แนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและพื้นที่ภายนอกอาคารสำหรับผู้สูงอายุ ในชุมชนมุสลิมในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน กรณีศึกษา ชุมชนบ้านครัว
Main Article Content
บทคัดย่อ
จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรใน พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ กรุงเทพมหานครมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 4.6 และชุมชนมุสลิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในจะเป็นชุมชนเก่าแก่ จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจศึกษา ชุมชนมุสลิมในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และได้เลือกชุมชนบ้านครัว เป็นพื้นที่ศึกษา เนื่องด้วยชุมชนบ้านครัวเป็นชุมชนมุสลิมแห่งแรกในฝั่งพระนครและเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ปัจจุบันได้ถูกแบ่งเป็น 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านครัวเหนือ ชุมชนบ้านครัวตะวันตกและชุมชนบ้านครัวใต้ ทั้ง 3 ชุมชน มีวัฒนธรรมร่วมกัน และมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้มีประเด็นคำถามในการวิจัย คือการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและพื้นที่ภายนอกอาคารสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนมุสลิมในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในควรมีแนวทางอย่างไร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางสังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย พื้นที่ภายนอกอาคารในชุมชน วิเคราะห์กิจกรรมในชีวิตประจำวันและศึกษาปัญหาการใช้งานพื้นที่ เพื่อนำเสนอแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและพื้นที่ภายนอกอาคารภายในชุมชนให้เหมาะสมต่อผู้สูงอายุตามแนวคิดเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ (Age friendly city)
จากการเก็บข้อมูลด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์รวมถึงการสำรวจพื้นที่ศึกษา พบว่าลักษณะที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุในชุมชนบ้านครัวส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น โครงสร้างไม้ มีพื้นที่น้อยกว่า 20 ตร.วา ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ใช้ชีวิตที่ชั้น 1 มีการประกอบศาสนกิจประจำวัน (การละหมาด) ในห้องอเนกประสงค์ และส่วนใหญ่อาบน้ำละหมาดในห้องน้ำ มีปัญหาและอุปสรรคการใช้พื้นที่ของผู้สูงอายุ ได้แก่ พื้นที่ลานหน้าบ้าน ห้องครัวและห้องน้ำ สาเหตุมาจากวัสดุไม่เหมาะสมกับการใช้งาน ส่วนพื้นที่ภายนอกในชุมชน มีปัญหาและอุปสรรคการใช้งานของผู้สูงอายุ ได้แก่ ทางเดิน ถนน และทางลาดในสวนหย่อม โดยมีสาเหตุเกิดจาก พื้นที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน พื้นไม่เรียบ วัสดุลื่น และไม่มีราวจับ จึงเสนอแนะแนวทางปรับปรุง ได้แก่ จัดเตรียมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมต่อสภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุตามแนวคิดออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564. (2564, 4 มีนาคม). เล่ม 138 ตอนที่ 16 ก. หน้า 19-29.
ไตรรัตน์ จารุทัศน์, กิตติอร ชาลปิติ, จิราพร เกศพิชญวัฒนา และ สุภาวดี ชัยพุฒิ. (2548). มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับที่พักอาศัย และสภาพแวดล้อมของผู้สูงอายุ: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.).
ไตรรัตน์ จารุทัศน์. (2551). การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาวดี อังศุสิงห์. (2559). การออกแบบสวนที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุสมองเสื่อม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รายงานข้อมูลผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานครจากฐานประชากรในระบบทะเบียนราฎร. (2561). สืบค้นจาก http://www.Bangkok.go.th
ลภา เฉลยจรรยา. (2560). แนวทางการออกแบบปรับปรุง ที่อยู่อาศัย อาคาร และพื้นที่ภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่ชานเมือง: กรณีศึกษา พื้นที่เขตเทศบาลเมืองบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
เวณิกา ธูปพลทัพ. (2560). แนวทางการออกแบบปรับปรุงที่อยู่อาศัย อาคาร และพื้นที่ภายนอกสําหรับผู้สูงอายุเขตชุมชนเมืองในพื้นที่สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรณีศึกษา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนทรัพย์สินเก่า และชุมชนคลองพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2553). สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2513, 2523, 2533, 2543 และ 2553. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
สำนักสถิติแห่งชาติ (Nnited Nation : NN). (2557). ข้อมูลสถิติประชากร. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
เรืองศักดิ์ ดำริห์เลิศ. (2546). ประวัติศาสตร์บ้านครัวและการต่อต้านทางด่วนซีดีโรดของชาวชุมชน. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
Burton, Elizabeth & Mitchell, Lynne. (2006). Inclusive urban design: Street for life. Oxford: Architectural Press.
World Health Organization [WHO]. (2007). Global age-friendly cities: A guide. Paris: World Health Organization.
World Health Organization [WHO]. (2015). World report on ageing and health. [n.p.]: World Health Organization.