https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/issue/feed
วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
2026-06-26T10:41:02+07:00
กองบรรณาธิการวารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
hist_journal@arts.tu.ac.th
Open Journal Systems
<p class="isSelectedEnd"><strong>วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์</strong> อยู่ภายใต้การดูแลของสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งเผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความวิชาการที่สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ สังคม ความคิด วัฒนธรรม และสถาบันต่าง ๆ ในมิติทางประวัติศาสตร์ ผ่านการใช้หลักฐานและการวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์อย่างมีคุณภาพทางวิชาการ โดยเปิดรับงานที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถนำเสนอข้อถกเถียงใหม่ หรือช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับอดีตในบริบทต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและนานาชาติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ<br /><br />วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นวารสารวิชาการที่จัดพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (ราย 6 เดือน) ได้แก่ ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม–มิถุนายน และฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม โดยเผยแพร่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online)<br /><br /><strong>ประกาศเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการส่งบทความ</strong></p> <p>คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมการส่งบทความ (Submission Fee) สำหรับบทความที่ส่งเข้ารับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของคณะศิลปศาสตร์ที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 1 โดยมีผลสำหรับบทความที่ส่งผ่านระบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป</p>
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/290413
กองบรรณาธิการ
2026-06-26T10:25:16+07:00
กองบรรณาธิการ วารสารประวัติศาสตร์ มธ
hist_journal@arts.tu.ac.th
<p>-</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/283763
ทัศนะในหน้าหนังสือพิมพ์ต่อการ(คิด)ห้ามสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา พ.ศ. 2512-2513 และ พ.ศ. 2520
2025-12-06T09:57:39+07:00
อาวุธ ธีระเอก
arwut.t@ku.th
<p>ใน พ.ศ. 2512-2513 และ พ.ศ. 2520 เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจาก 2 รัฐบาล คิดห้ามสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา ก็มีเสียงสนับสนุนและคัดค้านที่คงเส้นคงวาในหน้าหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ครั้ง ฝ่ายสนับสนุนมีฐานคิดแบบชนชั้นนำนิยมที่เห็นว่าภาษาอังกฤษจำเป็นแต่เฉพาะคนส่วนน้อย เสริมด้วยหลักอรรถประโยชน์นิยมที่ว่าคนส่วนใหญ่เรียนไปไม่ได้ใช้เป็นความสูญเปล่าทางทรัพยากร รวมถึงคติคิดที่ว่าเมื่อการเรียนไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ก็ควรยกเลิกเสีย ทั้งมีทัศนะแบบชาตินิยมที่เห็นว่าภาษาไทยสำคัญกว่า ส่วนฝ่ายคัดค้านมีฐานคิดตามหลักความเสมอภาคคือเห็นว่าเด็กทุกคนควรมีสิทธิได้เรียนภาษาอังกฤษ เด็กส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ศึกษาต่อควรมีความรู้ติดตัวพอดำรงชีวิตในปัจจุบัน ส่วนเด็กที่ศึกษาต่อเมื่อได้เรียนในโรงเรียนรัฐบาลตั้งแต่ ป. 5 ก็จะไม่เสียเปรียบเด็กโรงเรียนราษฎร์จาก “ครอบครัวมีเงิน” ที่เรียนตั้งแต่ ป. 1 มากนัก ที่สำคัญคือ ทั้ง 2 กลุ่มไม่ปฏิเสธระบบกลไกตลาด หรือการลงทุนทางการศึกษา ปัจจุบันเมื่อการศึกษาภาษาอังกฤษเปลี่ยนประเด็นจากได้เรียน/ไม่ได้เรียน สู่เรื่องของคุณภาพดี/ไม่ดี การยอมรับระบบกลไกตลาดจึงช่วยรองรับการศึกษาแบบ 2 ระดับ อยู่ต่อไป</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 อาวุธ ธีระเอก
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/287510
พระราชดำรัสแถลงผลงานประจำปีในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สยาม
2026-03-05T16:42:44+07:00
กิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์
kittisak.su@cmu.ac.th
<p>บทความนี้มุ่งศึกษาวิเคราะห์ “พระราชดำรัสแถลงผลงานประจำปี” ในช่วงระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของสยาม โดยเสนอให้ทำความเข้าใจพระราชดำรัสดังกล่าวในบริบทแวดล้อมที่กว้างออกไป ทั้งในมิติสภาวะกษัตริย์สาธารณะ การปรับแปลงรัฐนาฏกรรม ความต้องการข้อมูลเชิงประจักษ์ที่อาศัยระบอบเอกสารแบบใหม่ บทความนี้เสนอว่าการพระราชทานพระราชดำรัสผ่านพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาและฉัตรมงคลถือเป็นกระบวนการสร้างความศักดิ์สิทธิ์เชิงพิธีกรรมในฐานะ “ฉากหน้า” ในขณะที่กระบวนการ “หลังฉาก” นั้น พระราชดำรัสถูกผลิตสร้างจากการประมวลข้อมูลกิจการรัฐผ่านปฏิบัติการทางเอกสารภายใต้ลำดับชั้นบังคับบัญชาของระบบราชการ ปฏิบัติการเหล่านี้ร่วมกันรังสรรค์พระราชดำรัสที่สำแดงให้สถาบันกษัตริย์เป็นผู้วางรากฐานความสำเร็จของรัฐ นอกจากนี้ บทความนี้ยังพินิจไปถึงยุคหลังสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยเสนอว่ามรดกบางประการได้ส่งผ่านไปยังรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ในการสร้างพระราชอำนาจนำผ่านปรากฏการณ์พระราชดำรัสวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ส่งผลกระทบต่อรัฐและสังคมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/286113
การนำเสนอภาพความเป็นทรราชตะวันออก (Oriental Despotism) ของสยามสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นผ่านงานเขียนของชาวตะวันตก
2025-12-31T17:13:30+07:00
แพรวา จำแนกวุธ
praewa.chamn@dome.tu.ac.th
<p>บทความวิจัยชิ้นนี้ทำการศึกษาแนวคิดความเป็นทรราชตะวันออก (Oriental Despotism) ที่ถูกนำมาใช้ในการอธิบายการเมืองการปกครองและรัฐบาลสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นผ่านงานเขียนของชาวตะวันตกที่เดินทางมายังสยามในช่วงเวลาดังกล่าว บทความวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า งานเขียนของชาวตะวันตกที่เดินทางมายังสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่เพียงแต่บันทึกประสบการณ์เชิงประจักษ์ของผู้เขียนเท่านั้น หากแต่ยังสอดแทรกและผลิตซ้ำแนวคิดความเป็นทรราชตะวันออก อันเป็นแนวคิดที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ และถูกนำมาอธิบายอย่างเป็นระบบในผลงาน <em>The Spirit of the Laws</em> (1748) ของมงแตสกีเยอ โดยความเป็นทรราชตะวันออกของสยามที่ปรากฏในงานเขียนของชาวตะวันตกถูกนำเสนอในสองบริบทด้วยกัน ได้แก่ ความเป็นทรราชที่ปรากฏในพื้นที่สาธารณะ จากการสร้างคำอธิบายต่อการเมืองการปกครองและรัฐบาลของสยามว่าผู้ปกครองมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ปกครองประชาชนด้วยความหวาดกลัว และความเป็นทรราชในพื้นที่ส่วนตัวของผู้ปกครอง ถูกนำเสนอว่าเป็นพื้นที่ที่จำกัดอิสรภาพของสตรีและเต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหงตามอำเภอใจของผู้ปกครอง การนำเสนอภาพของสยามในลักษณะนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของชาติตะวันตกในการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของสยามในฐานะดินแดนที่มีความด้อยกว่าตะวันตกอย่างชัดเจนในบริบทของลัทธิจักรวรรดินิยมในศตวรรษที่ 19</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 แพรวา จำแนกวุธ
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/286662
การทูตซูสี : ความสัมพันธ์ระหว่างพระนางซูสีไทเฮากับชาวต่างชาติหลังขบวนการนักมวย
2026-01-25T16:54:27+07:00
ทวิรัฐ สองเมือง
tideamneon@hotmail.com
<p>บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของซูสีไทเฮาได้รับการเผยแพร่ในเชิงลบในสื่อตะวันตก และเพื่อศึกษายุทธศาสตร์ทางการทูตของพระนางในการพัฒนาความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติหลังขบวนการนักมวย โดยการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการวิเคราะห์แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ภาพลักษณ์ทางลบของพระนางมีสาเหตุจากการล้มการปฏิรูปปี ค.ศ. 1898 และการสนับสนุนขบวนการนักมวยอย่างเปิดเผยในปี ค.ศ. 1900 เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และพัฒนาความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจตะวันตก ซูสีไทเฮาได้ดำเนินยุทธศาสตร์ทางการทูตด้วยการเปิดรับคณะทูต การสานสัมพันธ์กับบรรดาภริยาทูต และการใช้ภาพเหมือนเป็นเครื่องมือทางการเมืองและการทูต</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ทวิรัฐ สองเมือง
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/290414
บทบรรณาธิการ
2026-06-26T10:27:10+07:00
อรอนงค์ ทิพย์พิมล
onanong.th@arts.tu.ac.th
<p>-</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/285997
สารคาม แผนพัฒน์ สหรัฐฯ เมืองรอง : การพัฒนาจังหวัดมหาสารคามให้ทันสมัยโดยรัฐไทยและสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็น (ทศวรรษ 2500-2510)
2025-12-27T16:05:50+07:00
ธนกร การิสุข
thanakorn_karisuk@cmu.ac.th
<p>บทความนี้ต้องการศึกษานโยบาย โครงการ และผลกระทบของการพัฒนาที่เกิดขึ้นต่อจังหวัดมหาสารคาม อันเนื่องมาจากบทบาทของรัฐไทยและสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1-3 ระหว่างสงครามเย็นช่วงทศวรรษ 2500-2510 โดยศึกษาผ่านการวิเคราะห์เอกสารราชการและรายงานประจำปีของรัฐและจังหวัด เอกสารที่จัดพิมพ์โดยหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย เอกสารและบันทึกความทรงจำส่วนบุคคล และงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง บทความนี้เสนอว่า ก่อนการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในทศวรรษ 2500-2510 นั้น จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาความยากจนและไม่ได้รับการพัฒนาจากรัฐมากเท่าที่ควรเช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ โดยรอบ แต่เมื่อมีการพัฒนาในช่วงทศวรรษ 2500-2510 ทั้งการพัฒนาการชุมชน ระบบคมนาคมและการสื่อสาร การเกษตร ระบบชลประทาน ระบบสาธารณูปโภค การศึกษา และระบบสาธารณสุขและสุขาภิบาล เหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อจังหวัดมหาสารคามหลายด้าน ทั้งการเชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดมหาสารคามเข้ากับพื้นที่ภายนอก เกิดการขยายตัวของการทำเกษตรเชิงพาณิชย์ การเข้ามาของทุนและเทคโนโลยีการเกษตร การกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษา การขยายตัวของประชากรและชุมชนหมู่บ้าน การเกิดสังคมผู้ประกอบการและสังคมผู้บริโภค และการผลักให้สถานะของจังหวัดมหาสารคามกลายเป็นเมืองรองที่ต้องพึ่งพาจังหวัดเมืองหลักของภูมิภาคอย่างจังหวัดขอนแก่นในทุกด้าน</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ธนกร การิสุข
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/286054
การฟื้นความทรงจำเรื่องเสรีไทยในนวนิยายสืบสวนสอบสวนเรื่อง คดีเปลนม ของวินทร์ เลียววาริณ
2025-12-30T03:12:46+07:00
ธงชัย แซ่เจี่ย
thongchia@webmail.npru.ac.th
<p>บทความนี้ศึกษานวนิยายสืบสวนสอบสวนเรื่อง <em>คดีเปลนม</em> ของวินทร์ เลียววาริณ ในฐานะที่เป็นสื่อความทรงจำวัฒนธรรม โดยมุ่งพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างความทรงจำเรื่องเสรีไทยในวรรณกรรมกับบริบทสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมความทรงจำดังกล่าว รวมทั้งกลวิธีที่ใช้ในการนำเสนอความทรงจำนั้นด้วย ผลการศึกษาพบว่า นวนิยายเรื่องนี้นำเสนอภาพเสรีไทย 2 ลักษณะ คือ เสรีไทยเป็นขบวนการแก้ปัญหาวิกฤติชาติ และเสรีไทยเป็นผู้รับผลกระทบจากการแก้วิกฤติชาติ นอกจากนี้ การฟื้นความทรงจำเรื่องเสรีไทยดังกล่าวมีนัยสอดรับกับบริบทวิกฤติการเมืองไทยหลังทศวรรษ 2550 ด้วย</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ธงชัย แซ่เจี่ย
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/290415
สารบัญ
2026-06-26T10:29:25+07:00
กองบรรณาธิการ วารสารประวัติศาสตร์ มธ
hist_journal@arts.tu.ac.th
<p>-</p>
2026-06-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026