วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal <p>วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัยเป็นวารสารที่รองรับการตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยสาขาทางการศึกษาและการเรียนรู้ สาขาสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้เเก่ หลักสูตรและการสอน การวิจัยทางการศึกษา การบริหารการศึกษา จิตวิทยาการศึกษาและการเรียนรู้ พัฒนศึกษา นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษา การศึกษานอกระบบโรงเรียน การศึกษาตลอดชีวิต นิเทศการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา สุขศึกษาและพละศึกษา</p> <p>ทั้งนี้ วารสารในแต่ละฉบับ จะปรากฏบทความวิชาการพิเศษหรือบทความวิจัยพิเศษ และบทปริทัศน์หนังสือ ซึ่งกองบรรณาธิการจะเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชา/ กองบรรณาธิการอาวุโสวารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย / กองบรรณาธิการวารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย เขียนบทความวิชาการพิเศษ หรือบทความวิจัยพิเศษ และบทปริทัศน์หนังสือ โดยนำบทความดังกล่าวตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย</p> <p><strong>รูปแบบการกลั่นกรองบทความก่อนลงตีพิมพ์ (Peer reviews) </strong></p> <p>1. ผู้เสนอบทความจะ<strong><u>ต้องจัดพิมพ์บทความตามรูปแบบ (</u></strong><strong><u>Template)</u></strong> ที่วารสาร วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย กำหนดเท่านั้น (ดาว์นโหลด<a href="https://drive.google.com/drive/folders/18fZCdfYtO02Ys1A0-w977SxD6jvgyD_G?usp=sharing">รูปแบบบทความ (Template)</a>)</p> <p>2. วารสารใช้รูปเเบบการประเมินบทความเเบบ Double-ฺBlind Peer Review โดยผู้ประเมินบทความ (Reviewer) ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง (Author) เเละผู้แต่ง (Author) ไม่ทราบชื่อผู้ประเมิน (Reviewer) </p> <p>3. บทความจะได้รับการอ่านประเมิน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จากภายนอกและภายในมหาวิทยาลัยในสาขาวิชานั้นๆ จำนวน 3 ท่านต่อเรื่อง </p> <p><strong>การจัดทำวารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย</strong></p> <p>วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัยมีการจัดทำวารสาร เป็น รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ISSN 2672-9199 ตั้งแต่ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป กำหนดออกวารสาร ปีละ 2 ฉบับ ได้เเก่ 1) ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน และ 2) ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>อัตราค่าใช้จ่ายในการรับบทความเพื่อตีพิมพ์</strong></p> <p>ผู้เสนอบทความจะต้องชำระค่าดำเนินการในอัตรา 3,000.- บาทต่อหนึ่งบทความ หลังจากได้รับการพิจาณาจากจากคณะกรรมการกองบรรณาธิการฯเบื้องต้นเรียบร้อยเเล้ว ก่อนนำส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวน 3 ท่านต่อเรื่อง ประเมินบทความต่อไป</p> <p><strong>ช่องทางการชำระเงิน</strong></p> <p>1. โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขานครปฐม ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 106-3-61819-1 ชื่อบัญชี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (รับโอนเงิน) หรือ </p> <p>2. ชำระเงินสดด้วยตนเอง ที่งานคลังฯ สำนักงานคณบดี ชั้น 2 อาคารศึกษา 3 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร</p> <p>หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 062-9199536</p> th-TH boonroungrut_c@su.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชินัณ บุญเรืองรัตน์ ) Siripornkantharos.yingying@gmail.com (นางสาวศิริพร กันธะรส) Fri, 23 Jan 2026 09:39:27 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การประเมินผลการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากรคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/281970 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ได้แก่ เพื่อประเมินผลและศึกษาข้อเสนอแนะในการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากรคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยตัวอย่างวิจัยที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ บุคลากรคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2567 จำนวน 169 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการศึกษาข้อเสนอแนะ ได้แก่ ผู้บริหารคณะวิชา หัวหน้าภาควิชา บุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ประกอบด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) บุคลากรของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีความเห็นต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ผลการศึกษาข้อเสนอแนะในการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พบว่า 1) ควรมีการกำหนดและจูงใจให้บุคลากรมีส่วนร่วมและใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง 2) ควรจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์สม่ำเสมอแก่บุคลากรทั้งบุคลากรใหม่และบุคลากรเดิม 3) ควรมีการจัดทำคลิปการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ หรือจัดทำคู่มือการใช้งานง่ายๆ ในลักษณะพร้อมใช้งาน 4) ควรจัดให้มีระบบพี่เลี้ยงหรือระบบที่ปรึกษาการใช้งานเพื่อให้บุคลากรสามารถปรึกษากรณีเกิดปัญหาในการใช้งาน และ 5) ควรมีการออกแบบระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ให้รองรับการทำงานกับอุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ตโฟน ได้สะดวกมากขึ้น</p> นิตยา จิตรคำ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/281970 Fri, 23 Jan 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้แนวการสอนที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรม ร่วมกับทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองทางสังคม เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการสื่อสาร ระหว่างวัฒนธรรม สำหรับนิสิตครูที่สอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/279319 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมสมรรถนะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม 2) สร้างและประเมินคุณภาพของรูปแบบ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ และ4) ศึกษาความคิดเห็นต่อการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ <br />คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสัมภาษณ์แนวทางการจัดการเรียนรู้ 2) รูปแบบ 3) แบบประเมินรูปแบบ 4) แบบบันทึกผลการทดลองนำร่อง 5) แบบวัดสมรรถนะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม 6) แบบสะท้อนคิด และ 7) แบบบันทึกประชุมกลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และสถิติทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบมุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เชื่อมโยงภูมิหลังและประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของผู้เรียนและผู้สอน บูรณาการเนื้อหาและใช้แหล่งเรียนรู้จริงและเสมือนจริง <br />2) รูปแบบมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กิจกรรม และการวัดและประเมินผลโดยมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการทดลอง พบว่า 3.1) นิสิตมีสมรรถนะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมสูงขึ้นอย่างเป็นลำดับในระหว่างการจัดการเรียนการสอน 3.2) นิสิตมีสมรรถนะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ความคิดเห็นของนิสิตครู พบว่า ในด้านปัจจัยนำเข้ามีความเหมาะสม ด้านกระบวนการเรียนรู้ แต่ละขั้นตอนมีส่วนช่วยพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี และด้านผลผลิต นิสิตมีการพัฒนาสมรรถนะในทุกองค์ประกอบ</p> ภัทรพร สุทธิรัตน์, อังคณา อ่อนธานี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/279319 Fri, 23 Jan 2026 00:00:00 +0700 ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูตามแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่า ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/279323 <p>การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่าและ 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูตามแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่าในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้การวิจัยผสมวิธีแบบขั้นตอนเชิงสำรวจ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษากรอบแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่า ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา จัดกลุ่มและสร้างบทสรุปของข้อมูล ระยะที่ 2 การวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่า กลุ่มตัวอย่างเป็นครูโรงเรียนสังกัด สพฐ. จำนวน 384 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1. กรอบแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่า ประกอบด้วย 1.1 คุณค่าเชิงประโยชน์ 1.2 คุณค่าเชิงประสบการณ์และ 1.3 คุณค่าเชิงทัศนคติ 2. ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวคิดชีวิตที่มีคุณค่าในลำดับแรก คือ คุณค่าเชิงประสบการณ์ ด้านภาวะลื่นไหลในการทำงาน</p> ครรชิต พิมใจ, สุกัญญา แช่มช้อย, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/279323 Fri, 23 Jan 2026 00:00:00 +0700 ใบรองปก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/286287 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/286287 Fri, 23 Jan 2026 00:00:00 +0700