ความตั้งใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มคนทำงานใหม่ชาวไทย
คำสำคัญ:
ความตั้งใจในการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, คนทำงานใหม่บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความตั้งใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มคน ทำงานใหม่ชาวไทย และเพื่อเปรียบเทียบความตั้งใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจำแนกตามปัจจัยทางชีวสังคม ดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคนทำงานใหม่ชาวไทย จำนวน 343 คน ด้วยการสุ่มแบบสะดวก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิง ได้แก่ การทดสอบค่าที แบบกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน การทดสอบค่าเอฟ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว เมื่อพบ ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธี Least Significant Difference (LSD)
ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มคนทำงานใหม่ชาวไทยมีความตั้งใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอยู่ในระดับมาก และปัจจัยทางชีวสังคมด้านรายได้ของครอบครัวส่งผลให้เกิดความแตกต่างของระดับความตั้งใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 โดยคนทำงานใหม่ชาวไทยที่มีรายได้ของครอบครัว 20,001-40,000 บาท และ 40,001-60,000 บาท มีความตั้งใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สูงกว่ากลุ่มที่มีรายได้ของครอบครัว 60,001 บาทหรือมากกว่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และผู้กำหนดนโยบายในการออกแบบกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการและบริบทชีวิตของกลุ่มคนทำงานใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). รายงานภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว. Tourism Economic Review, 4(2), pp. 1-53.
บุญชม ศรีสะอาด. (2539). การแปลผลเมื่อใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแบบมาตราส่วนประมาณค่า. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2(1), หน้า 64-70.
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), pp. 179–211. https://doi.org/10.1016/0749-5978(91)90020-T
Cochran, W.G. (1953). Sampling techniques. New York: John Wiley & Sons.
Cronbach, L.J. (1974). Essentials of psychological testing (3rd ed.). New York: Harper & Row.
Gretzel, U., Sigala, M., Xiang, Z., & Koo, C. (2020). Smart tourism: Foundations and developments. Electronic Markets, 30(1), pp. 1–10. https://doi.org/10.1007/s12525-019-00379-1
Hair, J.F., Black, W.C., Babin, B.J., & Anderson, R.E. (2014). Multivariate data analysis (7th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.
Hsu, C.H.C., Cai, L.A., & Wong, K.K.F. (2007). A model of senior tourism motivations—Anecdotes from Beijing and Shanghai. Tourism Management, 28(5), pp.1262-1273.
Kaiyawan, Y. (2018). Research methodology. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, pp. 1-55.
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2020). Tourism trends and policies 2020. Paris, FR: OECD. https://doi.org/10.1787/6b47b985-en
Richards, G. (2018). Cultural tourism: A review of recent research and trends. Journal of Hospitality and Tourism Management, 36, pp. 12–21.
United Nations World Tourism Organization (UNWTO). (2022a). Global tourism trends and prospects. Madrid, ES: UNWTO. https://doi.org/10.18111/9789284423613
United Nations World Tourism Organization (UNWTO). (2022b). Tourism and culture synergies. Madrid, ES: World Tourism Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี