การเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ด้วยเกมคอมพิวเตอร์โมเดลแอบแตรกโคดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

Main Article Content

อนวัช คงประเสริฐ
พูลพงศ์ สุขสว่าง
ศราวิน เทพสถิตย์ภรณ์

บทคัดย่อ

               การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลการเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ด้วยการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้โมเดลแอบสแตรกโคดเป็นฐาน จำแนกตามเพศ ระดับชั้น และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) ศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพศ ระดับชั้น และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ที่มีผลต่อการเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านเขาแหลม จังหวัดสระแก้ว ปีการศึกษา 2559 จำนวน 60 คน  ได้มาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้โมเดลแอบสแตรกโคดเป็นฐาน และแบบทดสอบทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนสามทาง (Three way ANOVA)  ผลการวิจัยปรากฏว่า 1. เพศไม่มีผลต่อการเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์  2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 มีผลการเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สูงกว่าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  3. นักเรียนที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์สูงจะมีผลการเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ต่ำ  4. เพศ ระดับชั้น และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน

Article Details

ประเภทบทความ
Articles (บทความ)
ประวัติผู้แต่ง

อนวัช คงประเสริฐ, นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางวิทยาการปัญญา วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา

นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางวิทยาการปัญญา วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา

พูลพงศ์ สุขสว่าง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา

ศราวิน เทพสถิตย์ภรณ์, อาจารย์ วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา

อาจารย์ วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ขวัญชนก แก้วสี. (2555). Games Based Learning สื่อการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของไทย. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2559, จาก http://www.vcharkarn.comblog/115588

จาตุพักตร์ พากเพียร. (2559). การพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์โดยใช้โมเดลแอบสแตรกโคดเป็นฐานสำหรับเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). สาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา.

มะลิวรรณ โคตรศรี. (2548). การพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา, 3(1), 32-48.

ละออง เชื้อบ่อคา. (2549). การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างความสามารถทางคณิตศาสตร์กับรูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มีการให้ข้อมูลป้อนกลับต่างกันของวิชาการโปรแกรมเบื้องต้น เรื่องการใช้โปรแกรม MSW Logo เบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. (ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร, ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา, สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา.

Campbell, J. I. D., & Epp, L. J. (2005). Architectures for Arithmetic In J. I. D., Campbell, (Ed.), Handbook of Mathematical Cognition. New York: Psychology Press.

Huitt, W., & Hummel, J. (2003). Piaget's theory of cognitive development. Educational psychology interactive,
3(2), 1-5.

Hyde, J. S., Fennema, E., & Lamon, S. J. (1990). Gender differences in mathematics performance: a meta-analysis. Psychological bulletin, 107(2), 139.

Krutetskii, V. A. (1976). The Psychology of Mathematical Abilities in Schoolchildren. Translated from Russian by J. Teller. In Kilpatrick J. & Wirszup (Eds.), Chicago: The University of Chicago.

McCloskey, M. (1992). Cognitive mechanisms in numerical processing: Evidence from acquired dyscalculia. Cognition, 44(1-2), 107-157.

Pahlke, E., & Goble, P. (2015). Gender and Education A2-Wright, James D International Encyclopedia of the Social & Behavioral Sciences (Second Edition) (pp. 682-688). Oxford: Elsevier.

Sak, U. (2016). EPTS Curriculum Model in the Education of Gifted Students. Anales De Psicologia, 32(3), 683-694.

Ziegler, A., & Raul, T. (2000). Myth and Reality: a review of empirical studies on giftedness. High Ability Studies, 11(2), 113–137.