กราฟิกอัตลักษณ์ และ แผนที่วัฒนธรรมดิจิทัลส่งเสริมการท่องเที่ยว ฐานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี
DOI:
https://doi.org/10.60101/faraa.2026.282628คำสำคัญ:
กราฟิกอัตลักษณ์, การทําแผนที่วัฒนธรรมดิจิทัล, การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อนําไปสู่การสร้างกราฟิกอัตลักษณ์สําหรับประยุกต์ใช้ในงานออกแบบ 2) ออกแบบแผนที่วัฒนธรรมดิจิทัลสําหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรี และ 3) ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสําหรับผู้ประกอบการนําร่องตามเส้นทางท่องเที่ยว ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาร่วมกับกระบวนการออกแบบเชิงสร้างสรรค์กระบวนการวิจัยประกอบด้วย 1) การสร้างกราฟิกอัตลักษณ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) เพื่อสังเคราะห์อัตลักษณ์ชุมชน 2) การวิเคราะห์ข้อมูลวัฒนธรรมและพัฒนาแผนที่ดิจิทัล ผ่านการระดมความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างผู้แทนภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ ซึ่งเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จํานวน 50 คน เพื่อจัดลําดับความสําคัญวัฒนธรรมเด่น นําไปออกแบบแผนที่ผ่านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) และ 3) การพัฒนาและประเมินผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยประเมินความเหมาะสมของต้นแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน 5 คน และประเมินความพึงพอใจกับกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวและผู้ซื้อ จํานวน 100 คน ซึ่งเลือกแบบตามสะดวก (Convenience Sampling)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และทรัพยากรสําคัญสามารถสังเคราะห์เป็นกราฟิกอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้ 2) แผนที่วัฒนธรรมดิจิทัลสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสถานที่ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบ และ 3) ต้นแบบผลิตภัณฑ์ข้าวและปลาช่อนแดดเดียวมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด (Mean = 4.64, S.D. = 0.51 และ Mean = 4.60, S.D. = 0.53 ตามลําดับ) ขณะที่ต้นแบบปลาช่อนแดดเดียวรูปแบบที่ 1 และผลิตภัณฑ์ข้าวรูปแบบที่ 4 มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด (Mean = 4.58, S.D. = 0.50 และ Mean = 4.72, S.D. = 0.45 ตามลําดับ) แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการทุนวัฒนธรรม การออกแบบ และเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถส่งเสริมการรับรู้อัตลักษณ์และเพิ่มโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการชุมชนได้
เอกสารอ้างอิง
Chuankrerkul, S. (2018). The enhancement of cultural tourism marketing strategy in less visited areas of Singburi province. [Doctoral dissertation, Siam University]. https://e-research.siam.edu/kb/the-enhancement-of-cultural/. [in Thai]
National Statistical Office. (2025). Sing Buri Tourism Statistics: 2022 - 2024. Ministry of Digital Economy and Society. [in Thai]
Payungsin,S. (2021). Community Participation on Value Added of Community’s Product followed by the Guidelines of Community Tourism OTOP Nawat Witee: A Case Study of Ban Wang Khon, Moo 11,Pho Chon Kai Subdistrict, Bang Rachan District, Sing Buri Province. The Graduate School Journal of Chandrakasem Rajabhat University. 16(2), 45-58. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/journalgrdcru/article/view/248816. [in Thai]
Sawanaphakdee, C. (2018). The Development of Cultural Attraction Routes in Sing Buri Province. Faculty of Humanities and Social Sciences Thepsatri Rajabhat University Journal, 9(1), 39-50. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/article/view/182558. [in Thai]
Silpcharu, T. (2020). Research and Statistical Data Analysis with SPSS and AMOS. (18th Ed.) Bangkok: SR Printing Mass Product. [in Thai]
Sing Buri Provincial Office. (2024). Singburi Provincial Development Plan (2023-2027). www.singburi.go.th. https://www.singburi.go.th/_2017/files/com_news_download4/2022-11_c1adc217a7b3bf0.pdf. [in Thai]
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิชาการ วิจัย และงานสร้างสรรค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.




