การประเมินคุณค่าวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร จ.สงขลา ตามเกณฑ์พิจารณาแหล่งมรดกโลก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
จากนโยบายท้องถิ่นในการผลักดันเมืองเก่าสงขลาให้เป็นเมืองมรดกโลกนั้น องค์ประกอบที่สำคัญของเมืองจำเป็นต้องได้รับการประเมินเพื่อยืนยันถึงความมีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล และมีศักยภาพที่เพียงพอต่อการเป็นมรดกโลก โดยจะต้องดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อประกอบการขอขึ้นทะเบียนบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการพิจารณาเป็นมรดกโลก
เมืองเก่าสงขลา (บ่อยาง) มีมรดกวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ จึงได้กำหนดขอบเขตวิจัยให้อยู่ในพื้นที่กำแพงเมืองเก่าสงขลา รวมถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาเมือง และการเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงเป็นเหตุผลเร่งด่วนเพื่อเริ่มทำการศึกษาก่อนเป็นพื้นที่แรก โดยเริ่มกระบวนการวิจัยด้วยการศึกษามรดกวัฒนธรรมประเภทศาสนสถาน อันเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของเมืองเก่า พบว่ามีศาสนสถาน 3 ประเภทประกอบด้วย วัด 6 แห่ง ศาลเจ้าจีน 5 แห่ง และมัสยิด 1 แห่ง รวมเป็น 12 แห่ง โดยมีวัดมัชฌิมาวาสวรวิหารเป็นพื้นที่กรณีศึกษาจากการคัดเลือกด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อเป็นตัวอย่างในการประเมินคุณค่า หาความเชื่อมโยงระหว่างวัดกับบริบทเมืองเก่าและทะเลสาบสงขลา และเพื่อเป็นแนวทางการประเมินคุณค่าให้กับศาสนสถานอื่น ๆ ในเมืองเก่าสงขลา โดยมีความคาดหวังว่าข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอเมืองเก่าสงขลาสู่การเป็นเมืองมรดกโลก
ผลจากการประเมินวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร เมื่อนำมาพิจารณาตามเกณฑ์ที่จะนำเสนอสงขลาเป็นมรดกโลกในเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 5 ซึ่งสามารถอธิบายความสอดคล้องตามเกณฑ์กล่าวคือ วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารสะท้อนความเชื่อมโยงการวางผังเมืองในบริบทเมืองเก่าสงขลา การหันหน้าวัดสู่ทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นหน้าเมืองในอดีต อีกทั้งองค์ประกอบสำคัญบางประการภายในบริเวณวัด เช่น หินแกรนิต ภูมิปัญญากระเบื้องดินเผา ถูกนำมาเป็นวัสดุในการก่อสร้าง แสดงถึงอิทธิพลและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจากจีน ดังนั้น แนวทางการพิจารณาคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากลของศาสนสถาน จึงควรคำนึงถึงความเชื่อมโยงต่อบริบทเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับทะเลสาบสงขลา และแสดงออกถึงความเป็นพหุวัฒนธรรม อันเกิดจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์เด่นของเมืองเก่าสงขลาในการนำเสนอเป็นมรดกโลก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2545). หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสงขลา. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา.
กรมศิลปากร. (2556). ทำเนียบนามแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ (โบราณสถานในจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล). กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
เกรียงไกร เกิดศิริ และ นันทวรรณ ม่วงใหญ่. (2559, มกราคม-ธันวาคม). การกำหนดคุณค่าตามเกณฑ์การพิจารณาแหล่งมรดกโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป (กลุ่ม CLMV): การสังเคราะห์ความรู้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับราชอาณาจักรไทย. วารสารหน้าจั่ว, 30, G43-G60.
ชูวิทย์ สุจฉายา. (2552). การอนุรักษ์เมือง. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการออกแบบและวางผังชุมชนเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ธนิก เลิศชาญฤทธิ์. (2559). การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
ธีระยุทธ์ สุวลักษณ์. (2554). พระอุโบสถในเมืองสงขลา สมัยปกครองของเจ้าเมืองตระกูล ณ สงขลา พ.ศ.2318-2444.(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
ศรุตม์ เพชรสกุลวงศ์. (2554). การศึกษาสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่าสงขลา. สงขลา: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา.
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2556). ชุดความรู้ด้านการอนุรักษ์ คุ้มครองแหล่งมรดกโลก เล่มที่ 3 การเตรียมการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก. กรุงเทพฯ: บริษัท โมโนกราฟ สตูดิโอ จำกัด.
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2561). คู่มือการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกทางธรรมชาติเป็นแหล่งมรดกโลก. กรุงเทพฯ: อี.ที.พับลิชชิ่ง.
Australia ICOMOS. (2013). Burra Charter & practice notes. Retrieved 2019, July 15, from https://australia.icomos.org/publications/burra-charter-practice-notes/
Brown, Jessica & Hay-Edie, Terence. (2014). Engaging local communities in stewardship of world heritage a methodology based on the COMPACT experience. Paris: UNESCO.
UNESCO World Heritage Centre. (2005). Town of Luang Prabang. Retrieved 2019, July 15, from https://whc.unesco.org/en/list/479/
UNESCO. (2017). Operational guidelines for the implementation of the world heritage convention. Paris: UNESCO.