วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu <p><strong>วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ</strong> เป็นวารสารวิชาการสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ตีพิมพ์และเผยแพร่บทความวิชาการและบทความผลงานวิจัยหรือบทความวิจัย เพื่อเป็นสื่อกลางเผยแพร่ความรู้จากผลงานวิจัยและบทความวิชาการ เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่แลกเปลี่ยนด้านวิทยาการความรู้ระหว่าง อาจารย์ นิสิตนักศึกษา นักวิชาการอิสระทั้งของรัฐและเอกชนตลอดจนบุคคลทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้เผยแพร่ผลงานวิชาการที่มีคุณภาพในอันที่จะก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติ </p> <p><strong>Publisher : </strong>วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ (PAYAP UNIVERSITY JOURNAL) </p> <p><strong>Publication scheduled : </strong>กำหนดการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ คือ <br /> ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - มิถุนายน กำหนดออก มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม กำหนดออก ธันวาคม</p> <p><strong>ISSN </strong>0857-4677 <strong>(Print)</strong><br /><strong>ISSN</strong> 2651-1606 <strong>(Online)</strong></p> <hr /> <p> ***สนใจส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารฯ สามารถส่งบทความโดยผู้เขียนลงทะเบียนเพื่อใช้งานระบบ Thaijo 2.0 เพื่อดำเนินการ <strong>ส่งบทความ</strong> และ <strong>แบบเสนอบทความ (Download <a title="แบบเสนอบทความ" href="https://payap-my.sharepoint.com/:w:/g/personal/journal_payap_ac_th1/EYY4PeQKaXtItCMWGNyjvmkBsDt0DrByruJl9Kon5_KCKw?e=R0gegW" target="_blank" rel="noopener">DOC</a> / <a title="แบบเสนอบทความ" href="https://payap-my.sharepoint.com/:b:/g/personal/journal_payap_ac_th1/EZX7WZNP5JFHs1Lkl5w3xp8B_AEec-sXCpK-NuSneMUQfg?e=XIt5bn" target="_blank" rel="noopener">PDF</a>) </strong>ทางออนไลน์ผ่านระบบ ที่ <strong><a href="https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/about/submissions">https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/about/submissions </a></strong>หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ <strong>กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยพายัพ โทร. 053-851-478-86 ต่อ 344</strong></p> th-TH journal@payap.ac.th (บรรณาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภูวัตร ทาอินต๊ะ) journal@payap.ac.th (ธนารักษ์ ครามใส) Thu, 28 May 2026 13:46:52 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ส่วนหลัง ปีที่ 36 ฉบับที่ 1 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/289729 ภูวัตร ทาอินต๊ะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/289729 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 ส่วนหน้า ปีที่ 36 ฉบับที่ 1 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/289727 ภูวัตร ทาอินต๊ะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/289727 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 บรรณนิทัศน์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/289728 ภูวัตร ทาอินต๊ะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/289728 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 ผลกระทบของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรป ต่อประโยชน์สาธารณะด้านกีฬา: ความท้าทายและโอกาสของกีฬายุโรป https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284607 <p>กฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรป (EU AI Act) ได้กำหนดกฎระเบียบที่ครอบคลุมเพื่อสร้างเกณฑ์การจำแนก AI ตามความเสี่ยง และนำไปสู่การสกัดกั้นความเสี่ยงจาก AI ที่ยอมรับไม่ได้หรือความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับอุตสาหกรรมกีฬาในสหภาพยุโรป ซึ่งหมายความว่า ผู้กำหนดนโยบายด้านกีฬา หน่วยงานกำกับดูแลกีฬา และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกีฬาในสหภาพยุโรปต้องปฏิบัติตามทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องของกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้เผชิญความท้าทายในบางประเด็น อันประกอบด้วยประเด็นการกำหนดให้องค์กรกีฬาต้องเปิดเผยข้อมูลตามระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และประเด็นการให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถของ AI บทความนี้อภิปรายและนำเสนอความท้าทายและโอกาสในการนำ AI มาใช้ภายใต้กฎระเบียบ ที่กำหนดโดยสโมสรกีฬาหรือนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจกีฬาเพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันกีฬาจะเป็นไป อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและน่าเชื่อถือ ตั้งแต่ข้อได้เปรียบไปจนถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI ในวงการกีฬา โดยอาศัยบทเรียนจากสหภาพยุโรป ข้อกังวลด้านประโยชน์สาธารณะของกฎหมายว่าด้วย AI ของสหภาพยุโรปครอบคลุมการใช้ AI ในลักษณะที่เป็นการต้องห้ามภายใต้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคง รวมถึงวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรม AI กับเศรษฐกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต และสังคม แม้ว่าการกำกับดูแล AI ภายใต้กฎหมายว่าด้วย AI ของสหภาพยุโรป เปิดแง่มุมทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับกีฬาที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการใช้ AI ที่ไม่เหมาะสม แต่การวิเคราะห์ของบทความนี้ยังนำไปใช้กับสโมสรกีฬา นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจกีฬา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในกีฬายุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย AI ของสหภาพยุโรปในแวดวงกีฬา</p> ปีดิเทพ อยู่ยืนยง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284607 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง: กรณีมีคำสั่งระงับ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285755 <p>การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเป็นกลไกที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและแสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมือง โดยประเทศไทยมีการจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ทำหน้าที่จัดการและกำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จากการศึกษารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งพบว่า การเลือกตั้งในทุกระดับ ก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ได้บัญญัติให้อำนาจแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งออกคำสั่ง ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้ เป็นการชั่วคราวได้และให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุด สะท้อนถึงการรวมอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการไว้ในองค์กรเดียว ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการแบ่งแยกและการถ่วงดุลอำนาจภายใต้หลักการนิติรัฐ และเป็นการจำกัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคลในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสซึ่งใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งในลักษณะเดียวกัน แต่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายตุลาการเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้สมัครรับเลือกตั้ง<br /><br />บทความนี้จึงเสนอว่า ควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในกรณีก่อนหรือกรณีภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องยื่นคําร้องต่อศาลและให้องค์กรตุลาการเป็นผู้วินิจฉัยแทน และเปิดโอกาสให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งได้โต้แย้งแสดงพยานหลักฐานต่อสู้คดี จนปราศจากข้อสงสัย</p> นันท์มนัส จันทราศัพท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285755 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 ภาวะผู้นำเชิงปัญญาประดิษฐ์ของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อการพัฒนาการศึกษายุคปัญญาประดิษฐ์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285116 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอแนวคิดภาวะผู้นำเชิงปัญญาประดิษฐ์ (AI Leadership) ของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยอาศัยการสังเคราะห์วรรณกรรมด้านภาวะผู้นำร่วมสมัย การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการศึกษาและจริยธรรมดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่อิงข้อมูลและยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ภาวะผู้นำเชิงปัญญาประดิษฐ์มิได้มุ่งให้เทคโนโลยีแทนที่มนุษย์ แต่เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้นำกับระบบปัญญาประดิษฐ์ในลักษณะ “ผู้ช่วยคิดร่วม” เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารและการเรียนรู้ บทความสังเคราะห์องค์ประกอบสำคัญของภาวะผู้นำเชิงปัญญาประดิษฐ์ในสถานศึกษา 4 ด้าน ได้แก่ (1) ความรอบรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์และสมรรถนะดิจิทัล (2) การใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ (3) การจัดการนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง และ (4) ความร่วมมือระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นฐานของการบริหารแบบการตัดสินใจอิงข้อมูลและธรรมาภิบาลดิจิทัล นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ในระดับสถานศึกษา เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายปัญญาประดิษฐ์ที่ชัดเจน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรตามกรอบสมรรถนะดิจิทัลสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา (DigCompEdu) และการออกแบบกลไกความร่วมมือมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์อย่างสมดุลเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ระบบการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพเท่าเทียมและสอดคล้องกับพลวัตของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์</p> สุกัญญา สุดารารัตน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285116 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 นามนัยในพาดหัวข่าวกับการฉายภาพ “เชียงใหม่” ในข่าวสาร ภาคภาษาอังกฤษทางกลุ่มเฟซบุ๊กเชียงใหม่นิวส์อินอิงลิช https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/287502 <p>บทความนี้ได้วิเคราะห์เนื้อหาข่าวสารเกี่ยวกับจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568 - 5 มกราคม พ.ศ. 2569 ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลา 7 วันก่อนเริ่มโครงการ และอีก 7 วันของการดำเนิน “โครงการ 7 วันอันตราย” ภายใต้ชื่อการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ที่เผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก (Facebook Group: FBG) เชียงใหม่นิวส์อินอิงลิช (Chiang Mai News in English) ซึ่งนำเสนอข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อวิเคราะห์ประเภทของนามนัยในพาดหัวข่าวด้วยแนวคิดของ Lakoff และ Johnson (2) เพื่อแบ่งประเภทย่อยของประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดเชียงใหม่ที่ถูกกำหนดให้เป็นวาระนำเสนอ (Agenda Setting) ในสื่อท้องถิ่นที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างประเทศ โดยนำเสนอเป็นความถี่และร้อยละ และ (3) เพื่อวิเคราะห์ประเด็นที่กลุ่มผู้อ่านสนใจด้วยทฤษฎีการใช้ประโยชน์และความพึงพอใจจากสื่อ โดยวิเคราะห์จากจำนวนที่ได้รับการกดไลก์ (like) ผลการศึกษาพบว่า ประเภทของนามนัยในพาดหัวข่าวที่ได้รับการมีส่วนร่วมสูง ได้แก่ องค์กร/สถาบันแทนบุคคลผู้รับผิดชอบ (50.04%) ผู้ควบคุมแทนสิ่งที่ถูกควบคุม (28.59%) และ<strong>สถานที่แทนองค์กร/สถาบัน (</strong><strong>14.29%) ตามลำดับ</strong> สำหรับประเด็นที่ถูกนำเสนอผ่าน FBG: Chiang Mai News in English มากที่สุด ได้แก่ สื่อเลือกเน้นประเด็นท่องเที่ยว/เทศกาล/กิจกรรมมากที่สุด (26.47%) รองลงมา คือ อุบัติเหตุ/ความปลอดภัยบนถนน (18.62%) นโยบาย/ประกาศภาครัฐ (9.80%) และอาชญากรรม/กฎหมาย/ปราบปราม (8.82%) ตามลำดับ ในส่วนของผลการวิเคราะห์ตามทฤษฎีการใช้ประโยชน์ และความพึงพอใจ พบว่า ผู้อ่านใช้สื่อเพื่อสนองความต้องการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความบันเทิง และความสุขทางอารมณ์ ด้านข้อมูลเพื่อการดำเนินชีวิต ด้านความปลอดภัย และด้านการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน นอกจากนี้ยังพบว่า พาดหัวข่าวที่ใช้นามนัยในวาระข่าวสารดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับระดับความสนใจของผู้อ่าน โดยสะท้อนผ่านจำนวนการกด Like ที่สูงขึ้น เนื่องจากนามนัยได้เชื่อมโยงข่าว กับบริบททางสังคมและความสนใจทำให้ผู้อ่านเข้าถึงสาระสำคัญได้อย่างรวดเร็ว บทบาทของนามนัย จึงเป็นกลไกทางภาษาและการคิดที่สนับสนุนกระบวนการกำหนดวาระข่าวสารและดึงดูดความสนใจ ของผู้อ่านในบริบทสื่อสังคมออนไลน์</p> สรธีดา เขื่อนศรี, จิรภัทร กิตติวรากูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/287502 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยกำหนดพฤติกรรมการจัดการการเงินของกลุ่มคน Generation Z ในจังหวัดเชียงใหม่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284632 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการการเงินของกลุ่มคน Generation Z ในจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ อายุ 19 - 22 ปี จำนวน 400 คน การศึกษาครั้งนี้เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน 400 ชุด และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 21 ปี และกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ตัวแปรที่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการจัดการการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ การขัดเกลาทางสังคมของผู้ปกครอง (Parental Socialization: PS) และการควบคุมตนเอง (Self-Control: SC)</p> จิรายุ หาญตระกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284632 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจชุมชน “สร้างไทย”: เส้นทางสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285343 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความพร้อมด้านการจัดการทางการเงินของผู้ประกอบการทุเรียนกวนในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ในการเข้าถึงสินเชื่อโครงการ “สร้างไทย” และเปรียบเทียบแนวปฏิบัติด้านการจัดการทางการเงินที่สังเกตพบกับข้อกำหนดของโครงการ เพื่อระบุช่องว่างและแนวทางปรับปรุง กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก ซึ่งได้จาก 9 กลุ่มผู้ประกอบการ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interviews) ด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Questions) เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล ซึ่งเครื่องมือ ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและทดลองสัมภาษณ์ 5 รายก่อนใช้งานจริง ผลการวิจัยพบว่า (1) ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีระดับความพร้อมด้านการจัดการทางการเงินต่ำ โดยขาดการบันทึกบัญชี การวางแผน และการวิเคราะห์ต้นทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งขัดขวางการเข้าถึงสินเชื่อ และ (2) แนวปฏิบัติ ที่สังเกตพบไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ ธ.ก.ส. เช่น แผนธุรกิจที่ไม่ครบถ้วนและเอกสารที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดช่องว่างในด้านเครือข่ายและการปฏิบัติตามเกณฑ์ SME แนวทางปรับปรุงที่เสนอเน้นการเสริมสร้างความพร้อมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในฐานะบริบทนโยบาย โดยเฉพาะ SDG 8 (งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ)</p> ไฮดา สุดินปรีดา, นิฟาตีฮะ ปัตนวงศ์, เนตรวดี เพชรประดับ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285343 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 กระบวนการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่เป็นประโยชน์ จากมุมมองของผู้รับการปรึกษา https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/281755 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่เป็นประโยชน์ จากมุมมองของผู้รับการปรึกษา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์ปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 4 คน อายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประสบการณ์เข้ารับการปรึกษาเชิงจิตวิทยารายบุคคลจากศูนย์ให้การปรึกษาภายในมหาวิทยาลัย การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่เป็นประโยชน์ สามารถจำแนกออกเป็น 5 ประเด็น ได้แก่ (1) การได้บอกเล่าความคิดและความรู้สึก (2) การได้รับการรับฟังโดยปราศจากการตัดสิน (3) การเกิดการตระหนักรู้ในตนเอง (4) การได้รับมุมมองใหม่ที่กระตุ้นให้เกิดการใคร่ครวญ และ (5) ประสบการณ์นอกชั่วโมงปรึกษา ผลการวิจัยนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจต่อการรับรู้ของผู้ใช้บริการเกี่ยวกับปัจจัยที่เอื้อให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากทางจิตใจได้</p> สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์ , ธีรวรรณ ธีระพงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/281755 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการรับความช่วยเหลือทางด้านสุขภาพจิต จากนักวิชาชีพสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/283931 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการรับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 295 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบวัดการรับรู้ตราบาปทางสังคม 2) แบบวัดทัศนคติต่อการรับความช่วยเหลือทางด้านสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิต 3) แบบวัดความตั้งใจในการรับความช่วยเหลือทางด้านสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิต 4) แบบสอบถามการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัว และ 5) แบบสอบถามความทุกข์ทางจิตใจ สถิติ ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ สถิติสหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการถดถอยเชิงพหุแบบลำดับขั้น ผลการศึกษาพบว่า ทัศนคติต่อการรับความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิตเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรความตั้งใจในการขอรับความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิตมากที่สุด (r = .474, p &lt; .01) ในขณะที่การรับรู้ตราบาปทางสังคม (r = -.287, p &lt; .01) และการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัว (r = -.141, p &lt; .05) มีความสัมพันธ์เชิงลบทางสถิติต่อตัวแปรความตั้งใจ ในการขอรับความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิต แม้ว่าตัวแปรความทุกข์ทางจิตใจจะไม่ปรากฏความสัมพันธ์โดยตรงกับตัวแปรความตั้งใจในการรับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิต แต่ในการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุแบบลำดับขั้นพบว่า ตัวแปรดังกล่าวกลับทำหน้าที่เป็นตัวแปรกดทับ และช่วยเพิ่มอำนาจการทำนายของตัวแปรทัศนคติต่อการรับความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิต โดยตัวแปรพยากรณ์ทั้งหมดในแบบจำลองสุดท้ายสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจในการขอรับความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตจากนักวิชาชีพสุขภาพจิตได้ร้อยละ 30.9 (R<sup>2</sup> = .309)</p> เทวัญ เนติสิงหะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/283931 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 สภาพปัจจุบันและการประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการเรียนรู้ ของนักศึกษาหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาสาขาวิชาดนตรี ในมหาวิทยาลัยภาคเหนือ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285896 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาสาขาวิชาดนตรี และประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาสาขาวิชาดนตรีในมหาวิทยาลัยภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่างการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่กำลังศึกษาในหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษาสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับดนตรีในมหาวิทยาลัยภาคเหนือ จำนวน 329 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบ 2 ขั้นตอน งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการ แบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างที่มีความตรงเชิงเนื้อหาและความเชื่อมั่นทั้งฉบับในระดับสูง วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและสภาพการจัดการเรียนการสอนด้วยค่าความถี่และค่าร้อยละ ประเมินความต้องการจำเป็นด้วยค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จัดเรียงความต้องการจำเป็นด้วยดัชนีความต้องการจำเป็นและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยมีดังนี้ (1) นักศึกษาส่วนใหญ่มีความถนัดในการปฏิบัติเครื่องกีตาร์ แซ็กโซโฟน และระนาด ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ทางดนตรีไทยและไม่มีประสบการณ์การทดสอบทางดนตรี และ (2) นักศึกษาส่วนใหญ่มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาตนเองสูงสุด 3 ด้านแรก ได้แก่ ความพร้อมของอุปกรณ์และห้องฝึกซ้อม องค์ความรู้ทางการปฏิบัติเครื่องดนตรีพื้นบ้าน และการจัดการเรียนรู้ด้านวิชาชีพครู หลักสูตร การจัดการเรียนรู้และเทคโนโลยีการเรียนรู้</p> เกริกพงศ์ ใจคำ, อรทัย เครือศรีรัตน์, ประสิทธิ์ คำปิงชัย, ชนะพล ยงไสว, ธวัช อัศวเดชาฤทธิ์, ธัญลักษณ์ ภู่ริยะพันธ์, หัทยา เฮ็ฟเนอร์, พัทธ์ธีรา สุตัณฑวิบูลย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285896 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 กลยุทธ์ความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในธุรกิจบริการเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในเขตกรุงเทพมหานคร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284836 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อปัจจัยภายในองค์กร การเลือกใช้กลยุทธ์ความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานทางธุรกิจของ SMEs 2) ศึกษาการเลือกใช้กลยุทธ์ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ทำหน้าที่เป็นกลไกส่งผ่านอิทธิพลจากปัจจัยภายในและภายนอกไปสู่ผลการดำเนินงานทางธุรกิจ และ 3) ยืนยันความสัมพันธ์เชิงปริมาณที่ค้นพบกับมุมมองและประสบการณ์ของผู้ประกอบการที่เป็นเชิงคุณภาพว่า อะไรคือกระบวนการและบริบทที่อยู่เบื้องหลัง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-methods Research) เริ่มจากการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูล จำนวน 200 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วย PLS-SEM จากนั้นวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกรณีศึกษา จำนวน 5 ราย จากผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยภายนอกส่งอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมเชิงบวกต่อปัจจัยภายในองค์กร การเลือกใช้กลยุทธ์ความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานทางธุรกิจของ SMEs 2) กลยุทธ์ความได้เปรียบทางการแข่งขันเป็นตัวแปรที่สำคัญในการทำหน้าที่ เป็นกลไกส่งผ่านอิทธิพลจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกไปยังผลการดำเนินงานทางธุรกิจ และ 3) ได้ยืนยันความสัมพันธ์เชิงปริมาณที่ค้นพบกับมุมมองและประสบการณ์ของผู้ประกอบการที่เป็นเชิงคุณภาพว่า กระบวนการและบริบทที่อยู่เบื้องหลัง คือ ทรัพยากรที่จับต้องไม่ได้ โดยเฉพาะตัวตนของผู้ประกอบการในฐานะสมรรถนะหลัก (Owner as Core Competency) ได้แก่ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความหลงใหลสามารถส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานที่แตกต่างจากแนวคิดดั้งเดิมเรื่องการติดอยู่ตรงกลาง ข้อค้นพบจากงานวิจัยนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการในการวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทรัพยากรและสภาพแวดล้อม และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะเชิงกลยุทธ์และสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้แก่ผู้ประกอบการ</p> วิชชาภร รัตนเพียร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284836 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 การสร้างแบรนด์และการเล่าเรื่องบนบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ผ้าทอชาติพันธุ์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285372 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการต่อการสร้างแบรนด์และการเล่าเรื่องอัตลักษณ์ชุมชนบนบรรจุภัณฑ์ 2) พัฒนาแบรนด์ผ้าทอชาติพันธุ์และบรรจุภัณฑ์ที่เล่าเรื่องด้วยเทคโนโลยี AR และ 3) ประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้ใช้ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยสมาชิกวิสาหกิจชุมชนช้างป่าห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 5 คน นักท่องเที่ยวและประชาชนใน 7 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 385 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจำนวน 3 คน และผู้ใช้งานจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อ 1) พบว่า ผู้บริโภคต้องการตราสินค้าที่สะท้อนคุณประโยชน์และที่มา ผู้ประกอบการต้องการชื่อแบรนด์ที่ความหมายดีและสื่อถึงชาติพันธุ์ ด้านบรรจุภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความต้องการโดยรวมในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.22) ส่วนผู้ประกอบการต้องการบรรจุภัณฑ์ ที่ยืดหยุ่น ต้นทุนต่ำ ด้านการเล่าเรื่อง ผู้บริโภคต้องการเนื้อหาที่น่าสนใจและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการนำเสนอวิถีชีวิตชุมชนและงานหัตถกรรม ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อ 2) แบรนด์ที่พัฒนาขึ้นชื่อ Súwílà แปลว่า สู่ขวัญ สื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้ทอกับผู้ใช้ ออกแบบโดยใช้ตัวอักษร S กลับด้าน ปลายตัวอักษรประดับด้วยลายดอกพิกุล บรรจุภัณฑ์ออกแบบเป็นภาพลายดอกพิกุล เล่าเรื่องชุมชนผ่านเทคโนโลยี AR นำเสนอวิถีชีวิตดั้งเดิม ความประณีตของงานทอ และผลิตภัณฑ์ผ้าทอของชุมชน และผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อ 3) ผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีประสิทธิภาพในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.36) และผลความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.55) เช่นกัน</p> พัชรินทร์ บุญสมธป, พชรณัฏฐ์ ไค่นุ่นภา, คมสัน ศรีบุญเรือง, สิริวรินทร์ เกรย์, ศรินยา ทรัพย์วารี, เสาวคนธ์ บุญสมธป ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285372 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ในเขตอำเภอเสริมงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา ลำปาง เขต 2 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284946 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพสมรรถนะด้านมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตอำเภอเสริมงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2 และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตอำเภอเสริมงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2 กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูในเขตอำเภอเสริมงาม รวมทั้งสิ้น 124 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตอำเภอเสริมงาม โดยมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และมีผลการวิเคราะห์ หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามได้ผลลัพธ์สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัค สภาพปัจจุบันเท่ากับ 0.80 ส่วนประเด็นการสนทนากลุ่ม และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพสมรรถนะด้านมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวม สภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความรับผิดชอบมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และ ด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด และ 2) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษา มีจำนวนแนวทางทั้งสิ้น 30 แนวทาง</p> ณัฐชาลิกา ทาอาสา, ปณตนนท์ เถียรประภากุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/284946 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700 การประกอบสร้างอัตลักษณ์ของหญิงข้ามเพศในข่าวภาษาอังกฤษ ในประเทศไทย: การศึกษาตามแนวทางศึกษาวาทกรรมเชิงวิพากษ์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285646 <p>งานวิจัยการศึกษาวาทกรรมเชิงวิพากษ์นี้มุ่งสำรวจการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของหญิงข้ามเพศผ่านกลวิธีทางภาษาในการนำเสนอผู้แสดงทางสังคม ในข่าวออนไลน์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างการใช้ภาษาและลำดับชั้นทางสังคม การวิจัยใช้วิธี เชิงคุณภาพเพื่อเปรียบเทียบการนำเสนอผู้แสดงทางสังคมในข่าวจำนวน 108 ข่าว ที่เผยแพร่ระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2562 - 2567 จากสื่อกระแสหลัก คือ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และสื่อท้องถิ่น คือ หนังสือพิมพ์ พัทยา เมล โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดการนำเสนอผู้กระทำทางสังคมของ van Leeuwen (2008) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงภาษาศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่า กลวิธีที่ปรากฏเด่นชัดที่สุดในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ คือ การเรียกขานแบบเป็นทางการ โดยเฉพาะการใช้คำนำหน้าชื่อ ‘Ms’ ร่วมกับนามสกุล และการระบุหน้าที่การทำงานตามด้วยตำแหน่งวิชาชีพชั้นสูงซึ่งเป็นการประกอบสร้างอัตลักษณ์แบบ “ชนชั้นนำผู้ได้รับการยอมรับ” ที่ผูกติดความชอบธรรมไว้กับสถานะทางเศรษฐกิจ ในขณะที่หนังสือพิมพ์พัทยา เมล กลวิธีที่พบบ่อยที่สุด คือ การเรียกขานแบบไม่เป็นทางการ เช่น การใช้ชื่อเล่นหรือคำนำหน้าว่า ‘น้อง’ และการระบุลักษณะทางกายภาพซึ่งเป็นการประกอบสร้างอัตลักษณ์แบบ “ผู้เบี่ยงเบนในท้องถิ่น” ผ่านการตีตราเชิงลบและการลดทอนความเป็นมนุษย์ให้เป็นเพียงวัตถุแห่งความบันเทิง หรืออาชญากรรม งานวิจัยจึงสรุปว่า สื่อข่าวภาษาอังกฤษในไทยกำลังผลิตซ้ำลำดับชั้นทางสังคมภายใต้การยอมรับแบบมีเงื่อนไขผ่านการใช้กลวิธีทางภาษาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน</p> ธนาวุธ ศรีจักร์, ปิยะพร ปุณณกะศิริกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/285646 Thu, 28 May 2026 00:00:00 +0700