วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate <p>วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการของนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย <strong>Online ISSN</strong>: 1906-3849,&nbsp;<strong>Print ISSN</strong>:&nbsp;2408-1620</p> Graduate School, Suan Sunandha Rajabhat University. th-TH วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 1906-3849 บทบรรณาธิการ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260224 <p>บทบรรณาธิการ</p> วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 แนวทางการเตรียมต้นฉบับและการส่งต้นฉบับ วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260228 <h1 class="page_title">แนวทางการเตรียมต้นฉบับและการส่งต้นฉบับ วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</h1> วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 122 126 ปก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260172 วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 ปัจจัยส่วนบุคคลและคุณภาพชีวิตในการทำงาน ที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์การ: ศึกษากรณีบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260173 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์การ: ศึกษากรณีบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร และเพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตในการทำงานที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์การ: ศึกษากรณีบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 316 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย ระเบียบวิธีวิจัยใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ด้วยการวิเคราะห์ความแตกต่างค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว เมื่อพบความแตกต่างทดสอบด้วยการเปรียบเทียบเป็นรายคู่ด้วยวิธีของเซฟเฟ่ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการวิจัย ด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน สถานภาพ และตำแหน่งงาน มีผลต่อความผูกพันต่อองค์การ: ศึกษากรณีบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแตกต่างกัน และคุณภาพชีวิตในการทำงาน ด้านค่าตอบแทนที่เพียงพอยุติธรรม ด้านความปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพ ด้านโอกาสการพัฒนาความสามารถ ด้านความก้าวหน้าและความมั่นคง ด้านการบูรณาการความร่วมมือทำงาน ด้านความเป็นประชาธิไตยในองค์การ ด้านความสมดุลของชีวิตและการทำงาน และด้านลักษณะงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมีผลต่อความผูกพันต่อองค์การ: ศึกษากรณีบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05</p> สุทธินันทน์ พรหมสุวรรณ ศริญญา ไล้สวัสดิ์ สุทธรัตนกุล Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 1 17 รูปแบบการสร้างความภักดีของลูกค้าธุรกิจด้านแสงสว่างประหยัดพลังงานในประเทศไทย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260174 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การวิจัยเรื่อง รูปแบบการสร้างความภักดีของลูกค้าธุรกิจด้านแสงสว่างประหยัดพลังงาน ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต่อการสร้างรูปแบบความภักดีของลูกค้าธุรกิจด้านแสงสว่างประหยัดพลังงาน ในประเทศไทย (2) เพื่อศึกษารูปแบบการสร้างความภักดีของลูกค้าธุรกิจด้านแสงสว่างประหยัดพลังงาน ในประเทศไทย (3) เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างความภักดีของลูกค้าธุรกิจด้านแสงสว่างประหยัดพลังงาน ในประเทศไทย งานวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน และมีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริโภคที่เคยใช้สินค้า จำนวน 400 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง และการสัมภาษณ์เชิงลึก สำหรับการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาด จำนวน 15 ราย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ 30 – 39 ปี เป็นพนักงานบริษัทเอกชนรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท มีการศึกษาระดับปริญญาโท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวมครั้งละ 301 – 500 บาท มีประสบการณ์ 3 – 4 ปี ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านคุณภาพสินค้า ด้านคุณค่าที่รับรู้ ด้านคุณภาพในการบริการ มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อด้านความพึงพอใจของลูกค้า ด้านความไว้วางใจ และด้านความภักดีของลูกค้า นอกจากนี้พบว่า ปัจจัยด้านความพึงพอใจของลูกค้าและด้านความไว้วางใจ มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อด้านความภักดีของลูกค้า ซึ่งเป็นค่าอิทธิพลที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 พบว่า โมเดลการวัดตัวแปรแฝงทั้ง 2 โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกันกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าดัชนีความกลมกลืนทั้ง 4 ดัชนีที่ผ่านเกณฑ์การยอมรับ คือ ค่าดัชนี X<sup>2</sup>/df = 0.547, GFI = 1.00, AGFI = 0.990, และ RMSEA = 0.000 จึงสรุปได้ว่า โมเดลแบบจำลองสมการเชิงโครงสร้างความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์</p> เชิดศักดิ์ รุ่งเรืองสาร Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 18 30 รูปแบบความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260175 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การส่งเสริมความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย เป็นการรองรับความต้องการของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบออนไลน์มากขึ้น การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับกลยุทธ์ทางการตลาด ความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพผู้ประกอบการที่ส่งผลต่อความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย 2) ศึกษากลยุทธ์ทางการตลาด ความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพผู้ประกอบการที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย 3) พัฒนารูปแบบความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย จำนวน 220 คน ใช้เกณฑ์ 20 เท่าของตัวแปรสังเกต โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ใช้แบบสอบถาม ในการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการโครงสร้าง ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย จำนวน 20 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย อยู่ในระดับสูง เรียงตามลำดับคือ กลยุทธ์ทางการตลาด รองลงมาคือความสามารถในการแข่งขัน ส่วนศักยภาพผู้ประกอบการอยู่ในระดับปานกลาง 2) กลยุทธ์ทางการตลาด ศักยภาพผู้ประกอบการและความสามารถในการแข่งขัน มีอิทธิพลต่อความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ ผลการวิจัยเชิงคุณภาพยังพบว่า การสร้างความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคและตลาดเป็นหลัก หลังจากนั้นผู้วิจัยนำข้อค้นพบมาพัฒนาเป็นรูปแบบความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย คือ SPCS Model ผลของงานวิจัยนี้ สามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบออนไลน์มาใช้ในการให้บริการลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป</p> ขนิษฐา เศษคึมบง ธนสุวิทย์ ทับหิรัญรักษ์ สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 31 48 การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการลดการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ภายในอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260181 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว เพื่อสำรวจ วิเคราะห์ความสนใจ และเพื่อออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อลดการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของนักท่องเที่ยวในอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ โดยการเก็บแบบสอบถามกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดขอนแก่น จำนวน 400 ชุด การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิเคราะห์ โดยวิธีการบรรยาย และใช้สถิติพรรณนาด้วยค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าสื่อโซเชียลมีเดียมีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน และมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน เป็นการใช้เพื่อดูความบันเทิง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากกว่ากิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวัน และมีพฤติกรรมการอดนอนเพื่อเล่นสื่อโซเชียลมีเดีย โดยผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในการเดินทางท่องเที่ยว กิจกรรมที่สนใจมากที่สุดคือ กิจกรรมการชมภาพยนตร์หากเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และสถานที่ที่สนใจมากที่สุดในการเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียคือ โรงภาพยนตร์และห้างสรรพสินค้า จากนั้นได้นำผลจากการวิจัยมาออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวจำนวน 3 เส้นทาง โดยแบ่งตามความสนใจในกิจกรรมท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว </p> กิ่งแก้ว บังศรี ภัทรภรณ์ บุญเซ่ง เมษ์ธาวิน พลโยธี ภัทรภรณ์ บุญเซ่ง กรรณิการ์ เกิดสวัสดิ์ ภัทรภรณ์ บุญเซ่ง Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 49 67 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความภักดีต่อตราสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดของผู้บริโภค ในเขตกรุงเทพมหานคร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260212 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อความภักดีต่อตราสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเขตกรุงเทพมหานคร 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความภักดีต่อตราสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเขตกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคที่เคยใช้บริการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 384 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการวิเคราะห์การถดถอยแบบขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า ผลการวิเคราะห์ระดับของปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านช่องทางการจัดจําหน่ายมีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด ระดับของปัจจัยด้านคุณภาพการบริการ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก ระดับของปัจจัยด้านภาพลักษณ์ตราสินค้า เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านตราสินค้า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด ระดับของปัจจัยด้านความจงรักภักดีต่อตราสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านเชิงทัศนคติ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อความภักดีต่อตราสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ด้านกระบวนการให้บริการ ด้านราคา ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านลักษณะทางกายภาพ ปัจจัยด้านคุณภาพการบริการ ประกอบด้วย ด้านการรู้จักและเข้าใจในผู้รับบริการ ด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ และด้านความน่าเชื่อถือหรือความไว้วางใจได้ ปัจจัยด้านภาพลักษณ์ตราสินค้า ประกอบด้วย ด้านบรรยากาศและสภาพแวดล้อม และด้านตราสินค้า ส่งผลต่อความจงรักภักดีต่อตราสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05&nbsp;</p> ดร.ศิริวรรณ เอี่ยมศิริ ดร.สฤษฎ์ ตะเส ลินดา ชาวนา Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 68 90 รูปแบบการดำเนินชีวิตและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพล ต่อกระบวนการตัดสินใจซื้ออาหารคลีนผ่านช่องทางออนไลน์ ของบุคลากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260213 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินชีวิต ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ และกระบวนการตัดสินใจซื้ออาหารคลีนผ่านช่องทางออนไลน์ของบุคลากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2) รูปแบบการดำเนินชีวิตและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้ออาหารคลีนผ่านช่องทางออนไลน์ของบุคลากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ส่วนกลาง) ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และเคยมีประสบการณ์การสั่งซื้อสินค้าเกี่ยวกับอาหารคลีนผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวน 400 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 30-39 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้ต่อเดือน 15,001-30,000 บาท และมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินชีวิต ด้านความคิดเห็น อยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ด้านความสนใจ ด้านกิจกรรม และมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ ด้านผลิตภัณฑ์ อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว ด้านการให้บริการส่วนบุคคล ด้านการส่งเสริมการตลาด และมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจซื้อ ด้านการรับรู้ถึงความต้องการ อยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ด้านพฤติกรรมภายหลังการซื้อ ด้านการตัดสินใจซื้อ ด้านการประเมินทางเลือก และด้านการค้นหาข้อมูล <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้ออาหารคลีนผ่านช่องทางออนไลน์ พบว่า สามารถพยากรณ์กระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ได้ดังนี้ ด้านการรับรู้ถึงความต้องการ ได้ร้อยละ 29.90 ด้านการค้นหาข้อมูล ได้ร้อยละ 21.10 ด้านพฤติกรรมภายหลังซื้อ ได้ร้อยละ 17.90 ด้านการตัดสินใจซื้อ ได้ร้อยละ 17.00 และด้านการประเมินทางเลือก ได้ร้อยละ 16.30 และผลการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้ออาหารคลีนผ่านช่องทางออนไลน์ พบว่า สามารถพยากรณ์กระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ได้ดังนี้ ด้านพฤติกรรมภายหลังซื้อ ได้ร้อยละ 31.70 ด้านการประเมินทางเลือก ได้ร้อยละ 29.70 ด้านการตัดสินใจซื้อ ได้ร้อยละ 24.60 ด้านการรับรู้ถึงความต้องการ ได้ร้อยละ 20.80 และด้านการค้นหาข้อมูล ได้ร้อยละ 17.80 </p> สุนิสา ชีวันโชติบัณฑิต ดร.พอดี สุขพันธ์ Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 87 109 การศึกษาความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260217 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างสาขาวิชาภาษาอังกฤษกับสาขาวิชาอื่น ๆ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีการศึกษา 2564 จำนวน 79 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามการศึกษาความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการวิจัย พบว่า ความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษระหว่างนิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษกับนิสิตสาขาวิชาอื่น ๆ พบว่า นิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษมีความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษดีกว่าสาขาวิชาอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> สำราญ มีแจ้ง สิริกาณณ์ ทองมาก Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1 110 121 สารบัญ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssrugraduate/article/view/260222 วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา Copyright (c) 2022 2022-06-30 2022-06-30 15 1