ผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐานของนักศึกษาที่ลงทะเบียน รหัสวิชา SOC107 ชื่อวิชา จิตวิทยาและการเสริมสร้างภาวะผู้นำยุคใหม่
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐาน, จิตวิทยา, การเสริมสร้างภาวะผู้นำยุคใหม่บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐานของนักศึกษาที่ลงทะเบียนรหัสวิชา SOC107 ชื่อวิชา จิตวิทยาและการเสริมสร้างภาวะผู้นำยุคใหม่ ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2568 มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี 2) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนผลสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักศึกษาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐาน และ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐาน ประชากรเป็นนักศึกษาหลักสูตร 4 ปี ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาและภาคการศึกษาดังกล่าว จำนวน 513 คน มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบใช้ประสบการณ์เป็นฐาน 2) แบบทดสอบการเรียนรู้รายวิชา SOC107 ชื่อวิชา จิตวิทยาและการเสริมสร้างภาวะผู้นำยุคใหม่ และ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐาน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้ตามวงจรการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของคอล์บส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และสามารถค้นพบศักยภาพเฉพาะบุคคลผ่าน การเรียนรู้จากประสบการณ์รูปธรรม ขณะเดียวกันยังช่วยพัฒนาทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง และทักษะการฟังอย่างมีประสิทธิภาพผ่านกระบวนการ สะท้อนคิดจากการสังเกต ส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำในการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยาและการพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบในขั้นตอน การสร้างแนวคิดเชิงนามธรรม นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้พัฒนาวินัยในการดูแลตนเองและสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพในขั้นตอนการทดลองปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารจัดการอารมณ์ การเจริญสติ และการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของบุคคลผ่านกิจกรรมศิลปะบำบัดและการสร้างสรรค์อัตลักษณ์ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักศึกษารายวิชา SOC107 ชื่อวิชา จิตวิทยาและการเสริมสร้างภาวะผู้นำยุคใหม่ นักศึกษาส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับดีมาก จำนวน 365 คน คิดเป็นร้อยละ 71.15 ผลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณเป็นฐานสามารถเสริมสร้างพัฒนาการด้านทักษะการแก้ไขปัญหาและนำไปใช้ในการดำรงชีวิตของผู้เรียนได้เป็นอย่างดียังแสดงให้เห็นว่านักศึกษามีสมาธิจดจ่อกับการเรียนสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนการเรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ทำให้ผลการเรียนรู้ของนักศึกษาส่วนใหญ่มีผลการเรียนระดับดีมากผลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้เชิงรุกสามารถเสริมสร้างพัฒนาการด้าน ความคิดสร้างสรรค์และสมาธิของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี 3) ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐาน พบว่าด้านประสิทธิภาพการสอนของครูผู้สอนในภาพรวมนักศึกษามีความคิดเห็นการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบประสบการณ์เป็นฐานมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 8). นนทบุรี: พี บาลานซ์ ดีไซน์ แอนด์ ปริ้นติ้ง.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธันยวิช วิเชียรพันธ์. (2566). การเปรียบเทียบผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุก 18 วิธีเพื่อวิเคราะห์ลีลาการเรียนรู้ของผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาตามแนวคิดของคอล์บ. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี, 9(2), หน้า 77-90. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/263938
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
มหาวิทยาลัยศรีปทุม. (2566). ข้อบังคับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ.2566. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
วิจารณ์ พานิช. (2562). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิจารณ์ พานิช. (2563). การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning). กรุงเทพฯ: มูลนิธิไทยสถาบันการจัดการความรู้เพื่อสังคม.
วิจารณ์ พานิช. (2564). การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning). กรุงเทพฯ: มูลนิธิไทยสถาบันการจัดการความรู้เพื่อสังคม.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2562). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อลงกรณ์ เกิดเนตร และ สมยศ เผือดจันทึก. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบทักษะปฏิบัติเพื่อพัฒนาความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 รายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน. วารสารครุศาสตร์, 49(2), หน้า 1-15. https://doi:10.58837/CHULA.EDUCU.49.2.11
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), pp. 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Csikszentmihalyi, M. (1990). Flow: The psychology of optimal experience. New York: Harper & Row.
Dewey, J. (1938). Experience and education. New York: Collier Books.
Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. London, UK: Routledge.
Kolb, D.A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. New Jersey: Prentice-Hall.
Kuder, G.F., & Richardson, M.W. (1937). The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika, 2(3), pp. 151-160. https://doi.org/10.1007/BF02288391
Lazarus, R.S., & Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. New York: Springer.
Likert, R. (1970). A technique for the measurement of attitudes. In G. F. Summers (Ed.), Attitude measurement (pp. 149-158). Chicago: Rand McNally.
Pane, J.F., Steiner, E.D., Baird, M.D., & Hamilton, L.S. (2015, November 10). Continued progress: Promising evidence on personalized learning. RAND Corporation. https://doi.org/10.7249/RR1365
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), pp. 223–231. https://doi.org/10.1002/j.2168-9830.2004.tb00809.x
Shernoff, D.J., Csikszentmihalyi, M., Shneider, B., & Shernoff, E.S. (2003). Student engagement in high school classrooms from the perspective of flow theory. School Psychology Quarterly, 18(2), pp. 158-176. https://doi.org/10.1521/scpq.18.2.158.21860
Wentzel, K. R. (1998). Social relationships and motivation in middle school: The role of parents, teachers, and peers. Journal of Educational Psychology, 90(2), pp. 202–209. https://doi.org/10.1037/0022-0663.90.2.202
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี