การเปลี่ยนแปลงเสียงของภาษาจีนไหหลำในประเทศไทยจากเสียงดั้งเดิมสู่ปัจจุบัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงเสียงภาษาจีนไหหลำในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงเสียงจากเสียงดั้งเดิม โดยใช้วิธีการสืบสร้างด้วยวิธีการเปรียบเทียบระบบเสียงภาษาจีนไหหลำในประเทศไทย ผลการศึกษาได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 วรรณยุกต์ดั้งเดิม มี 3 วรรณยุกต์ คือ píng, shɑ̌ng และ qù วิวัฒนาการทำให้พบว่าภาษาจีนไหหลำมีการแยกเสียงออกเป็นสองทางอันเนื่องมาจากการสั่นของเส้นเสียงของพยัญชนะต้นดั้งเดิม ส่วนที่ 2 พยัญชนะดั้งเดิมที่พบจำนวน 28 หน่วยเสียง ประกอบด้วย เสียงพยัญชนะต้นอโฆษะ 11 หน่วยเสียง และเสียงพยัญชนะต้นโฆษะ 17 หน่วยเสียง กลายมาเป็นเสียงพยัญชนะจำนวน 18 หน่วยเสียงในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงเสียงพยัญชนะในภาษาจีนไหหลำเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนจากพยัญชนะอโฆษะกลายเป็นโฆษะ การแข็งขึ้นของเสียง การอ่อนเสียงลง พยัญชนะโฆษะเป็นอโฆษะ และการออกเสียงที่เพดานแข็ง ส่วนสุดท้าย คือสระดั้งเดิม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สระเดี่ยวดั้งเดิมและสระประสมสองเสียงดั้งเดิม สระเดี่ยวดั้งเดิมมี 6 เสียงปกติและ 2 เสียงนาสิก กลายมาเป็น 5 เสียงสระปกติในภาษาจีนไหหลำ สระประสมสองเสียงดั้งเดิม 6 เสียงปกติ และ 2 เสียงนาสิก กลายมาเป็น 3 เสียงสระประสมปกติในภาษาจีนไหหลำ นอกจากนี้ยังพบว่าชาวจีนไหหลำในประเทศไทยปัจจุบันมีการใช้คำบางคำจากภาษาจีนแต้จิ๋วมาแทนที่ภาษาจีนไหหลำของตนอีกด้วย
Article Details
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
มหาวิทยาลัยฯ อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยต้องแสดงที่มาจากวารสารและไม่ใช้เพื่อการค้า
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
Baxter, W.H. (1996). Trends in Linguistics Studies and Monographs 64: A handbook of Old Chinese Phonology. Berlin: NewYork.
Benedict, P.K. (1972). Sino-Tibeton: a conspectus. (Princeton-Cambridge studies in Chinese linguistics 2), with contributing editor James A. Matisoff, NewYork, Cambridge University Press.
Guillaume, J. (2006). Introduction to Chinese Historical Phonology. Université Paris V René Descartes – CRLAO.
Janida, E. (2004). The Phonological Interference of Swatow in Standard Thai by Chinese Speakers in Bangkok. Bangkok: M.A. thesis in Linguistics. Faculty of Graduate Studies, Mahidol University.
Norman, J. (1988). Chinese. Cambridge: Cambridge University Press.
Norman, J. (1991) . The Min Dialects in Historical Perspective. In Languages and Diealects of China. [Journal of Chinese Linguistic Monograph Series No.3.] Edited by William S-Y. Wang. Berkeley: University of California. Pp.325-360.
Yuán, jiāhuá (1989). Hànyǔ fāngyán gàiyào [An introduction to Chinese dialects]. Beijing, China: Wénzì găigé chǔbănshè. (袁家驊. 1989. 漢語方言概要. 北京:文字改革出版社.)
Yuán, Jiāhuá et al. (1960) Hànyǔ Fāngyán Gàiyào [An Outline of the Chinese Dialects]. Beijing: Wenzi Gaige Chubanshe. (2nd edition, 1989).
Wichet Atchariyasucha. (1982). A phonological study of Swatow of Chinese as spoken in Bangkok with comparisons to Thai. Bangkok: M.A. thesis in Linguistics. Faculty of Graduate Studies, Mahidol University.
Zirivarnphicha Thanajirawat. (2010). The Phonological Characteristics of Chinese Dialects in Thailand. Institute for Language and Cultures of Asia: Mahidol University.