ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอม บนเฟซบุ๊กของคนเจเนอเรชันต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • นวลนภา สมัครสมาน หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • สาวิตรี สุวรรณโณ หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คำสำคัญ:

ข่าวปลอม, พฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอม

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของคนเจนเนอเรชันต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีผลต่อพฤติกรรมการตอบสนองข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก รวมถึงศึกษาปัจจัยด้านการเปิดเผยตนเอง และระดับความรู้เท่าทันข่าวปลอมที่มีผลต่อพฤติกรรมการตอบสนองข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กของคนเจเนอเรชันต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชายและหญิงที่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร เลือกสำรวจตามเจเนอเรชัน แบ่งตามช่วงอายุ ได้แก่ เบบี้บูมเมอร์ เจเนอเรชัน X เจเนอเรชัน Y เจเนอเรชัน Z จำนวน 320 คน ด้วยการสุ่มแบบสะดวก มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าเอฟ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว กรณีพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ ด้วยวิธี LSD และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ แบบการเลือกตัวแปรโดยวิธีนำตัวแปรเข้าทั้งหมด
         ผลการวิจัยพบว่าความแตกต่างของคนเจนเนอเรชันต่าง ๆ กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นเจนเนอเรชันพบว่ากลุ่มเบบี้บูมเมอร์มีพฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กอยู่ในระดับมาก และเจนเนอเรชันอื่น ๆ มีพฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กอยู่ในระดับปานกลาง ดังนี้ เจเนอเรชัน Z เจเนอเรชัน X และเจเนอเรชัน Y ปัจจัยด้านการเปิดเผยตนเองบนเฟซบุ๊ก พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีการเปิดเผยตนเองอยู่ในระดับมาก และปัจจัยด้านความรู้เท่าทันข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง และการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1) คนเจเนอเรชันต่างกันมีพฤติกรรมการตอบสนองข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) ปัจจัยด้านการเปิดเผยตนเอง ส่งผลเชิงบวกต่อพฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก ส่วนระดับความรู้เท่าทันข่าวปลอมส่งผลเชิงลบต่อพฤติกรรมการตอบสนองต่อข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 

ประวัติผู้แต่ง

นวลนภา สมัครสมาน, หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

สาวิตรี สุวรรณโณ, หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

เอกสารอ้างอิง

ขวัญเรือน กิติวัฒน์. (2531). แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการสื่อสาร ในพลศาสตร์ของการสื่อสาร (หน่วยที่ 2). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ธีรพัฒน์ วงศ์คุ้มสิน. (2562). ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ การรู้เท่าทันสื่อ และความฉลาดทางอารมณ์ของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 45(2) หน้า 127-161.

ธัญมาศ ทองมูลเล็ก. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถิติประยุกต์, คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

นันทิกา หนูสม. (2560). ลักษณะของข่าวปลอมในประเทศไทยและระดับความรู้เท่าทันข่าวปลอมบน เฟซบุ๊กของผู้รับสารในเขตกรุงเทพมหานคร. การค้นคว้าอิสระนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปภาภรณ์ ไชยหาญชาญชัย. (2566). การเปิดเผยตนเองและการสะท้อนคิดล่วงหน้าบนสื่อสังคมออนไลน์: บทบาทของเจเนอเรชันและแพลตฟอร์ม. วารสารนิเทศศาสตร์, 41(3) , หน้า 1-29.

ปริวัตร บุพศิร. (2563). รูปแบบและพฤติกรรมการรับข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กของกลุ่มคนเจเนอเรชั่นเอ็กซ์และวาย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์และนวัตกรรม, คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

ปรีดี นุกุลสมปรารถนา. (2568, 5 มีนาคม). รวมสถิติ Digial และการใช้ Social Media ในไทยประจำปี 2025 (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก: https://www.popticles.com/trends/thailand-digital-and-social-media-2025 [2569, 27 กุมภาพันธ์].

พนม คลี่ฉายา, พยุง มีสัจ, องอาจ อุ่นอนันต์ และกมลรัตน์ กิจรุ่งไพศาล. (2565). การตอบสนองและการตรวจสอบข่าวปลอมของประชาชน. วารสารนิเทศศาสตร์, 40(1) หน้า 110-130.

มานิจ สุขสมจิตร. (2565). บทความพิเศษ Fake News: ข่าวลวง, ข่าวปลอม. วารสารศาสตร์, 15(1), หน้า 9-39.

มัลลิกา บุนนาค. (2537). สถิติเพื่อการตัดสินใจ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิริยาภรณ์ ทองสุข. (2559). การวิเคราะห์การนำเสนอข่าวเชิงคลิกเบตของเว็บไซต์. วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสื่อสารมวลชน, คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สรานนท์ อินทนนท์. (2562). รู้ทันข่าว สสส. News Literacy. ปทุมธานี: มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน.

สิริเสาวภา ฤกษนันทน์. (2556). พฤติกรรมการสื่อสารและการเปิดเผยตนเองของ ผู้ใช้งานเว็บไซต์เฟซบุ๊กในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์, คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

สุดารัตน์ แสงแก้ว, สฤษดิ์พงศ์ นิใจ, อัศนัย ธุรวติกุล และภาสกร เตวิชพงศ์. (2558). การพัฒนาแบบวัดการเปิดเผยตัวตนบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก). วารสารวิชาการ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 8(2), หน้า 101-111.

อุษา บิ๊กกิ้นส์. (2555). การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ. วารสารสุทธิปริทัศน์, 26(80). หน้า 147-162.

Allcott, H., & Gentzkow, M. (2017). Social media and fake news in the 2016 election. Journal of economic perspectives, 31(2), pp. 211-236.

Cochran, W.G. (1953). Sampling techniques. New York: John Wiley & Sons.

Cronbach, L.J. (1974). Essentials of psychological testing (3rd ed.). New York: Harper & Row.

Guess, A., Nagler, J., & Tucker, J. (2019). Less than you think: Prevalence and predictors of fake news dissemination on Facebook. Science Advances, 5(1), pp. 1-8.

Guo, S., Zhong, Y., & Hu, X. (2025). People are more susceptible to misinformation with realistic AI-synthesized images that provide strong evidence to headlines. Harvard Kennedy School (HKS) Misinformation Review, 6(6), pp. 1-22. DOI: https://doi.org/10.37016/mr-2020-189

Islam, A.K.M.N., Laato, S., Talwar, S., & Dhir, A. (2020). Misinformation sharing and social media fatigue during COVID-19: An affordance and cognitive load perspective. Information Systems Frontiers, 22(3), pp. 541-545.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-12

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย