การวิเคราะห์องค์ประกอบและโครงสร้างท่ารำในพิธีกรรมปัญโจลมะม็วดในเขตอีสานใต้

Main Article Content

กีรติ เปาริสาร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติความเป็นมาของพิธีกรรมปัญโจลมะม็วด 2) ศึกษารูปแบบและองค์ประกอบของการประกอบพิธี 3) วิเคราะห์โครงสร้างท่ารำที่ใช้ในพิธีกรรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงได้แก่ ผู้ที่เคยเป็นครูมะม็วด 5 คน ครูมะม็วด 5 คน ผู้เข้าร่วมพิธี 12 คน ผู้บรรเลงดนตรี 6 คน นักวิชาการ 5 คน รวม 33 คน ดำเนินการวิจัยช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 - เดือนกุมภาพันธ์ 2560 เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์และแบบสังเกต ผลการวิจัยพบว่า 1) พิธีกรรมปัญโจลมะม็วดในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ มีการสืบทอดกันมาแต่โบราณไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดในยุคสมัยใด 2) รูปแบบการประกอบพิธีกรรม มี 11 ขั้นตอน โดยแยกได้ 2 องค์ประกอบ คือ ด้านบุคคล และด้านพิธีกรรม 3) ปรากฏรูปแบบท่ารำทั้งสิ้น 64 ท่า แยกรูปแบบได้ 5 โครงสร้าง ได้แก่ 1. โครงสร้างท่ารำการเชิญวิญญาณ สรุปท่ารำได้ 8 ท่า 2. โครงสร้างท่ารำการแต่งกาย สรุปท่ารำได้ 3 ท่า 3. โครงสร้างท่ารำการใช้อาวุธ สรุปท่ารำได้ 16 ท่า 4. โครงสร้างท่ารำตามความหมายของเพลงและตามจังหวะเพลง สรุปท่ารำได้ 30 ท่า 5. โครงสร้างท่ารำเพื่อการรักษา สรุปท่ารำได้ 7 ท่า ความหมายของท่ารำเพื่อเป็นการเชิญวิญญาณที่มีอำนาจมาช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ให้สูญสลายไป

Article Details

ประเภทบทความ
Articles (บทความ)
ประวัติผู้แต่ง

กีรติ เปาริสาร, นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 44/1 ถ.เสน่หา อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000 โทรศัพท์ 0918299514 takuya_30@hotmail.com

นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 44/1 ถ.เสน่หา อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000 โทรศัพท์ 0918299514  takuya_30@hotmail.com

เอกสารอ้างอิง

กนกอร สุขุมาลพงษ์. (2551). ฟ้อนนางเทียมในพิธีบุญเลี้ยงบ้าน กรณีศึกษา บ้านกาลึม จังหวัดอุดรธานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Sukumalpong, Kanokon. (2008). Nang-tiam Dancing in House Feeding Ceremony: A Case Study of Bankaleum, Udontani Province. (Master of Education Thesis), Chulalongkorn University.

จิตร ภูมิศักดิ์. (2547). ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม. กรุงเทพฯ: มติชน.
Pumisak, Chit. (2004). The Fact of Khmer Ethnic. Bangkok: Matichon.

เชิดศักดิ์ ฉายถวิล. (2555). การแพทย์ทางเลือก : รูปแบบการสืบสานและพัฒนาดนตรีบำบัดโรคในพิธีเรือมมะม็วด ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเขมรในภาคอีสาน. วิทยานิพนธ์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Chaitawil, Cherdsak. (2012). The Alternative Medicine: An Inherited Model and Music Therapy in Reummamuad Ceremony of Thai-Khmer Ethnic Group in Esan Region. Doctor of Philosopher Thesis, Mahasarakam University.

วิโรจน์ เอี่ยมสุข. (2549). การศึกษาความเชื่อในการเข้าทรงมะม็วด : กรณีศึกษาบ้านดงมัน ตำบลคอโค อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
Aemsook, Wiroj. (2006). A Study of Mamuad Cpmunication with Spirit : A Case Study of Bandongmun, Koko Sub-district, Muang District, Surin Province. Faculty of Humanities and Social Science, Buriram Rajabhat University.

สมจิตร พ่วงบุตร. (2527). เพลงพื้นเมืองและการละเล่นพื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์. กรุงเทพฯ: กรุงสยามการพิมพ์.
Puangboot, Somchit. (1984). Folk Song and Play of Surin Province. Bangkok: Siam Printing.

สงบ บุญคล้อย. (2522). “การละเล่นพื้นเมืองกันตรึม”. ในสมบัติอีสานใต้. บุรีรัมย์: วิทยาลัยครูบุรีรัมย์.
Boonklao, Sa-ngob. (1979). “Kantruem Folk Playing” In Southern Esan Asset. Buriram: Buriram Teaching College.

อเนก นาวิกมูล. (2531). คนเพลงและเพลงพื้นบ้านภาคกลาง. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ.
Nawigmoon, Anek. (1988). Song Player and Folk Song of Central Thailand. Bangkok: Office of National Culture Commission. Ministry of Education.

รายการสัมภาษณ์ (The Lists of Interviewers)
จารุวัฒน์ สุขดี. (ผู้ให้สัมภาษณ์). กีรติ เปาริสาร (ผู้สัมภาษณ์). 7 มีนาคม 2560.
Sookdee, Charuwat. (Interviewee). Paorisan, Keerati. (Interviewer). 7 March 2017.

สำรวม ดีสม. (ผู้ให้สัมภาษณ์). กีรติ เปาริสาร (ผู้สัมภาษณ์). 7 มีนาคม 2560.
Deesom, Samruem. (Interviewee). Paorisan, Keerati. (Interviewer). 7 March 2017.