ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru <p><strong>Peer Review Process</strong><br /> บทความที่จะเสนอตีพิมพ์ในวารสารนี้จะต้องเป็นผลงานที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ และต้องเป็นงานที่ไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารใดมาก่อน และทุกบทความจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง (Peer-review) อย่างน้อยบทความละ 3 คน โดยปกปิดชื่อผู้แต่งและชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินบทความ (Triple-blind peer review) และบทความจากผู้นิพนธ์ภายในจะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก นอกจากนี้ผู้นิพนธ์ต้องยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนดและผู้นิพนธ์ต้องยินยอมให้บรรณาธิการแก้ไขความสมบูรณ์ของบทความได้ในขั้นสุดท้ายก่อนเผยแพร่<br /><br /><strong>Publication Frequency</strong></p> <table> <tbody> <tr> <td><strong>กำหนดเผยแพร่</strong> ปีละ 2 ฉบับ </td> <td> ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน</td> </tr> <tr> <td> </td> <td> ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</td> </tr> </tbody> </table> <p><strong>ISSN 0859-8185 (Print)</strong><br /><strong>ISSN 2821-9988 (Online)</strong></p> <p><strong>Published: </strong>2024-12-27 </p> th-TH <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</p> phetchabun_rajabhat_journal@outlook.com (Assistant Professor Dr.Kristiya Moonsri) phetchabun_rajabhat_journal@outlook.com (Ms.Chutima Phut-orn) Wed, 31 Dec 2025 01:18:01 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การศึกษาผลการใช้ Digital Book ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา หน่วยการเรียนรู้ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน วิชาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/275196 <p> การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ศึกษาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน จากการจัดการเรียนรู้ด้วย Digital Book ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา หน่วยการเรียนรู้ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน วิชาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 34 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย Digital Book แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัดทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน แบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วย Digital Book ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา เปรียบเทียบทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานก่อนกับหลังเรียน ด้วยสถิติ t-test dependent โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนมีทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ขั้นพื้นฐานหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมจากการจัดการเรียนรู้ด้วย Digital Book ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก (\bar{X} = 4.19, S.D. = 0.40) และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วย Digital Book ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก (\bar{X} = 4.43, S.D. = 0.47)</p> ณัฐกฤตา ศิริกิจ, ทัศวิน โขรัมย์, สุชาติ หอมจันทร์, กรกช ศิลปกอบ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/275196 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงควบกล้ำโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะของนักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย โปรแกรมวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/280862 <p> การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงควบกล้ำโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะกับนักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย โปรแกรมวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ สำหรับนักศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ 3) เพื่อศึกษาและหาค่าความพึงพอใจของนักศึกษาโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะสำหรับนักศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐาน มีประสิทธิภาพเกิน 80/80 เท่ากับ 80.83/83.48 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรียน (ร้อยละ 72.31) เฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียน (ร้อยละ 56.89) คิดเป็นร้อยละ 15.42 และค่าความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนของนักศึกษา อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด มีคะแนนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.96 หรือร้อยละ 99.20 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.21 </p> ปิยมาศ มาวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/280862 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาชุดการเรียนรู้เพื่อเสริมความสามารถด้านคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐานของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม): กรณีศึกษานักเรียนที่มีความรู้ต่างกัน https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/274495 <p> การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1. พัฒนาชุดการเรียนรู้สำหรับการเรียนการสอนคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐานของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร(ฝ่ายประถม) 2. ศึกษาผลการใช้ชุดการเรียนรู้สำหรับการเรียนการสอนคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐานก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 ที่คละความสามารถของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร(ฝ่ายประถม)ซึ่งลงเรียนวิชาภาษาจีนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่มเข้าเป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4 ห้องเรียน ได้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1, 5/2, 5/7 และ5/8 จำนวน 50 คน จากนั้นทำการRandom Assignment ได้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 และ5/2 จำนวน 25 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง ระยะเวลาในการทดลอง 15 คาบ คาบละ 60 นาที เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบทดสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาจีนขั้นพื้นฐาน ชุดการเรียนรู้เพื่อเสริมความสามารถด้านคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน และแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียนเพื่อวัดความสามารถด้านคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1. ชุดการเรียนรู้สำหรับการเรียนการสอนคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐานของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2. ความสามารถด้านคำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> ชนิดาภา พึ่งหลวง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/274495 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาการจัดกิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐานเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงออกแบบ ของนักศึกษาวิชาชีพครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/275630 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาแนวคิด และแนวทางในการสร้างรูปแบบการเรียนการสอนแบบเน้นประสบการณ์จัดกิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐาน 2. เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมแบบเน้น ประสบการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงออกแบบของ นักศึกษาวิชาชีพครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 3. เพื่อทดลองใช้กิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงออกแบบของ นักศึกษาวิชาชีพครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงออกแบบของนักศึกษาวิชาชีพครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ภาคเรียนที่ 2/2566 จำนวน 24 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ 1) แบบสอบถามแนวคิด และแนวทางในการสร้างรูปแบบการเรียนการสอนแบบเน้นประสบการณ์ 2) แบบสอบถามการพัฒนาการจัดกิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐาน 3) แบบวัดการคิดเชิงออกแบบ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน มีข้อเสนอแนะ 1. ควรมีการวางแผนและกำหนดจุดมุ่งหมายการสอน 2. ควรเน้นการปฏิบัติและใช้เทคนิคหลากหลาย 2) ผลการพัฒนาการจัดกิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐานมี 5 ขั้นตอน 1. ขั้นประสบการณ์เดิม 2. ขั้นการวางแผน 3. ขั้นการสร้างประสบการณ์ 4. ขั้นการนำความรู้ไปใช้ 5. ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ 3) ผลการทดลองใช้การจัดกิจกรรมแบบเน้นประสบการณ์เป็นฐานพบว่าหลังการจัดกิจกรรมมีผลสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับ.05 4) ผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (\bar{X} = 4.67, S.D. = 0.37)</p> สรวงพร กุศลส่ง, วิชญาพร อ่อนปุย, นันธิดา มะแสน, ชื่นนภา แต่งเมือง, สุกัญญา น้อยคนดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/275630 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์การใช้ภาษาในบทคัดย่อของบทความวิจัยในวารสารด้านภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ ที่มีค่า Quartile 1 จากการตรวจสอบข้อมูลของวารสารในฐานข้อมูล Scopus ประจำปี 2566 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/275115 <p> งานวิจัยฉบับนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพโดยวิเคราะห์บทคัดย่อของบทความวิจัยเพื่อศึกษาการใช้ภาษาในแง่ของกาล วาจก และชนิดของประโยค โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างของบทคัดย่อจำนวน 19 ฉบับ โดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจงจากวารสารด้านภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ ที่มีค่า Quartile 1 จากการตรวจสอบข้อมูลของวารสารในฐานข้อมูล Scopus ประจำปี 2566 และผลการวิเคราะห์พบการใช้ปัจจุบันกาลธรรมดามากที่สุดถึงร้อยละ 90.38 การใช้อดีตกาลธรรมดาร้อยละ 4.81 การใช้ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ร้อยละ 3.85 การใช้ปัจจุบันกาลกำลังกระทำร้อยละ 0.64 และการใช้อนาคตกาลสมบูรณ์ร้อยละ 0.32 ส่วนการใช้วาจกพบการใช้กรรตุวาจกมากที่สุดร้อยละ 85.20 และการใช้กรรมวาจกรองลงมาร้อยละ 14.80 และพบการใช้ชนิดของภาษาที่มากที่สุดร้อยละ 57.78 คือประโยคความซ้อน รองลงมาพบการใช้ประโยคความเดียวร้อยละ 21.48 การใช้ประโยคความผสมร้อยละ 11.11 และการใช้ประโยคความรวมร้อยละ 9.63</p> ศิริวิมล นกทรัพย์, พรเพ็ญ ไพศาลศุภนิมิต ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/275115 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ข้อเสนอแนะที่เป็นไปได้สำหรับการทดแทนงานโดยปัญญาประดิษฐ์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/280488 <p> การเกิดขึ้นและการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการถูกแทนที่และบทบาทในอนาคตของมนุษย์ในตลาดแรงงาน บทความนี้ได้ศึกษาโดยการทบทวนวรรณกรรมเชิงบรรยายเกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางเชิงนโยบายที่เป็นไปได้ที่จะสามารถลดปัญหาการทดแทนงานที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์<strong> </strong>ได้แก่ การแทรกแซงของรัฐบาล การปรับตัวของแรงงาน และการต่อต้านของสาธารณชนต่อปัญญาประดิษฐ์ จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่ารัฐบาลสามารถจัดการกับการทดแทนงานที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ได้โดยการใช้นโยบายการจัดเก็บภาษีปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมสำหรับแรงงานที่ถูกทดแทน และการปรับปรุงระบบการศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนสามารถปรับตัวเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยการพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต รวมทั้งการเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกับปัญญาประดิษฐ์ให้มากขึ้น และการต่อต้านปัญญาประดิษฐ์ของสาธารณชนถือเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและตอบสนองต่อบริษัทที่ขาดจริยธรรม ทำให้บริษัทมีความรับผิดชอบมากขึ้นเมื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์และช่วยเสริมสร้างนโยบายเพื่อปกป้องพนักงาน จากผลการศึกษานี้ เห็นได้ชัดว่าหน่วยงานภาครัฐควรออกแบบและดำเนินนโยบายเพื่อป้องกันการถูกแทนที่ของกำลังแรงงานอันเกิดจากการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ นโยบายดังกล่าวควรสนับสนุนให้บริษัทพัฒนาแนวปฏิบัติด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรมและยั่งยืน พร้อมทั้งจัดหาโอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะใหม่ให้แก่พนักงาน</p> เถ็ด ออง ไว, ไรอัน ไวลีย์, เกวลิน แท่นทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/jpcru/article/view/280488 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700