ลักษณะร้านค้าปลีกที่มีความสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคจากวิกฤตโควิด-19 : กรณีศึกษา รูปแบบร้านค้าอยู่กับที่และรูปแบบร้านค้าเคลื่อนที่ ประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
Main Article Content
บทคัดย่อ
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางภาครัฐประกาศหยุดการดำเนินการต่าง ๆ ภายในประเทศ ทั้งการประกาศปิดห้างสรรพสินค้า ตลาด แหล่งชุมชน และการเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร้านค้าในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการหลายรายมีการปรับรูปแบบร้านค้าเพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย ซึ่งจากเดิมเป็นลักษณะการเช่าพื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้ามีการปรับเป็นลักษณะการเช่าพื้นที่ภายนอก (stand-alone) ในรูปแบบร้านค้าอยู่กับที่ หรือบางรายมีการปรับเป็นลักษณะรถขายอาหารเคลื่อนที่ (food truck) ในรูปแบบร้านค้าเคลื่อนที่
การศึกษาครั้งนี้แบ่งเก็บข้อมูลร้านค้าอยู่กับที่และร้านค้าเคลื่อนที่ เป็น 2 ส่วน คือ 1) ลักษณะกายภาพของร้านค้า และ 2) พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้บริการร้านค้า จากผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคจะส่งผลต่อขนาดของร้านค้า รูปแบบในการให้บริการ จำนวนพนักงาน และช่วงเวลาการปิดเปิดให้บริการของร้านค้าแต่ละลักษณะ โดยร้านค้าที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่จะมีรูปแบบการให้บริการและพื้นที่ครัวเต็มรูปแบบ รวมถึงพนักงานและพื้นที่นั่งสำหรับลูกค้าที่มีจำนวนมาก ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการเวลาในการนั่งที่ร้านมักพบในย่านพาณิชยกรรมและแหล่งงาน โดยจะใช้บริการในช่วงเวลาหลังเลิกงานและช่วงวันหยุดพักผ่อน ซึ่งจะเป็นรูปแบบร้านค้าอยู่กับที่ โดยมีความแตกต่างกับร้านค้าที่มีขนาดพื้นที่เล็ก เพราะร้านค้าขนาดเล็กเป็นร้านค้าที่ให้บริการแบบรวดเร็ว ให้ความสำคัญกับพื้นที่ครัวมากกว่าที่นั่งสำหรับลูกค้า จำนวนพนักงานน้อยหรืออาจเป็นรูปแบบลูกค้าบริการตนเอง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ใช้บริการรวมถึงขั้นตอนการทำครัวและเมนูถูกปรับลดลงให้น้อยที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งผู้บริโภคมักใช้บริการในระหว่างการเดินทางหรืออยู่ใกล้กับที่พักอาศัย ถ้านั่งทานก็จะใช้ระยะเวลาน้อย จะสังเกตว่ามีทั้งรูปแบบร้านค้าอยู่กับที่และรูปแบบร้านค้าเคลื่อนที่ ปัจจัยในการพิจารณาร้านค้าแต่ละรูปแบบของผู้ประกอบการ พบว่ารูปแบบร้านค้าอยู่กับที่ขนาดพื้นที่ใหญ่จะเป็นลักษณะร้านค้าแบบเดิมซึ่งจะตอบโจทย์ในด้านศักยภาพในพื้นที่สูงมีการคมนาคมสะดวก มีปริมาณของลูกค้าที่สัญจรมากและดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย ส่วนรูปแบบร้านค้าอยู่กับที่และรูปแบบร้านค้าเคลื่อนที่ ขนาดพื้นที่เล็กเกิดจากผู้ประกอบการขยายโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ลดต้นทุนเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Terramap-Asia. (2022, 25 เมษายน). ขอบเขตพื้นที่การค้าของร้านอาหารคือรัศมี 500 เมตร เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่างร้านอาหารชานเมืองกับร้านอาหารใจกลางเมืองกัน. https://www.terramap-asia.com/blog/area-marketing/restaurant-market/
Terramap-Asia. (2565, 1 กรกฎาคม). มาร์เก็ตติ้งทิปส์. https://www.terramap-asia.com/blog/area-marketing/market-area/
ปราณิดา ศยามานนท์. (2563). ส่องธุรกิจค้าปลีก…รับมืออย่างไรจาก Covid-19. SCB Economoc Intelligence Center. https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/6735/fm2bmn80yp/EIC-Note_Retail-industry-2020_31032020.pdf
ปิยะวรรณ ปิ่นแก้ว. (2564). https://elfit.ssru.ac.th/piyawan_pi/pluginfile.php/43/block_html/content/4_ความหมายและการแบ่งประเภทร้านอาหาร%202-64.pdf
มาณพ ศิริภิญโญกิจ. (2560). การออกแบบพื้นที่ค้าปลีกและร้านอาหาร retail space and restaurant design. สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2552). การบริหารการตลาดยุคใหม่. เพชรจรัสแสงธุรกิจ.
สมประวิณ มันประเสริฐ. (2563, กรกฎาคม). พลิกโฉมธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19. Research Intelligence | Krungsri Research. https://www.krungsri.com/bank/getmedia/578838c1-5ffc-47dd-ba5f-f807bc86d248/RI_Post_Covid19_New_Normal_200716_TH.aspx
สำนักงานกรุงเทพมหานคร. (2566). ระบบภูมิสารสนเทศกรุงเทพมหานครด้านผังเมืองและโยธา. https://cpudgiportal.bangkok.go.th/portal/apps/webappviewer/index.html?id=6a7fa9a5f70d4884842659cfd38f0206