มาตรการทางกฎหมายเพื่อบรรเทาภาระภาษีการรับมรดกและการรับให้อันเนื่องมาจากการได้สวนป่าเศรษฐกิจมาโดยทางมรดกและการให้โดยเสน่หา
Main Article Content
บทคัดย่อ
เมื่อประเทศไทยนำเอาภาษีมรดกกลับเข้ามาใช้อีกครั้งโดยออกพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ.2558 ว่าด้วยภาษีการรับให้ ทำให้เกิดประเด็นทางกฎหมายตามมาหลายประการ หนึ่งในนั้นก็คือประเด็นว่า ทายาทผู้รับทรัพย์มรดกที่เป็นสวนป่าเศรษฐกิจจะต้องเสียภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) หรือไม่และบุตรชอบด้วยกฎหมายผู้รับให้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสวนป่าเศรษฐกิจจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) หรือไม่ เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในสวนป่าเศรษฐกิจนั้นโดยไม่มีค่าตอบแทนในขณะที่ผู้ให้ (เจ้ามรดก) ยังมีชีวิตอยู่ แล้วแต่กรณีและ สวนป่าเศรษฐกิจทรัพย์มรดกที่ตกทอดมาหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นมีมูลค่าในส่วนที่เกิน 100 ล้านหรือ 20 ล้านด้วย แล้วแต่กรณี
ถ้าทายาทผู้รับมรดกหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายผู้รับให้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสวนป่าเศรษฐกิจจะต้องเสียภาษีการรับมรดกหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นประเด็นปัญหาจึงมีต่อไปว่า เมื่อมีการรับสวนป่าเศรษฐกิจซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเกินมูลค่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้มาโดยทางมรดกหรือทางการให้โดยเสน่าหาแล้วอาจทำให้ทายาทหรือผู้รับให้สวนป่าเศรษฐกิจนั้นๆ ไม่สามารถเสียภาษีการรับมรดกหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับโอนสวนป่าเศรษฐกิจได้เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอที่จะเสียภาษี แม้พวกเขาจะเป็นเจ้าของสวนป่าเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงแต่ก็ไม่มีเงินเพียงพอต่อภาระภาษีที่ต้องเสียซึ่งในต่างประเทศจะเรียกบุคคลกลุ่มนี้ว่าเป็นพวก “Land poor” ส่งผลให้ทายาทหรือผู้รับให้สวนป่าเศรษฐกิจดังกล่าวจำเป็นต้องขายที่ดินสวนป่าของตนไปพร้อมกับไม้เศรษฐกิจที่ปลูกไว้ไปในเวลาที่ยังไม่เหมาะสม เพราะไม้เศรษฐกิจเหล่านั้นยังไม่ครบอายุในการตัดฟันหรือโค่นเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จึงนับเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการปลูกไม้เศรษฐกิจตามพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ.2535 ในประเด็นปัญหาดังกล่าว เมื่อพิจารณาตามกฎหมายไทย รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกลับไม่มีมาตรการทางภาษีใดๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาภาระภาษีให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกหรือผู้รับให้ซึ่งสวนป่าเศรษฐกิจแต่อย่างใดเลย จึงนำมาสู่การศึกษาวิจัยทางกฎหมายโดยการศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศสาธารณรัฐไอร์แลนด์กับประเทศไทยเพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายดังกล่าวต่อไป