การพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญตามเทคนิคบันได 6 ขั้น และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญก่อนและหลัง เรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ชัยภูมิ อำเภอเมืองชัยภูมิ จำนวน 38 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น จำนวน 5 แผน 2. แบบทดสอบความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญ 3. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการอ่านจับใจความสำคัญ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย คือ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐานด้วยทดสอบค่าสถิติ t-test dependent กำหนด ระดับนัยสำคัญ .01 ผลการวิจัยพบว่า 1. ความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะตามเทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อยู่ในระดับดีขึ้นไป ซึ่งมีคะแนนความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก ( =14.21) และมีความสามารถในแต่ละด้านประกอบด้วยความสามารถในการอ่านเรื่องให้จบแล้วตอบคำถาม 5W1H (ขั้นที่ 1) อยู่ในระดับดี (
= 2.14) ความสามารถในการหาคำสำคัญ (Key Word) (ขั้นที่ 2) อยู่ในระดับดี (
= 2.21) ความสามารถในการตัดส่วนขยายใจความสำคัญ (ขั้นที่ 3) อยู่ในระดับดีมาก (
= 2.34) ความสามารถในการเติมคำเชื่อมหาส่วนขยายใจความสำคัญเพื่อตัดส่วนขยายใจความสำคัญทิ้ง (ขั้นที่ 4) อยู่ในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ย 2.43 ความสามารถในการสังเกตคำหรือกลุ่มคำแสดงความขัดแย้งหรือตรงข้ามกัน (ขั้นที่ 5) อยู่ในระดับดีมาก (
= 2.50) ความสามารถในการหาใจความสำคัญได้ทุกบทอ่าน (ขั้นที่ 6) อยู่ในระดับดีมาก (
= 2.59) และ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้นมีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ (
= 26.03) สูงกว่าก่อนเรียน (
= 10.92) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กอบกาญจน์ วงศ์วิสิทธิ์. (2551). ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
กานต์มณี ศักดิ์เจริญ. (2546). วิธีการการอ่านหนังสือและการอ่านหนังสือให้ฟัง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
บรัสกร คงเปี่ยม. (2561). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พิชชาอร มินทยักษ์. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความสำคัญด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการอ่านด้วยเทคนิคบันได 6 ขั้นร่วมกับแบบฝึกหัดออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Liveworksheets สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
รังษิมา สุริยารังสรรค์ (2555). การพัฒนาแบบฝึกการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รัชนีกูล ภิญโญภานุวัฒน์. (2560). ปัจจัยเชิงสาเหตุของการรู้หนังสือ และความสามารถในการอ่านเพื่อรองรับโลกศตวรรษที่ 21. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 30(2), 21-35.
สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2564). เอกสารประกอบการอบรม โครงการพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น เล่ม 1 คู่มืออบรมพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น. กรุงเทพฯ: สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สมถวิล วิเศษสมบัติ. (2554). วิธีสอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: อักษรบัณฑิต.
สมบัติ ท้ายเรือคํา. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.
เสกสันต์ ผลวัฒนะ. (2564). การอ่านจับใจความสำคัญตามเทคนิคบันได 6 ขั้น คู่มือฝึกอบรมหลักสูตรสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เล่มที่ 1. สืบค้นจาก https://drive.google.com/file/d/13mBbZsFadK8aCZ4_iw0Pkki0FJ1UwwHv/view
อัญญานี ทองคำ. (2565). ที่ได้พัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคการสอนบันได 6 ขั้น ร่วมกับการใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังกกเดื่อ. เลย: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ.