กระบวนการขัดเกลากิเลสทางสังคมตามแนวพุทธวิธีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนา การเรียนการสอนของนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย

Main Article Content

พระมหาสมบูรณ์ สุธมฺโม, (ทองแก้ว)
ชวาล ศิริวัฒน์
บุญยานุช สุขร่าง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพทั่วไปของกระบวนการขัดเกลากิเลสทางสังคมตามแนวพุทธวิธีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย และ 2) แนวทางการพัฒนานิสิตนักศึกษา ตามแนวพุทธวิธีปัญญาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง โดยการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบสอบถาม ขอบเขตของการศึกษานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้สัมภาษณ์เชิงลึก ได้แก่ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย/ตัวแทน, หัวหน้าภาควิชา, อาจารย์ประจำหลักสูตรสาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา รวมทั้งสิ้น จำนวน 13 รูป/คน โดยวิธีสุ่มแบบเจาะจง ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพทั่วไปของกระบวนการขัดเกลากิเลสทางสังคมตามแนวพุทธวิธีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย ได้แก่ การปรับปรุงแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีให้เป็นไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยการฝึกฝนตนเอง รู้จักการคิดแยกแยะคุณค่า (คุณค่าแท้-คุณค่าเทียม) การรู้เท่าทันอารมณ์ ได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ และทิฐิ การฝึกสติและปัญญา เพื่อไม่ให้กิเลสครอบงำ จนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมไม่ดี เช่น โลภ โกรธ หลง หรือการประพฤติตนผิดหลักศีลธรรม โดยใช้หลักธรรมปาฏิหาริย์ 3 คือ (1) อิทธิปาฏิหาริย์คือแสดงฤทธิ์เป็นอัศจรรย์ (2) อาเทสนาปาฏิหาริย์คือ การทายใจ เป็นอัศจรรย์  (3) อนุสาสนีปาฏิหาริย์คือ อนุศาสนี คำสอนเป็นจริง สอนให้เห็นจริง เป็นเครื่องนำทาง เช่น สัลเลขธรรม (ธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส) 2) แนวทางการพัฒนานิสิตนักศึกษาตามแนวพุทธวิธีปัญญาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย พบว่า ก่อนการพัฒนาระบบการสอนขึ้นนั้นต้องกำหนดเนื้อหาการขัดเกลากิเลสด้านพฤติกรรม ขัดเกลากิเลสด้านจิตใจ และขัดเกลากิเลสด้านปัญญา โดยนำหลักปาฏิหาริย์ 3 มาสร้างเป็นกระบวนการขัดเกลากิเลสทางสังคม 3 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 อิทธิปาฏิหาริย์ ขั้นแสวงหาความรู้ คือกระตุ้นความสนใจ บรรยายเนื้อหาที่กำหนด และให้ผู้เรียนค้นคว้าเพิ่มเติม ขั้นที่ 2 อาเทสนาปาฏิหาริย์ ขั้นการคิดวิเคราะห์ คือ แลกเปลี่ยนความคิด แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และประมวลองค์ความรู้ ขั้นที่ 3 อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ขั้นลงมือปฏิบัติ  คือสรุปองค์ความรู้ที่ได้ แนะวิธีการนำไปใช้ และเป็นแบบอย่างในการขัดเกลากิเลส

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุธมฺโม, (ทองแก้ว) พ., ศิริวัฒน์ ช., & สุขร่าง บ. (2026). กระบวนการขัดเกลากิเลสทางสังคมตามแนวพุทธวิธีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนา การเรียนการสอนของนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์, 28(1), 130–141. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hspbruacthjournal/article/view/290370
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิตต์สุภา ฉิน. (2567). นักวิจัยญี่ปุ่น เปิดตัว “Buddhabot” เหมือนแชทคุยกับพระพุทธเจ้า. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/view/4945.

ชัยภัทร ชุติคาม. (2565). ศึกษาปัจจัยเกื้อหนุนในการขัดเกลากิเลสของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. https://morkeaw.net/wp-content/uploads/2022/12/Factors-supporting-for-removing-defilements-1.pdf.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2550). ธรรมนูญชีวิต: พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม. โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งจิต.

เฟื่องลดา (สรานี สงวนเรือง). (2567). รีวิวเครื่องช่วยทำสมาธิ muse 2 ใช้แล้วเวิร์คมั้ย? LDA เฟื่องลดา. https://www.youtube.com /watch?v=eqvZI892GRo.

สำราญ สมพงษ์. (2567). นักวิจัย AI กำลังพัฒนาไอทีเทียบชั้นพระวังคีสเถระสนทนาธรรมกับพระพุทธเจ้าในโลกดิจิทัล. https://www.banmuang.co.th/news/ education/12.

Krejcie, R.V., and Morgan, E.W. (1970). ตารางขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน. https://www.nfe-pbr.org/home1/attachments/article/278/ table.

Suphaphorn Phumruang. (2561). ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สมเด็จ ป.อ.ปยุตฺโต พูดไว้นานแล้ว. https://www.banmuang.co.th/news/ education/129400.