คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ: เจ้าหนี้และบุคคลอื่นร่วมกันนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของลูกหนี้ไปเพื่อบังคับชำระหนี้โดยพลการเป็นความผิดฐานใด

Main Article Content

ขวัญเมือง สอนหลวย
มณฑล อรรถบลยุคล

Abstract

          ปัญหาเกี่ยวกับการบังคับชำระหนี้เป็นข้อพิพาททางแพ่งที่พบได้ทั่วไป ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีอำนาจเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้[1] โดยวิธีการที่เจ้าหนี้จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้จะต้องเป็นวิธีการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น กล่าวคือ เจ้าหนี้ต้องใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องบังคับชำระหนี้ โดยอาจฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลายก็ได้


          กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิของเจ้าหนี้ไว้โดยชัดแจ้งว่า เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ถ้าหากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ ลูกหนี้เป็นอันผิดนัด และเจ้าหนี้ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีกับลูกหนี้ได้ แต่จะใช้วิธีการอื่น ๆ นอกจากวิธีการที่กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้เองโดยพลการ เช่น การใช้กำลัง หรือการเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ของลูกหนี้โดยพลการ เป็นต้น


          คำถามที่เกิดตามมาคือ การที่เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้โดยพลการเช่นนี้ เป็นความผิดอาญาฐานใด ๆ หรือไม่ ซึ่งหากแยกตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา พบว่า โดยมากศาลฎีกามีแนวคำวินิจฉัยทั้งในทำนองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญา (ในความผิดฐานลักทรัพย์หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง) แต่ก็มีกรณีที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดอาญา จึงเป็นกรณีที่น่าพิจารณาว่า แนวคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองแนวดังกล่าวขัดแย้งกันเองหรือไม่ หรือมีข้อเท็จจริงอื่นใดที่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป บทความนี้จะพิจารณาแนวคำพิพากษาศาลฎีกา โดยเปรียบเทียบกับคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องล่าสุดในกรณีดังกล่าว คือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2566 เพื่อเสนอว่า การที่เจ้าหนี้หรือบุคคลอื่นใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อนำทรัพย์สินของลูกหนี้ไปควบคุมการชำระหนี้นั้น โดยสภาพแล้วเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และอาจเข้าองค์ประกอบความผิดต่อทรัพย์ได้ การตีความในคดีดังกล่าวจึงอาจมีข้อโต้แย้งในทางวิชาการและอาจกระทบต่อความแน่นอนของบรรทัดฐานเดิมเกี่ยวกับการห้ามบังคับชำระหนี้โดยพลการ

Article Details

Section
บทความรับเชิญ

References

ไกรฤกษ์ เกษมสันต์, หม่อมหลวง. คำอธิบายประมวลกฎหมายอาญา ภาคความผิด มาตรา 288 -

มาตรา 366/4. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพมหานคร: เนติบัณฑิตยสภา, 2567.

คณพล จันทร์หอม. คำอธิบายกฎหมายอาญาภาคความผิด 3. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพมหานคร:

สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2568.

จิตติ ติงศภัทิย์. กฎหมายอาญา ภาค 2 ตอน 2 และภาค 3. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร: เนติบัณฑิตยสภา, 2553.

วีระวัฒน์ ปวราจารย์. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ และสุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์. คำอธิบายกฎหมายอาญา มาตรา 209 ถึง 287/2 และลหุโทษ. กรุงเทพมหานคร: สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, 2566.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2516.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2566.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184-1187/2565.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2567.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14804/2556.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657/2520.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2543.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3112/2523.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2564.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353/2478.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3979/2549.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4882/2560.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4932/2561.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2497.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674/2554 (ประชุมใหญ่).

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6792/2548.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7295/2554.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2474.