บทบาทของ HRM : การจัดการช่องว่างระหว่างวัยในองค์กร
Main Article Content
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันองค์กรหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหาช่องว่างระหว่างวัยของพนักงานในองค์กร ซึ่งมีช่วงอายุหรือเรียกว่า เจเนอเรชั่น (Generation) แตกต่างกัน ทำให้มีความคิด ความคาดหวัง และมุมมองในด้านต่างๆ แตกต่างกันอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดความขัดแย้งในการทำงาน ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร และสูญเสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ การจัดการช่องว่างระหว่างวัยจึงเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ในฐานะผู้ดูแลและบริหารคนในองค์กรจำเป็นต้องเรียนรู้ลักษณะและความแตกต่างของพนักงานแต่ละ
เจเนอเรชั่น บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับการศึกษาถึงโอกาสและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร โดยอาศัยแนวคิดในการจัดกลุ่มเจเนอเรชั่นจากนักวิชาการในประเทศแถบตะวันตกและประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า การเรียนรู้พื้นฐานของพนักงานแต่ละเจเนอเรชั่น โดยยึดหลักผสานความต่างให้เป็นพลังขององค์กรและนำความแตกต่างมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ที่สอดคล้องกับคุณลักษณะและพฤติกรรมของพนักงานแต่ละเจเนอเรชั่นเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้านต่างๆ ได้แก่ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร การพัฒนาบุคลากร การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการรักษาคนในองค์กร จะช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย พนักงานแต่ละเจเนอเรชั่นสามารถปรับตัวและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ