แนวทางการจัดการธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในรูปแบบการตลาดเชิงพันธมิตรผ่านแอปพลิเคชัน TikTok
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผ่านการตลาดเชิงพันธมิตรบนแพลตฟอร์ม TikTok และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคที่มีประสบการณ์ซื้อสินค้าออนไลน์ จำนวน 400 คน ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจอาหารเสริมผ่าน TikTok ได้แก่ (1) การเลือกพันธมิตรทางการตลาดที่เหมาะสม (Affiliate Marketers), (2) กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพผ่านวิดีโอสั้น, และ (3) โครงสร้างค่าคอมมิชชันและแรงจูงใจที่จูงใจผู้สร้างเนื้อหา นอกจากนี้การรับรู้ของผู้บริโภคมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับทัศนคติ และส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจอาหารเสริมควรพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์ม TikTok พร้อมทั้งใช้การตลาดเชิงเนื้อหา (Content Marketing) และการใช้ข้อมูลเชิงลึกจากอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
มหาวิทยาลัยฯ อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยต้องแสดงที่มาจากวารสารและไม่ใช้เพื่อการค้า
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
ชุติมันต์ สะสอง. (2562). กลยุทธ์การตลาดเชิงพันธมิตรเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(4), 241–256.
ดาณี ทรงศิริเดช. (2559). กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) กับการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
NECTEC. (2559). พฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย. http://internet.nectec.or.th
Nuttaputch.com. (2558). ข้อมูลน่าสนใจของพฤติกรรมผู้ใช้ Internet ประเทศไทยประจำปี 2018. https://www.nuttaputch.com
Clow, K. E., & Baack, D. (2012). Integrated advertising, promotion, and marketing communications (5th ed.). Pearson.
Hoyer, W. D., & MacInnis, D. J. (2001). Consumer behavior (2nd ed.). Houghton Mifflin.
Kotler, P. (2003). Marketing management (11th ed.). Prentice Hall.
McCarthy, E. J. (1960). Basic marketing: A managerial approach. Richard D. Irwin.
Murphy, P. E., & Enis, B. M. (1986). Classifying products strategically. Journal of Marketing Research, 23(1), 24–42.