ผลการใช้สื่อวีดิทัศน์ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแล ของสมาชิกในครอบครัวผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกโรงพยาบาลสิงห์บุรี

ผู้แต่ง

  • ปราณี มีหาญพงษ์ โรงพยาบาลสิงห์บุรี

คำสำคัญ:

การให้ความรู้โดยสื่อวีดิทัศน์, พฤติกรรมการดูแล, ต้อกระจก., โรงพยาบาลสิงห์บุรี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้สื่อวีดิทัศน์ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลของสมาชิกในครอบครัวผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลสิงห์บุรี เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบวัดหลังการทดลอง เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการเฉพาะเจาะจง  คือ บุคคลในครอบครัวของผู้ที่ผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม จำนวน 60 คน โดยใช้วิธีการแบ่งครึ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ครั้ง คือ หลังให้ความรู้ทันทีที่หอผู้ป่วย และหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ที่ห้องตรวจตางานผู้ป่วยนอก ภายใต้กรอบแนวคิดโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม และทฤษฎีการเรียนรู้ของแบนดูร่า เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย สื่อวีดิทัศน์ที่มีเนื้อหาประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับโรคต้อกระจก การปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความรู้เรื่องต้อกระจก และแบบวัดพฤติกรรมการดูแลของสมาชิกในครอบครัวผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยผ่านการตรวจความตรงของเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ และหาค่าความเที่ยงของแบบวัดความรู้ด้วยวิธี KR-20 มีค่าเท่ากับ .85 และแบบวัดพฤติกรรมด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค มีค่าเท่ากับ .91 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที

                 ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคต้อกระจกหลังจากการวัดทั้งสองครั้ง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และคะแนนพฤติกรรมการดูแลของสมาชิกในครอบครัวผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ผลการวิจัยที่ได้สามารถนำไปเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้แก่สมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยได้

ประวัติผู้แต่ง

ปราณี มีหาญพงษ์, โรงพยาบาลสิงห์บุรี

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

เอกสารอ้างอิง

ลาวัลย์ ชาวเลาขวัญ. (2550). การสร้างวีดิทัศน์ เรื่อง การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก เมื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านของวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล. การศึกษาค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สุรพีย์ มาสมบูรณ์. (2553). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคต้อกระจกที่มารับการผ่าตัดต้อกระจกใส่เลนส์แก้วตาเทียมในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Bandura, A. (1989). Principle of behavior modification. New York, NY: Holt Rinehart and Winston.
Dale, E. (1969). Audio-visual methods in teaching (3rd ed.). New York, NY: Holt, Rinehart and Winston.
Johns, K. J. (1996). Basic and clinical science course, 1996-1997 Section 11 Lens and cataract. San Francisco, CA: American Academy of Ophthalmology.
Malithong, K. (2005). Technology and communication for education. Bangkok, Thailand: Aroon.
Ministry of Public Health. (2006). Workshop of preventing blindness in the region Indochina and Southeast Asia 6th. Bangkok, Thailand: Ministry of Public Health.
Orem, D. E. (1995). Nursing concepts of practice (5th ed.). St. Louis, MO: Mosby-Year Book.
Polit, D. F., & Hungler, B. P. (1999). Nursing research: Principles and methods. Philadelphia, PA: Lippincott,
Thailand Association of the Blind. (2015). Thailand country report 2014. Bangkok, Thailand: World Blind Union - Asia Pacific.
Wongkittirak, S., & Kitsiripaiboon, S. (2007). Eye health handbook for public and health provider. Bangkok, Thailand: Pimdee.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-12-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย