ผลของการศึกษาปัญหาและความต้องการสื่อการเรียนการสอน ของครู ในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 และเขต 2
คำสำคัญ:
สื่อการเรียนการสอน, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทราบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการสื่อการเรียนการสอนของครูในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 และเขต 2 และ2) ศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาสื่อการสอนของครูในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 และเขต 2 กลุ่มตัวอย่างคือ ครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 และเขต 2 จำนวน 224 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม หาคุณภาพเครื่องมือด้วยการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (content validity) ความเหมาะสมของภาษา (wording) และความชัดเจน (clarity) สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) และสถิติเชิงคุณภาพวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis) พบว่า ครูผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 79.02) มีวิทยฐานะตำแหน่งครู (ร้อยละ 35.91)
ปฏิบัติการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ร้อยละ 73.21) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ร้อยละ 64.73) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 และเขต 2 (ร้อยละ 50.44 และ 49.56 ตามลำดับ) ความต้องการสื่อการเรียนการสอนของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ทดสอบ O-NET ลำดับแรกคือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ร้อยละ 30.36) ต้องการสื่อการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับเนื้อหาของระบบสุริยะ ระบบนิเวศ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเป็นลำดับที่ 1 ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ร้อยละ 85) ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ทดสอบ O-NET คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม (ร้อยละ 46.88) ต้องการสื่อการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับเนื้อหา การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นลำดับที่ 1 ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ร้อยละ 46.87) ครูส่วนใหญ่มีความต้องการสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาทักษะด้านการคิดมากที่สุด (ร้อยละ 37.94) ลักษณะของสื่อการเรียนการสอนที่ครูต้องการมากที่สุดคือ สื่อเทคโนโลยี สื่อวีดิทัศน์ สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (ร้อยละ 49.11) ด้านสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา พบว่าครูมีความเห็นตรงกันว่าปัจจัยหลักของปัญหาคือการขาดแคลนครู (ร้อยละ 33.48) แนวทางแรกที่ควรนำมาใช้ในการแก้ปัญหาคือ ให้ครูผลิตสื่อใช้เองและจัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น (ร้อยละ 34.82)
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มวิจัยและพัฒนานโยบาย สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2558). แผนยุทธศาสตร์พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก พ.ศ. 2558-2561. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2561). ทักษะ 5C เพื่อการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอนอิงมาตรฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
วลัยนุช สกุลนุ้ย. (2556). รายงานผลการวิจัย: ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้สื่อการสอนตามความคิดเห็นของครู ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดนนทบุรี. นนทบุรี: วิทยาลัย
ราชพฤกษ์.
สุวิมล ติรกานันท์. (2549). การใช้สถิติในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). นโยบาย สพฐ. ปี 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
ยาว์ ยินดีสุข. (2561). ทักษะ 5C เพื่อการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอนอิงมาตรฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
วลัยนุช สกุลนุ้ย. (2556). รายงานผลการวิจัย: ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้สื่อการสอนตามความคิดเห็นของครู ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดนนทบุรี. นนทบุรี: วิทยาลัย
ราชพฤกษ์.
สุวิมล ติรกานันท์. (2549). การใช้สถิติในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). สพฐ. ประชุมทางไกลชี้แจงแนวทางปฏิบัติภายใต้สถานการณ์โควิด-19 สำหรับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา
(ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก: https://www.obec.go.th/archives/363188 [2564, 30 มกราคม].
เอื้อมพร หลินเจริญ. (2555). เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ. วารสารการวัดผลการศึกษา, 17(1), หน้า 17-29.
Yamane, Taro. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York, NY: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี