การศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา วัดพม่าในจังหวัดลำปาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์นั้นเป็น รูปแบบการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ซึ่งเป็นการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวโยงกับทาง ประวัติศาสตร์ในอดีต เพื่อรับอรรถรสและคุณค่ำทางประวัติศาสตร์ในสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงได้ความรู้และมีความเข้าใจต่อความเป็นมาของโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ ทั้งจาก กระแสความต้องการของนักท่องเที่ยว หรือการถูกจัดให้เป็นกลุ่มสินค้าการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ
งานวิจัยเรื่องการศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา วัดพม่าในจังหวัดลำปาง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เฉพาะวัดที่รับอิทธิพลจากพม่าที่ปรากฏอยู่ในวัดในจังหวัดลำปาง และ 2.ศึกษาเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจังหวัดลำปาง จำนวนประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยจำนวน 280 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์และการวิจัยเชิงสำรวจ โดยทำการวิจัยระหว่างเดือน มกราคม 2560 ถึง มิถุนายน 2560
ผลการวิจัยพบว่า วัดพม่าในจังหวัดลำปางที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวได้แก่ วัดป่าฝาง วัดศรีชุม วัดศรีรองเมือง วัดม่อนปู่ยักษ์ วัดม่อนจำศีล วัดท่ามะโอ วัดไชยมงคล (วัดจองคำ) ล้วนเป็นวัดที่มีความสำคัญ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ทั้งทางด้านศิลปกรรม ความเชื่อ ศาสนา ประวัติความเป็นมา แต่ยังไม่มีการจัดการที่ดีและมีศักยภาพเพียงพอในการจัดทำเส้นทางเชื่อมโยงทั้ง 7 วัด ให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้ และยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปยังการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆได้ แต่หลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ผลักดันโครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด ซึ่งลำปางเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ในโครงการดังกล่าว ผู้วิจัยจึงคาดหวังว่าจังหวัดลำปางและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะมีการหารือร่วมกันและจัดทำการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเมืองประวัติศาสตร์ให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชัยธวัช ทองอินทร์. (2549). กระบวนทัศน์ของการจัดการโลจิสติกส์สำหรับอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวไทย. [ออนไลน์]. ได้จาก: http://www.siamzip.com/tlog/components/com_booklibrary/ebooks /C09.pdf สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560.
จารุจน์ กลิ่นดีปลี. (2541).การประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศกรณีศึกษา: อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี. ภาคนิพนธ์หลักสูตรการจัดการสิ่งแวดล้อม สำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
นิฐริน ไล้พันธ์ . (2544). ศักยภาพและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จังหวัดอุบลราชธานี . สาขาวิชาการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วิวัฒน์ชัย บุญยภักดิ์. (2550). ทรัพยากรการท่องเที่ยวของไทย. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาทรัพยากรการท่องเที่ยวของไทยสาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 286. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน).(มปป.).ระบบออนไลน์. ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หนึ่งในรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่น่าสนใจ. สืบค้นจากhttp://www.dasta.or.th/th(สืบค้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560)
Collier, Alan and Harraway,Sue. (1987). The New Zealand Tourism Industry. Auckland: Longman
Tourism Western Australia. (2008). Five A’s of Tourism. Retrieved October 25, 2012, from http://www.tourism.wa.gov.au/jumpstartguide/pdf/Quickstart_five%20A's%20of%20TourismLOW.pdf. (สืบค้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560)