การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ภาษาถิ่นอีสานจากนิทานพื้นบ้านพญาคันคาก ด้วยหนังสือทำมือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ภาษาถิ่นอีสานจากนิทานพื้นบ้านพญาคันคากด้วยหนังสือทำมือ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะคำผญาในวรรณกรรมนิทานพื้นบ้านพญาคันคากจากหนังสือปริวรรตของวัดนารถพรหมวาสี ตำบลแมดนาท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ด้านคำศัพท์และสำนวนภาษาถิ่นอีสาน ลักษณะการใช้ภาษา การถ่ายทอดเนื้อหา และคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม และ 2) เพื่อพัฒนาหนังสือทำมือเรื่องคำผญาจากวรรณกรรมนิทานพื้นบ้านพญาคันคากเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาถิ่นอีสาน การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เนื้อหาจากหนังสือปริวรรตวรรณกรรมนิทานพื้นบ้านพญาคันคาก และนำผลการศึกษามาพัฒนาหนังสือทำมือ จากนั้นนำไปใช้เบื้องต้นกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 จำนวน 40 คน โดยให้ผู้เรียนอ่านคำผญา เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์ และฝึกออกเสียงหรือทดลองใช้คำศัพท์จากเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า คำผญามีลักษณะเป็นถ้อยคำร้อยกรองภาษาถิ่นอีสานที่กระชับ คมคาย และไพเราะ มีการใช้คำศัพท์และสำนวนภาษาถิ่น การซ้ำคำ คำคล้องจอง และภาพพจน์เปรียบเทียบ เนื้อหาสะท้อนความเชื่อ วิถีชีวิต และค่านิยมของชุมชนอีสาน ได้แก่ บุญกรรม ศีลธรรม ความกตัญญู ความเพียร ความอดทน ความเมตตา ความสัมพันธ์ในสังคมตลอดจนแนวคิดด้านการปกครองและภาวะผู้นำ ผลการศึกษานำมาใช้ในการคัดเลือกคำผญาและจัดทำหนังสือทำมือร่วมกับคำอธิบายคำศัพท์ ภาพประกอบ และกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งนี้ การนำสื่อไปใช้เป็นการทดลองเบื้องต้นและมิได้ประเมินผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการใช้สื่อ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
มหาวิทยาลัยฯ อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยต้องแสดงที่มาจากวารสารและไม่ใช้เพื่อการค้า
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
กิตติวัจน์ ไชยสุข. (2559). ภาษาถิ่นกับวัฒนธรรมพื้นบ้านชาวภูไทกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์. วารสารบัณฑิตศาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สาขามนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, 14(1), 94–104. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/article/view/177343 /126333
เฉลิมพล แสงแก้ว และ หอมหวล บัวระภา. (2568). สภาพปัจจุบันของผญาอีสานบนพื้นที่สื่อสังคม ออนไลน์. วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 9(1), 54–68. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmb/article/view/279449/187652
ธีระวีร์ บัวหลวง ศุภพิชญพงษ์ และ พิณพนธ์ คงวิจิตต์. (2565). การพัฒนาความสามารถในการอ่านวิเคราะห์และจิตสำนึกรักท้องถิ่นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แนวคิดละครสร้างสรรค์ร่วมกับนิทานพื้นบ้าน. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 50(1), 1-13. https://doi.org/10.58837/CHULA.EDUCU.50.1.7
พระครูสิริสุตาภรณ์ วีระ กิตฺติวณฺโณ. (2563). พัฒนาการของการอธิบายคำสอนทางพระพุทธศาสนาผ่านบทกลอนผญาอีสาน. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 2(2), 1–12. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSSP/article/view/254832/171938
พิณพนธ์ คงวิจิตต์, อุดมลักษม์ กูลศรีโรจน์ และสิทธิกร สุมาลี (2562). การพัฒนาหนังสือนิทานพื้นบ้านอาเซียน เพื่อส่งเสริมเจตคติต่อพหุวัฒนธรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 14(1), 62-72. https://so04.tcithaijo.org/index.php/yru_human/article/view/160503/115785
พรสวรรค์ สุวรรณศรี. (2547). การวิเคราะห์คุณค่า การดำรงอยู่ และการสืบทอดผญาอีสาน (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยศยาดา สิทธิวงษ์, สำเร็ง คำโมง และ บุญจันทร์ เพชรเมืองเลย. (2562). การจัดการความรู้ผญาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่คลังดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน. PULINET Journal, 6(3), 55-67. https://pulinet.oas.psu.ac.th/index.php/journal/article/view/375
สราภรณ์ สุวรรณแสง และ รัตนา จันทร์เทาว์. (2559). การสืบทอดภาษาอีสาน. วารสารบัณฑิตศึกษา มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 5(2), 72–88. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/gshskku/article/view/73657
สุขฤดี เอี่ยมบุตรลบ. (2532). การศึกษาวรรณกรรมอีสานเรื่อง พญาคันคาก (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/1758?attempt=2&
อนงค์ ทนผักแว่น. (2557). การสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องตำนานและนิทานพื้นบ้านอุดรธานี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จังหวัดอุดรธานี (การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. https://ir.stou.ac.th/bitstream/123456789/4950/1/fulltext_148049.pdf
อนันตา นานา. (2547). หนังสือทำมือกับการเป็นสื่อทางเลือก (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/19692
อัณณ์ชญากร พัฒนประสิทธิ์. (2560). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโดยใช้นิทานพื้นบ้าน. สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. http://cmruir.cmru.ac.th/handle/123456789/1136
อภิสิทธิ์ ไชยรส, อุบลวรรณ สายทอง และ เสาวภา คิดดี.(2565). การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่องนิทานพื้นบ้าน 4 ภาค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 1(2), 95–107. https://so17.tci-thaijo.org/index.php/Edu/article/view/444/342
Bruner, J. (1996). The culture of education. Harvard University Press. https://doi.org/10.4159/9780674251083?utm_source=chatgpt.com