แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในพื้นที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นตามลักษณะส่วนบุคคลที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) 3) ปัจจัยในการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ - ผล กับการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และ 4) แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในพื้นที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานวิธี เชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ภาคีเครือข่าย โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จำนวน 138 คน วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบโควต้าและแบบบังเอิญเครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจงจากหน่วยงานราชการ ตัวแทนภาคเอกชน และภาคประชาชน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมาก 2) ลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และประสบการณ์การทำงาน มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไม่ต่างกัน 3) ระดับการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ด้านทรัพยากรในพื้นที่ และด้านบุคลากรที่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ - ผล กับการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ในพื้นที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 ด้านงบประมาณ ด้านภาคีเครือข่าย (หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) และด้าน 4 P. (Product, Price, Promotion และ Place) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4) แนวทาง และองค์ความรู้ใหม่ๆ พบว่า สามารถนำไปวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเสริมสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่นให้ดีขึ้น
Article Details
1. มุมมองและความคิดเห็นใด ๆ ในบทความเป็นมุมมองของผู้เขียน คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับมุมมองเหล่านั้นและไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของคณะบรรณาธิการ ในกรณีที่มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน แต่เพียงผู้เดียว
2. ลิขสิทธิ์บทความที่เป็นของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย การเผยแพร่จะต้องได้รับอนุญาตโดยตรงจากผู้เขียนและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กรมการพัฒนาชุมชน. (2567). แนวทางการจัดตั้งและพัฒนากลุ่มอาชีพ. ผู้แต่ง.
กลอยใจ พุฒนาค. (2563) .กลไกในการสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในเขตภาคกลางของประเทศไทย. วารสารวิชาการหมาวิทยาลัยปทุมธานี, 12(2): 289-302. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ptujournal/article/view/247098.
ทิชากร เกสรบัว. (2556). แนวทางการพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tambon One Product : OTOP) เพื่อการส่งออกในตลาดอาเซียน. วารสารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 30(2): 160-163. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HUSO/article/view/32242.
ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร, และอุทิศ สังขรัตน์. (2557). แนวทางการพัฒนาการดำเนินการของวิสาหกิจชุมชนในเขตสุ่มทะเลสาบสงขลา. วารสารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 10(1): 103. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/eJHUSO/article/view/85711.
ธณัฐ วรวัฒน์. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในจังหวัดนครราชสีมา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ปาริชาติ คุณปลื้ม. (2561). การพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น: กรณีศึกษากลุ่มโอทอป ภาคตะวันออก. มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี.
พิมพ์พิสุทธิ์ อ้วนล้ำ และคณะ. (2560). การพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานกลุ่มหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(โอทอป) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 8(2): 207-238.
ลาวัณย์ พงษ์สุวรรณศิริ, และคณะ. (2565). แนวทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายของธุรกิจโอทอป 5 ดาว จังหวัดชายแดนใต้. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
สุนทร ปัญญะพงษ์, และคณะ. (2567). การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและสร้างความเข้มแข็งของ เกษตรกรยุคใหม่โดยใช้หลักเกษตรกรรมยั่งยืนหลังสถานการณ์การระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 1(9): 113-120.
Green, S. B. (1991). How Many Subjects Dose It Take to Do a Regression Analysis. Multivariate Behavioral Research, 26(3): 499-510.