ผลการสอนภาระงานเพื่อพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษ กลวิธีสื่อสารและความกล้าพูดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้เน้นภาระงานสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์ 70/70 2) หาค่าดัชนีประสิทธิผลของกิจกรรมการเรียนรู้เน้นภาระงานสื่อสาร 3) เปรียบเทียบทักษะการพูดภาษาอังกฤษระหว่างการสอนด้วยกิจกรรมเฮดไลน์แอนอาร์ตแกลลอรี่ (Headline and Art Gallery) และกิจกรรมเดอะโปสเตอร์แครูเซิล (The Poster Carousel) 4) ศึกษาการใช้กลวิธีสื่อสาร 5) ศึกษาความกล้าพูด กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา พ.ศ. 2557 โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จำนวน 79 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินการใช้กลวิธีสื่อสาร แบบประเมินความกล้าพูด และแบบทดสอบพูดภาษาอังกฤษ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 71.10/73.37 และ 74.02/77.32 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 70/70 2) กิจกรรมการเรียนรู้มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5633 และ 0.6297 3) ทักษะการพูดภาษาอังกฤษที่เรียนด้วยกิจกรรมเดอะโปสเตอร์แครูเซิลสูงกว่ากิจกรรมเฮดไลน์แอนด์อาร์ตแกลลอรี่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) กลวิธีสื่อสารของกิจกรรมทั้งสองมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 75.26 และ 82.88 5) ความกล้าพูดของกิจกรรมทั้งสองมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 76.83 และ 82.39
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ถวิลรัตน์ สระหอม. (2559). การใช้ภาระงานเพื่อการสื่อสารต่อความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี.
ฟาฏินา วงศ์เลขา. (2553, 7 ธันวาคม). “พัฒนาภาษาอังกฤษเตรียมเด็กไทยสู่อาเซียนและเวทีโลก”. เดลินิวส์รายวัน. น. 3.
วัชราภรณ์ หนูหล่า. (2553). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมภาระงานเพื่อการสื่อสาร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี.
สุคนทิพย์ วัฒนามระ. (2539). ผลของการใช้กิจกรรมเน้นงานปฏิบัติที่มีต่อความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่ 2 โรงเรียนนายเรืออากาศ. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2539). การใช้กลวิธีเพื่อการสื่อสารกับการสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุมิตรา อังควัฒนกุล. (2540). การสอนทักษะทางภาษาและวัฒนธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
_______. (2539). แนวคิดและเทคนิควิธีการสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมร เสือคำ. (2543). “สอนภาษาอังกฤษอย่างไรให้เด็กเรียนรู้”. วารสารวิชาการ, 3(12), 76-78.
อ้อยอัจฉรา สายืน. (2544). การเปรียบเทียบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ โดยใช้ภาระงานการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จังหวัดหนองบัวลำภู. วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี.
Brown, James Dean. (2003). Promoting Fluency in EFL Classroom. Retrieved November 5, 2013, from https://jalt.org/ pansin/2003/HTML/Brown.htm
Nunan, D. (1989). Designing tasks for the communicative classroom. Cambridge University Press.
Nunan, D. (2004). Task-Based Language Teaching. Cambridge University Press.
Tetzner Rene’ F. (2005). Risk-taking by Chinese second language learners of English on an International Foundation Course at a British University. Munich: GRIN Publishing GmbHM.
Thornbury, S. (2005). How to teach speaking. Essex: Longman.
Zafar, Shahila & Meenakshi, K. (2011). A study on the relationship between extroversion-introversion and risk-taking in the context of second language acquisition. International Journal of Research Studies in Language Learning, 1(1), 33-40.