การพัฒนาแบบฝึกการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านโน้ต การบรรเลงฆ้องวงใหญ่ และการสร้างความมีวินัยในการฝึกซ้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

Main Article Content

ปกป้อง ขำประเสริฐ
วีรวัฒน์ จันทรัตนะ
ณัฐกานต์ ภาคพรต
กมลาลักษณ์ นวมสำลี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ และความสามารถในการอ่านโน้ต ก่อนเรียนและหลังเรียน หลังการใช้แบบฝึกทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 3) ศึกษาคุณลักษณะด้านความมีวินัยในการฝึกซ้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 10 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive  sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบฝึกทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการบรรเลง ฆ้องวงใหญ่ 3) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่จำนวน 4 แผน 4) แบบประเมินความสามารถในการอ่านโน้ต 5) แบบประเมินคุณลักษณะด้านความมีวินัยในการฝึกซ้อม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.75/83.00 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ที่จัดการเรียนรู้แบบโดยใช้แบบฝึกทักษะพบว่า หลังเรียนมีคะแนนสูงกว่าก่อนเรียน โดยหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 47.80 คิดเป็นร้อยละ 95.60 ก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 34.60 คิดเป็น ร้อยละ 69.20 ซึ่งมีค่าความก้าวหน้าเฉลี่ย 13.20 คิดเป็นร้อยละ 26.40 ความสามารถในการอ่านโน้ตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ที่จัดการเรียนรู้แบบโดยใช้แบบฝึกทักษะ พบว่า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 26.10 คิดเป็นร้อยละ 87.00 ก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 19.60 คิดเป็น ร้อยละ 65.33 มีค่าความก้าวหน้าเฉลี่ย 6.50 คิดเป็นร้อยละ 21.67 และ 3) ผลการประเมินคุณลักษณะด้านความมีวินัยในการฝึกซ้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ มีคะแนน เฉลี่ยรวม 4.40 (S.D.= 0.632) ซึ่งอยู่ในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขำประเสริฐ ป. ., จันทรัตนะ ว., ภาคพรต ณ. ., & นวมสำลี ก. . (2024). การพัฒนาแบบฝึกการบรรเลงฆ้องวงใหญ่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านโน้ต การบรรเลงฆ้องวงใหญ่ และการสร้างความมีวินัยในการฝึกซ้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์, 26(1), 20–34. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hspbruacthjournal/article/view/274030
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2543). สังคีตนิยมว่าด้วยดนตรีไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2538). กิจกรรมดนตรีสำหรับครู. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธิติ ปัญญาอินทร์. (2553). การจัดการเรียนการสอนทฤษฎีดนตรีสากลของครูผู้สอนดนตรีในโรงเรียนมัธยมจังหวัดบุรีรัมย์. วิจัยทุนสนับสนุน. บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

วิไลพร ภูมิเขตร์. (2560). การพัฒนาทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออโดยใช้กระบวนการปฏิบัติประกอบแบบฝึกทักษะ. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สุกรี เจริญสุข. (2542). คู่มือการอบรมครูซูซูกิและการเป็นครูซูซูกิชั้นต้น. นครปฐม : วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล.