ตัวแบบการพัฒนาภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการสำหรับผู้บริหาร สถานบริการสาธารณสุข ระดับปฐมภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การวิเคราะห์และสังเคราะห์ตัวแบบภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการเชิงทฤษฎี 2) ศึกษาระดับภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการ 3) พัฒนาตัวแบบและตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนตัวแบบการพัฒนาภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการกับข้อมูลเชิงประจักษ์และ 4) สร้างตัวแบบเชิงกลยุทธ์การพัฒนาภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการสำหรับผู้บริหารสถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานบริการสาธารณสุข ระดับปฐมภูมิ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 340 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบมาตรวัดประเมินค่าพิจารณาค่า IOCมีค่าตั้งแต่ 0.60-1.00 ที่มีค่าความเชื่อถือ 0.97 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ มีผลการวิจัยดังนี้ ระดับภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการอยู่ในระดับมาก( = 4.36, S.D. = .529) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตัวแบบการพัฒนาภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการ มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาจาก ค่าไค-สแควร์ ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และตามเกณฑ์ดังนี้, x2/df = 4.55, CFI = 0.938, TLI = 0.918, SRMR = 0.038, RMSEA = 0.102, Pc = 0.99 = Pv = 0.96 จจัยความฉลาดทางอารมณ์มีอิทธิพลรวมสูงสุด เท่ากับ 0.506 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01กลยุทธ์การพัฒนามีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด มีความสอดคล้องกันระดับมาก (Mod = 4.63,
= 4.50, Median = 4.56, IR = 0.88)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จิรวรรณ เล่งพานิชย์. (2554). โมเดลสมการโครงสร้างภาวะผู้นำแบบใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน.ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2552). การจัดการเชิงกลยุทธ์(ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
นิกัญชลา ล้นเหลือ. (2554). โมเดลสมการโครงสร้างภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์วิทยาของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. นิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
บุญยง เกี่ยวการค้า และวิรัตน์ คำศรีจันทร์. (2553). การทำงานชุมชนด้านสาธารณสุข. หน่วยที่ 6. (พิมพ์ครั้งที่ 9). นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543).วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์(พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัย. ศรีนครินทรวิโรฒ.
พูลพงศ์ สุขสว่าง. (2557). หลักการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 6(2).
วิรัช สงวนวงศ์วาน. (2557). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ(พิมพ์ครั้งที่ 9). เพียร์สันเอ็ดดูเคชั่นอินโดไชนา แปลจาก Stephen P. Robbins, Mary Coulter. Management. Pearson Education, Inc, 2008.
สัญญา เคณาภูมิ. (2559). “การสร้างกลยุทธ์จากฐานการวิจัยเชิงสำรวจทางการบริหาร”, วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 35(2).
สัมฤทธิ์ กางเพ็ง และสรายุทธ กันหลง. (2553). ภาวะผู้นำใฝ่บริการในองค์การ:แนวคิดหลักการทฤษฎีและงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 2). ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2557). กรอบยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2557. กระทรวงสาธารณสุข.
โสภณ ภูเก้าล้วน และฐิติวรรณ สินธ์นอก. (2557). จิตวิทยาขั้นเทพชนะใจคนในทุกมิติ. กรุงเทพฯ: ซีแอนด์เอ็น.
Anderson, J. & Gerbing, D. (1988). “Structural equation modeling in practice: a review and recommended two step approach”, Psychological Bulletin, Vol. 103, pp. 411-23.
Bollen, K.A. (1998). Structure Equations with Latent Varriables. New York: wiley.
David, F.R. (2009). Strategic Management : Concept and Cases. (12th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.
Diamantopoulos, A. & Siguaw, A.D. (2000). Introducing LISREL : A Guide for the Uninitiated. Sage Publications: London.
Greenleaf, R.K. (1977). The servant Leadership : A Journey in to the nature of Legitimate Power and Greatness, New York: Paulist Press.
Kenaphoom, Sanya. (2014a). “The creating of Quantitative Research Conceptual Framework of Public Administration by Literature Review”. Udonthani Rajabhat University. Journal of Humanities and Social Science, 3(1).
_______. (2014b). “Establish the Research Conceptual Framework in Public Administration by the Rational Conceptual thinking”. Phetchabun Rajabhat Journal, 16(1). 1-19.
_______. (2015). “THE RESEARCH CONCEPTUAL FRAMEWORK ESTABLISHMENT BY THE GROUNDED THEORY” VRU Research and Development Journal, 10(3).
Kotter, P. Cultures & coalitions. In R. Gibson (Ed.). (1989). Rethinking the future: Rethinking business, principles, competition, control & complexity, leadership, markets and the world (pp. 164-178). London, England: Nicholas Bradley.
Laub, J.A. (2000). Development of the Organizational Leadership Assessment (OLA) Instrument.. (Doctoral dissertation). Florida Atlantic University.
Owens, James. (1973). The Usesof Leadership Theory. Michigan Business Review 25 (January 1973).
Patterson, K. (2003). Servant leadership : A theoretical model. Doctoral dissertation, Regent University, Virginia Beach, VA.USA.
Stone, A. G., Russell, F. R., & Patterson, K. (2004). Transformational versus servant leadership: A difference in leader focus. The Leadership and Organizational Development Journal, 25(4), 349-361.
Turnbull, Manika, M. (2013). A Quantitative Study of the Relationship Between Servant Leadership and Emotional Intelligence as Predictors of Leader Success Above and Beyond Cognitive Ability. Ph.D. Dissertations & Theses. United States - Illinois.
Yukl, G.A. (2002). Leadership in Organization. (5thed.). New Jersey: Prentice-Hall.