การพัฒนาแบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” เพื่อแก้ปัญหาการแต่งประโยคภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ สำหรับนักศึกษาหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่ใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” ก่อนและหลังใช้ 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 และ 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่ใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาหลักภาษาสำหรับครูภาษาอังกฤษ (English Structure for English Teacher) และสอบไม่ผ่านแบบทดสอบวัดความสามารถในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษ (pre-test) โดยได้คะแนนต่ำกว่า ร้อยละ 50 จำนวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” 2) แผนการใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษ และ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อแบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ t-test แบบ Pair-Samples t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่ใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” ก่อนและหลังใช้แบบฝึก พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษหลังใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัล มีคะแนนสูงกว่าก่อนใช้ และเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 2) ประสิทธิภาพของแบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” สำหรับนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 1 มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 76.48/66.53 ซึ่งเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 70/70 และ E1 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สำหรับ E2 ต่ำกว่าเกณฑ์ไม่เกินร้อยละ 5 ถือว่ายอมรับได้ และ 3) ความคิดเห็นของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างหลังจากใช้แบบฝึกผสมสื่อดิจิทัลเรื่อง “Think in Thai - Write in English” พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นโดยรวมเห็นด้วยในระดับมาก
Article Details
1. มุมมองและความคิดเห็นใด ๆ ในบทความเป็นมุมมองของผู้เขียน คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับมุมมองเหล่านั้นและไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของคณะบรรณาธิการ ในกรณีที่มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน แต่เพียงผู้เดียว
2. ลิขสิทธิ์บทความที่เป็นของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย การเผยแพร่จะต้องได้รับอนุญาตโดยตรงจากผู้เขียนและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กิ่งกาญจน์ สุพรศิริสิน สมสิรี มนัส รัตนา เจงพิบูลพงศ์ และภัทรพร จันทมุณี. (2563). สืบค้นเมื่อ 9 ธันวาคม 2564, จาก http://www.graduate.dusit.ac.th/journal/index.php/sdujournal/article/view/857.
จรินทร อุ่มไกร และไกยสิทธิ์ อภิระติง. (2562). การพัฒนาสื่อดิจิทัลร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม โดยอาศัยการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ในรายวิชาคอมพิวเตอร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. สืบค้นเมื่อ 9 ธันวาคม 2564, จาก https://ph02.tcithaijo.org/index.php/projectjournal/article/
download/232106/158457/+ &cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2564, จากhttp://www4.educ.su.ac.th/2013/images/stories/081957-02.pdf.
ฐิติยา เชาวน์ชื่น. (2560). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจากเอกสารจริงโดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2564, จาก http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/1404/1/ 56254308.pdf.
ณัฐกฤตา คงรัตน์ และทับทิมทอง กอบัวแก้ว. (2563). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2564, จาก https://so05.tci-thaijo.org/ index.php/ irdssru/article/download/ 248717/168988/+&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2549). วิธีการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เพชราวดี จงประดับเกียรติ. (2564). หลักการวัดผลการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2564, จาก site.bsru.
ac.th/petcharawadee.jo/?page¬_id=490.
มานะ สกุลภักดี. (ม.ป.ป.) แบบฝึกในลดเวลาการสอน: นวัตกรรมที่น่าสนใจ. ลพบุรี: โรงพิมพ์หัตถกิจโกมลการพิมพ์.
รุ่งฤดี แผลงศร. (2560). ศาสตร์การสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2553). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ: สุวีริยาส์น.
สริตา บัวเขียว. (2561). ความสามารถในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานโดยใช้แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Sentence Building สำหรับครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ จังหวัดเพชรบุรี. เพชรบุรี: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
สุจิต เหมวัล. (2555). ศาสตร์การสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะ. ขอนแก่น: โรงพิมพ์ทรัพย์สุนทรการพิมพ์.
สุพรรษา ทิพย์เที่ยงแท้. (2557). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยใช้ข้อมูลท้องถิ่นชะอา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Ansari, J.A.N., and Khan, N.A. (2020). Exploring the role of social media in collaborative
learning the new domain of learning. Retrieved December 9, 2021, from https://
slejournal.springeropen.com/articles/10.1186/s40561-020-00118-7.
Bruner, J.S. (1978). The Role of dialogue in language acquisition. In Sinclair, A. Jarvelle, R. J., & Levelt, W.J.M. (Eds.). (n.d.). The Child’s concept of language. New York: Springer-Verlag.
Petty, G. (1963). Language workbooks and practice materials: Development language skills in elementary school. New York: Allyn and Bacon.
Vygotsky, L.S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.