีน มาแรงในอาเซียน ภาษาจีนนับวันยิ่งแพร่หลายทั่วโลก. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 19, 2566, จาก https://www.tap-magazine.net/blog-th/cns60.

บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

พลารัก ไชยโย และนัทสิริ วารีปาน. (2555). แนวทางการพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาภาษาธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ. สาขาวิชาภาษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.

เพิ่ง หลี่ถิ่ง. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาจีนของนักศึกษามหาวิทยาลัยสยาม. วารสารกระแสวัฒนธรรม, 15(28): 27-38.

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. (2562). มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 19, 2566, จาก https://www.pbru.ac.th/pbru/.

ศุภชัย แจ้งใจ. (2552). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนภาษาจีนของผู้เรียนสาขาวิเทศธุรกิจจีนและสาขาจีนศึกษา คณะวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต. คณะวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต.

สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2553). ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 4). มหาสารคาม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

เสาวลักษณ์ สุขสังข์ และคณิศร ธะวิทย์. (2560). รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ ระดับชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2560. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 19, 2566, จาก http://www.ecojournal.ru.ac.th/index.php/journals/viewPage/23.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี. (2566). ข้อมูลสารสนเทศ สพม.พบ. ปีการศึกษา 2566. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 19, 2566, จาก https://shorturl.asia/SjkOK.

เหว๋ย อู๋ และวัลลภา เฉลิมวงศาเวช. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาจีนของนักเรียนโรงเรียนเอกชนสองภาษา ก. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 14(1): 408-422.

Mathes, E.W. (1980). Maslow's hierarchy of needs as a guide for living. Journal of Humanistic Psychology, 20: 321-333.

Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis (3rd ed). New York: Harper & Row.