การพัฒนารูปแบบการแก้ปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย และแนวทางการบริหารแบบใช้พื้นที่เป็นฐานในระดับประถมศึกษา 2) พัฒนารูปแบบการแก้ปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย โดยใช้การบริหารแบบใช้พื้นที่เป็นฐานในระดับประถมศึกษา 3) ทดลองใช้รูปแบบการแก้ปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย ที่พัฒนาขึ้นตามแนวทางการบริหารแบบใช้พื้นที่เป็นฐาน 4) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการแก้ปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย โดยใช้การบริหารแบบใช้พื้นที่เป็นฐานในระดับประถมศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการแก้ปัญหาฯ ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบฯ ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบฯ ระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบฯ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาสภาพการแก้ปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย และแนวทางการบริหารโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ สภาพการแก้ปัญหาและแนวทางการบริหารด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ 5A&P ด้านผลผลิต และ ด้านปัจจัยความสำเร็จ 2. ผลการพัฒนารูปแบบ มี 4 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) ปัจจัยนำเข้า 2) กระบวนการ 5A&P 3) ผลผลิต และ 4) ปัจจัยความสำเร็จ 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบฯ ดำเนินการใช้ตามองค์ประกอบของรูปแบบฯ 4 องค์ประกอบ 4. ผลการประเมินรูปแบบฯ มีดังนี้ 1) ผลการประเมินความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการแก้ปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทยของผู้เรียน ภาพรวม มีความสามารถในการอ่านและเขียนอยู่ในระดับดีทุกระดับชั้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา. (2566). แบบรายงานการประเมินความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาไทย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1. หนองคาย: สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1.
กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2560). Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: กองบริหารงานวิจัยและ ประกันคุณภาพการศึกษา.
กีรติกานต์ ศิริสุรวัฒน์และคณะ. (2559). การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล โดยการประเมินเสริมพลัง. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จรูญ บุญธรรม. (2565). ความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายนครธัญญะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. ปทุมธานี: สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2.
ชัยพร พันธุ์น้อย. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายของหน่วยบริการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 6 จังหวัดลพบุรี. ลพบุรี: ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 6 จังหวัดลพบุรี.
ฐนกร สองเมืองหนู. (2560). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
ทัศนีย์ รัตนสุวรรณ. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานของสถานศึกษาเอกชน ขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิผล. ใน ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช.
ทัศนีย์ เศรษฐพงษ์ และวิภาวรรณ เอกวรรณัง. (2563). การพัฒนาความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านตามแนวทางการสอนแบบ PISA โดยใช้แนวคิดการอ่านจากต้นแบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 43(1), 85-98.
ทิพวรรณ ถาวรโชติ. (2564). รูปแบบการนิเทศด้วยเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมประสิทธิผล ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้พื้นที่เป็นฐานด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียนด้านการอ่านการเขียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2. น่าน: สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ภาลัย มะลิซ้อน. (2563). ได้ศึกษาการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. มหาสารคาม: สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). การพัฒนาคุณภาพการอ่านและเขียนภาษาไทย. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). ทักษะ 3Rs x 8Cs คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือประเมินสมรรถนะครู (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สุพิษ ชัยมงคล. (2560). กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอนระดับประถมศึกษาในพื้นที่สูง. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
สุภัทรา ภูษิตรัตนาวลี. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับคณาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ (Unpublished Master’s thesis). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ.
อุบลวรรณ หอมสิน. (2563). การสร้างและการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้วยแนวคิด I-OKRR ระดับประถมศึกษาเพื่อเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน. อุบลราชธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1.
Dema & Tshering. (2020). The effects of active learning approach in teaching And learning science: A case of one of the primary schools in Bhutan. International Research Journal for Quality in Education, 7(1), 1 – 6.