ศูนย์บริการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับชุมชนเมือง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาศูนย์บริการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับชุมชนเมือง เป็นการศึกษาความเหมาะสมของสถานบริการการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของประชากรที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง พื้นที่ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาเก็บรวบรวมจากผู้เกี่ยวข้อง 2 กลุ่มคือ ผู้ใช้บริการสถานบริการและผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและกีฬา เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามความคิดเห็น ความพึงพอใจ และระดับความเต็มใจจ่ายของผู้ใช้บริการที่เป็นตัวอย่าง จำนวน 400 ราย ใช้วิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง และแบบสอบถามเชิงลึกที่ใช้วัดความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 17 ราย
ผลการวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ของผู้ใช้บริการ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุ 21-30 ปี สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,000-30,000 บาท ความถี่ในการใช้บริการ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ใช้บริการระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระยะเวลา 1-1.30 ชม.และช่วงเวลาที่ใช้บริการคือ 16.00-18.00 น. ผู้ใช้บริการเห็นว่า ศูนย์บริการออกกำลังกายควรมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยความปลอดภัยต่อการใช้งาน มีจำนวนเพียงพอต่อสมาชิก และมีมาตรฐานสากล ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ศูนย์บริการออกกำลังกายควรมีอุปกรณ์เพียงพอและควรติดคำอธิบายการใช้งานและประโยชน์ที่ได้รับ ตั้งอยู่ในบริเวณที่การคมนาคมสะดวก มีที่จอดรถเพียงพอ มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้การดูแล มีระบบรักษาความปลอดภัย ควรประกาศข้อกำหนด กฎ ระเบียบข้อบังคับไว้อย่างชัดเจน มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรรับสมาชิกจำนวนมากเกินไป และคิดค่าบริการตั้งแต่ 1,500บาท แต่ไม่เกิน 8,000 บาทต่อเดือน ด้านระดับความเต็มใจจ่าย พบว่าหากค่าบริการระดับไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือนกลุ่มตัวอย่าง มีความเต็มใจจ่ายสูงสุด ค่าบริการ1,001-3,000 บาทต่อเดือนกลุ่มตัวอย่างมีความเต็มใจจ่าย ในอัตราร้อยละ 80 ค่า บริการ 3,001-6,000 บาท กลุ่มตัวอย่างมีความเต็มใจจ่ายในอัตราร้อยละ 35 ค่าบริการ 6,001- 10,000 บาทมีความเต็มใจจ่ายในอัตราร้อยละ 9.5 มีความเต็มใจจ่ายค่าบริการ เดือนละ 10,001-15,000บาทในอัตราร้อยละ 1.5 ค่าบริการ 15,001 - 21,000 บาท เต็มใจจ่ายในอัตราร้อยละ 0.5 และหากคิดค่าบริการมากกว่า 21,000 บาท ไม่มีกลุ่มตัวอย่างเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการในระดับดังกล่าว
Article Details
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
มหาวิทยาลัยฯ อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยต้องแสดงที่มาจากวารสารและไม่ใช้เพื่อการค้า
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2554). คู่มือประชาชน กรุงเทพมหานคร.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2548). การใช้ SPSS for Windowsในการวิเคราะห์ข้อมูล, กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
นิภา เมธาวิชัย. (2543). วิทยาการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : สถาบันราชภัฏธนบุรี.
พชร พันธวัชโกศล. (2558). การจัดพื้นที่ใช้ประโยชน์ภายในฟิตเนสเซ็นเตอร์: กรณีศึกษาฟิตเนสเฟิร์ส สาขาเดอะพรอมานาด กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
มานพ เขตรุ่งเรื่อง. (2552). การวิเคราะห์พฤติกรรมและความพึงพอใจการเลือกใช้บริการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมของผู้มาชิบริการในจังหวัดเชียงใหม่. การค้นคว้าอิสระเศรษฐศาสตร์บัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
รัตนาวลี รักษาแสง. (2550). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการศูนย์ฟิตเนส มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า. การค้นคว้าอิสระ, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต.
วาสิกะสิน และคณะ. (2543). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมปอง จันทรี. (2544). ความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการศูนย์กีฬา สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี. การค้นคว้าอิสระเศรษฐศาสตรบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2555). รายงานประจำปี 2555 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ. (2551). รายงานประจำปี 2551 สพก. สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2558). สืบค้นเมื่อ 8 สิงหาคม 2562 จาก http://www.nso.go.th /sites/2014/DocLib13/ด้านสังคม/สาขาสวัสดิการสังคม/อนามัยและสวัสดิการ/สำรวจอนามัยและสวัสดิการ _2558/healthRep58.pdf
สุนันท์ ถูโคกหวาย. (2548). ปัญหาของผู้นำออกกำลังกายในศูนย์ออกกำลังกายเอกชน กรุงเทพฯ.
สุรีพร โรจนะศิริ. (2547). ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการบริหารจัดการออกกำลังกายในศูนย์ฟิตเนสเฟิร์ส, ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาพลศึกษา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Economic Intelligence Center of Siam Commercial Bank. (2017). Fitness shapes up as new Asian growth industry. Retrieved 8 August 2019, from https://www.scbeic.com/th/detail/product/4071
Kemm, J. R. & Close, A. (1995). Health promotion: Theory and practice. Macmillan International Higher Education.
Lamp, D.R. (1984). Physiology of Exercise. New York: Macmillan Publishing.