วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak <p>วารสารรัฏฐาภิรักษ์ (Ratthaphirak Journal) เป็นวารสารวิชาการของวิทยาลัยป้องกันราชาอาณาจักร (National Defence College) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (National Defence Studies Institute) มีวัตถุประสงค์จะตีพิมพ์บทความในลักษณะ บทความวิชาการที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของชาติในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การทหาร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีและการสื่อสาร โดยเขียนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ และต้องเป็นบทความที่มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงทฤษฎี หลักการ หรือแนวความคิด และ / หรือการนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ โดยมีกำหนดเผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน) และ ฉบับที่ 2 (กรกฏาคม - ธันวาคม) </p> th-TH <p class="p1">บทคว<span class="s1">า</span>ม ข้อเขียน หรือคว<span class="s1">า</span>มคิดเห็นในนิตยส<span class="s1">า</span>รนี้เป็นของผู้เขียน ไม่ผูกพันกับวิทย<span class="s1">า</span>ลัย ป้องกันร<span class="s1">า</span>ชอ<span class="s1">า</span>ณ<span class="s1">า</span>จักรและท<span class="s1">า</span>งร<span class="s1">า</span>ชก<span class="s1">า</span>รแต่อย่<span class="s1">า</span>งใด </p> akradej.pr@thaindc.org (พลตรี อรรคเดช ประทีปอุษานนท์) panitchapat.ja@thaindc.org (กองบรรณาธิการวารสารรัฎฐาภิรักษ์) Sun, 14 Jun 2026 08:21:37 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แนวทางการปรับตัวทางเศรษฐกิจของไทย เพื่อรองรับการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287935 <p> นับตั้งแต่ปี 2560 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน เร่งให้ “การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ” (Economic decoupling) รุนแรงขึ้น ประเทศไทยพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศสูงจึงมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาฉากทัศน์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (2) วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะโครงสร้างการค้า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และห่วงโซ่อุปทาน และ (3) เสนอแนวทางการปรับตัวของไทย ทั้งในระดับนโยบายและภาคธุรกิจ</p> <p> ผลวิจัยพบว่า การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นเช่นนี้จะทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง ผ่านการส่งออกและการลงทุนที่ลดลง ภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะสาขาอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก จะเผชิญต้นทุนสูงขึ้นและการปรับตัวด้านกฎระเบียบการค้าต่างประเทศ แม้บางธุรกิจไทยจะมีความสามารถในการปรับตัว เช่น กระจายตลาดส่งออก และเพิ่มมูลค่าสินค้า แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและบุคลากรทักษะสูง</p> <p> ประเทศไทยต้องเร่งรับมือการเปลี่ยนแปลงนี้ผ่าน 2 นโยบายหลัก ได้แก่ (1) นโยบายสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจและเพิ่มศักยภาพประเทศ โดยภาครัฐควรมีบทบาทเพิ่มเติมในการเจรจาต่อรองทางการค้าและกระจายตลาดส่งออก การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและแรงงาน การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง การสนับสนุนให้ธุรกิจกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานโลก และการสร้างกลไกสื่อสารกับภาคธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และ (2) นโยบายความมั่นคงประเทศ โดยการวางตัวเป็นกลางอย่างมียุทธศาสตร์และการเลือกข้างเชิงเศรษฐกิจที่ชัดเจนในอุตสาหกรรมศักยภาพ เพื่อเตรียมรับมือความขัดแย้งโลกที่อาจรุนแรงขึ้นจนต้องเลือกข้าง</p> กฤษณ์ จันทโนทก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287935 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 สนธิสัญญาทะเลหลวง (BBNJ): นวัตกรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศและผลกระทบต่อประเทศไทย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287501 <p>ความตกลงภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ว่าด้วยการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลในพื้นที่นอกเขตอำนาจรัฐ (Agreement under the United Nations Convention on the Law of the Sea on the Conservation and Sustainable Use of Marine Biological Diversity of Areas beyond National Jurisdiction – BBNJ Agreement) ถือเป็นพัฒนาการสำคัญและนวัตกรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเป็นความตกลงฉบับแรกที่ออกแบบขึ้นเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ทะเลหลวงและพื้นทะเลลึก ซึ่งไม่มีรัฐใดมีอำนาจอธิปไตย โดยยึดหลัก “มรดกร่วมของมวลมนุษยชาติ” (common heritage of humankind) และหลักความยุติธรรมระหว่างประเทศในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและแบ่งปันทรัพยากรชีวภาพของโลกอย่างเท่าเทียม เนื้อหาหลักของความตกลงครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ (1) การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมทางทะเล (Marine Genetic Resources – MGRs) รวมถึงข้อมูลพันธุกรรมเชิงลำดับ (Digital Sequence Information – DSI) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ผลักดันให้เกิดกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การแบ่งปันตัวอย่าง ข้อมูล ชุดพันธุกรรม และองค์ความรู้ร่วมระดับโลก(2) เครื่องมือบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (Area-Based Management Tools – ABMTs) และพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Areas – MPAs) (3) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment – EIA และ Strategic Environmental Assessment – SEA) และ (4) การเสริมสร้างขีดความสามารถและการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Capacity-Building and the Transfer of Marine Technology – CB&amp;TT) ทั้งนี้ กลไกสำคัญอย่างกลไกกลางเพื่อแบ่งปันข้อมูล (Clearing-House Mechanism – CHM) และคณะกรรมการด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity-Building and Transfer of Marine Technology Committee – CB&amp;TT Committee) ยังถูกออกแบบให้มีบทบาทในการสนับสนุนรัฐกำลังพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ในบริบทของประเทศไทย ความตกลง BBNJ เป็นโอกาสในการขยายบทบาทของประเทศในเวทีพหุภาคี ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรทะเลในอนาคต เสริมสร้างความมั่นคงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเล และสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566–2580) ด้านการต่างประเทศที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติอย่างมีธรรมาภิบาล เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในการลงนามความตกลง BBNJ และเห็นชอบการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคี BBNJ ของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง อาทิ การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาพันธกรณีและเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคี และการขอรับการสนับสนุนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเข้าเป็นภาคีจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก และเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ลงนามในความตกลง BBNJ ถือว่าไทยเป็นรัฐลำดับที่ 113 ที่ได้ลงนามในความตกลงดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงทางการเมืองในการส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะผู้ร่วมร่างบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เพื่อการบริหารทรัพยากรโลกอย่างยั่งยืนและเสมอภาค โดยยังไม่ถือว่าไทยเป็นภาคีความตกลงนี้ ในลำดับต่อไปส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะหารือกันอย่างรอบด้านในกรอบของคณะกรรมการฯ ที่คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งไว้ เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ รวมถึงการความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายของไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากกลไกต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลง BBNJ ก่อนแสดงเจตนาเข้าเป็นภาคีต่อไป</p> ทรงชัย ชัยปฏิยุทธ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287501 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 แนวทางลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้มาตรการทางการเงินการคลังของประเทศ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287520 <p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีสาเหตุหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ความแปรปรวนของฤดูกาล และภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรง ภาครัฐได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในรูปแบบของความเสียหายต่อทรัพย์สิน รายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ลดลง และภาระงบประมาณในการฟื้นฟูและเยียวยา นำไปสู่การกำหนดเป้าหมายหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสร้างการปรับตัวต่อผลกระทบ เพื่อบรรเทาภาระทางการคลังและลดความเสียหายต่อประชาชน ควบคู่กับเป้าหมายรอง โดยการพัฒนาระบบงบประมาณด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนมาตรการทางการคลัง เช่น การเก็บภาษีคาร์บอนและการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด และเสนอมาตรการในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4 มาตรการ ได้แก่ (1) การพัฒนา Climate Budget Tagging (2) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (3) การปฏิรูปโครงสร้างภาษี และ (4) การจัดทำงบประมาณแบบบูรณาการ พร้อมทั้งเสนอแนวทางการดำเนินการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พัฒนาศักยภาพบุคลากร ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการ ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางทรัพยากร ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่งคงด้านสังคม ตลอดจนความมั่นคงของประเทศในที่สุด</p> มัทนา เจริญศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287520 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 ข้อเสนอการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2573 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287503 <p>การวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาการแก้ปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดเป็นข้อเสนอ โดยวิธีการดำเนินการวิจัยวิธีแบบเชิงคุณภาพ ได้แก่ เก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญจากเอกสารงานวิชาการ งานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์ ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญกับความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างยาวนาน จำนวน 10 ท่าน ตั้งแต่ พ.ศ. 2547-2567 ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ข้อเสนอ แนวคิด ‘ต้นไม้ของพ่อ’ สำหรับการแก้ไขปัญหาในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือ ในปี พ.ศ. 2568-2573 ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวเข้าหากันเพื่อบูรณาการงานให้มีเอกภาพ ประกอบไปด้วย (1). ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา (2). รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 (3). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน 4). จรรโลงสังคมพหุวัฒนธรรม เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างบรรยากาศการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (5). เดินหน้าการเจรจาพูดคุยสันติสุข เพื่อกำหนดเงื่อนไขในการสร้างพื้นที่ (6). พัฒนาระบบการศึกษาให้มีความร่วมสมัยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีวัตรปฏิบัติทางศาสนา (7). ส่งเสริมงานกิจการพลเรือนและมวลชนเชิงรุก หากได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเต็มใจและดำเนินการครบตามข้อเสนอการแก้ไขปัญหา เป็นไปได้ว่าเส้นทางการสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนใต้จะมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน</p> วันวิชิต บุญโปร่ง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287503 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287518 <p>ง</p> <p>งานวิจัยเรื่อง “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเสนอแนะแนวทางการจัดสรรทรัพยากรเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยอาศัยข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายของประเทศประกอบกับการวิเคราะห์เอกสารนโยบายชาติและรายงานสถานการณ์โลก ผลการวิจัยชี้ว่าควรการกำหนดยุทธศาสตร์เร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่ (1) การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (2) อาหารและการเกษตร และ (3) การแพทย์และสาธารณสุข โดยทั้งสามภาคส่วนนี้ประกอบกันเป็น “ยุทธศาสตร์สามประสาน” ที่ใช้การศึกษาเพื่อสร้าง “ความรู้ (Knowledge)” เป็นรากฐาน ขับเคลื่อนการสร้าง “ความมั่งคั่ง (Wealth)” ในภาคเกษตรซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานราก และภาคการแพทย์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมบริการมูลค่าสูง เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด (New S-Curve) นอกจากนี้ งานวิจัยยังค้นพบความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทย (Thai Large Language Model) ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของชาติ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศและสร้างความมั่นคงทางดิจิทัลที่ยั่งยืน</p> ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287518 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 การกำหนดนโยบายเพื่อกฎหมายความปลอดภัย สำหรับการกำกับดูแลเวชศาสตร์ การฟื้นฟูสภาวะเสื่อม https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287506 <p>เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Regenerative Medicine) ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapeutic Medicinal Products; ATMPs) ซึ่งรวมถึงยีนบำบัด เซลล์บำบัด และผลิตภัณฑ์จากเนื้อเยื่อ เป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยรักษาโรคที่เคยรักษาไม่ได้ อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านการกำกับดูแลมาตรฐาน กฎหมายความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายที่สูง และการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนะนโยบายและแนวทางปฏิบัติ โดยศึกษาจากนโยบายของต่างประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา</p> <p>ผลการศึกษาจากการทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์เชิงลึก กับผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนในการกำหนดนโยบาย และ การอภิปรายกลุ่ม สรุปได้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานกลางที่ชัดเจน สร้างความเข้าใจแก่สาธารณะ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ผู้วิจัยจึงเสนอให้ใช้กลไก ATMPs Sandbox ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นฐานในการพัฒนาระบบอนุมัติแบบมีเงื่อนไข (Conditional Approval) เพื่อให้เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น พร้อมจัดทำแนวทางการผลิตและระบบติดตามความปลอดภัยระยะยาว</p> <p>สรุปได้ว่า การสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนและการเรียนรู้ผ่าน ATMPs Sandbox จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน</p> วิปร วิประกษิต ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287506 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการจัดการซากผลิตภัณฑ์ตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287519 <p>ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Waste; E-waste) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ข้อมูล จากองค์การสหประชาชาติ (United Nations; UN) ระบุว่าปริมาณ E-waste ทั่วโลกในปี พ.ศ.2565 มีปริมาณ 62 พันล้านกิโลกรัม คิดเป็นค่าเฉลี่ย 7.8 กิโลกรัมต่อคนต่อปี มีปริมาณ 22.3% ที่ถูกจัดการอย่างถูกต้อง สำหรับประเทศไทยปี พ.ศ.2565 มี E-waste มากกว่า 400,000 ตันต่อปี ดังนั้นหากมีการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรและเกิดความเสี่ยง ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แนวคิด Extended Producer Responsibility (EPR) จึงถูกนำมาใช้เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตรับผิดชอบตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านความเข้าใจกลไก EPR โครงสร้างองค์กรที่เหมาะสม และการบูรณาการข้อมูลแม้มีความพยายามผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้ชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น</p> <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ทดสอบรูปแบบโครงสร้างองค์กรบริหารกลไกการจัดการซากเครื่อง ปรับอากาศและตู้เย็น พร้อมทั้งสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น การไหลของวัสดุ ข้อมูลและค่าใช้จ่าย เพื่อนำเสนอให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงาน นำไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในระดับประเทศ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบองค์กรผู้รับผิดชอบของผู้ผลิต (Producer Responsibility Organization: PRO) สามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับบริบทของประเทศ โดยประเทศไทยเหมาะสมกับการมี PRO ที่หลากหลาย เนื่องจากช่วยส่งเสริมการแข่งขันด้านประสิทธิภาพการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ทำให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ การจัดตั้งหน่วยงานกลางสำหรับบริหารจัดการข้อมูล (Clearing data) มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำหน้าที่รวบรวม ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง PRO ผู้ผลิต ผู้รวบรวม และหน่วยงานภาครัฐ อันจะนำไปสู่ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ</p> สุภาณี จันทศาศวัต ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287519 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 บทบาทภาครัฐและการยกระดับนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287957 <p>ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยมีการขับเคลื่อนโครงการนำร่องเทคโนโลยี ดักจับ และกักเก็บคาร์บอน (CCS) ร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน อย่างไรก็ตาม จากการเสวนาระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนพบว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวประสบปัญหาคอขวด เชิงโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ การขาดเจ้าภาพระดับชาติที่ชัดเจน กับดักการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี โครงสร้างอุตสาหกรรมที่พึ่งพาคาร์บอนสูง ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย และอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งทุน ข้อเสนอแนะหลักเพื่อแก้ไขปัญหาประกอบด้วย การยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติและแต่งตั้งเจ้าภาพระดับนายกรัฐมนตรี การออกแบบกลไกราคาคาร์บอนที่นำรายได้กลับมาลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐาน และการบูรณาการ Green Transition เป็นแกนกลางในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 14 ทั้งนี้ วิกฤตครั้งนี้เปิดโอกาสสำคัญให้ไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมสีเขียวที่มีศักยภาพ เช่น BECCS (Bloenergy with Carbon Capture and Storage) กระบวนการผลิตพลังงานจากชีวมวลควบคู่กับการดักจับและกักเก็บคาร์บอนได ออกไซด์ อย่างถาวร และ SAF (Sustainable Aviation Fuel) เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน คือ เชื้อเพลิง ที่ผลิตจากแหล่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเชื้อเพลิงการบินทั่วไป เพื่อสร้าง การเติบโตทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ที่ยั่งยืน</p> พงศ์ธวัช สุรเกียรติ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/287957 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700 ช่องทางในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมกรณีทหารถูกดำเนินการทางวินัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/288633 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมกรณีทหารถูกลงโทษทางวินัย ทั้งในเรื่องการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยทหารและปัญหาเรื่องเขตอำนาจศาล และเพื่อศึกษาการดำเนินการของต่างประเทศ (ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน) ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมกรณีทหารถูกดำเนินการทางวินัย ที่สามารถนำมาประมวลเป็นข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย วิธีการศึกษาใช้วิธีการทบทวนและประมวลเอกสารจากแหล่งวรรณกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช่องทางการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกรณีทหารถูกดำเนินการทางวินัยทั้งของไทยและต่างประเทศ (ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน)</p> <p>การศึกษาพบว่า ทหารที่ถูกลงโทษทางวินัยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามกฎหมายในการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยซึ่งถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ขณะเดียวกันทั้งศาลทหารและศาลปกครองก็ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทที่มาจากการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร ศาลยุติธรรมซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงก็ยังเป็นกลไกที่ไม่เหมาะสมและสะท้อนถึงการไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของทหารที่ถูกลงโทษทางวินัยได้อย่างเต็มที่ จึงควรให้ศาลปกครองที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีกลไกที่อำนวยความยุติธรรมเกี่ยวกับคดีปกครองโดยตรงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยทหาร</p> ชูวิทย์ มิตรชอบ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฏฐาภิรักษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ratthapirak/article/view/288633 Sun, 14 Jun 2026 00:00:00 +0700