การประเมินทางเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่มีพื้นที่กว้างขวาง และมีจำนวนประชากรภายในมหาวิทยาลัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบการเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของเส้นทางการสัญจรทางเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประเมินประสิทธิภาพการเดินเท้าและเสนอแนวทางเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดิน เนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาเส้นทางเดินเท้าที่ไม่เพียงพอขาดการเชื่อมโยง และสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยมีการลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของเส้นทางเดินและประยุกต์ใช้วิธีการ Space Syntax วิเคราะห์ประสิทธิภาพทางเดินเท้า จากการสำรวจภาคสนามมีการประเมินคุณภาพทางเดินเท้า 51 จุด ครอบคลุม 5 พื้นที่หลักของมหาวิทยาลัยโดยประเมิน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การเชื่อมต่อ การเข้าถึง ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ร่วมกับการวิเคราะห์เส้นทางเดินเท้าด้วยวิธีการ Space Syntax เพื่อวิเคราะห์คำนวณค่าการบูรณาการเชิงพื้นที่ของเส้นทางการสัญจร
ผลการศึกษาพบว่า สภาพทางเดินเท้าส่วนใหญ่อยู่ในระดับวิกฤต โดยมีถึง 22 จุดจาก 51 จุด (คิดเป็นร้อยละ 43.1) ที่มีคุณภาพอยู่ในระดับต่ำถึงต่ำมาก องค์ประกอบด้านการเข้าถึงมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดที่ 2.47 คะแนน โดยมีเพียง 2 จุดจากทั้งหมดที่มีการออกแบบได้มาตรฐาน ส่วนความปลอดภัยมีค่าเฉลี่ย 2.66 คะแนน สะท้อนถึงการขาดการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งาน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าบูรณาการเชิงพื้นที่กับการประเมินองค์ประกอบปัจจัยที่ส่งผลต่อการเดิน พบความขัดแย้งสำคัญคือ พื้นที่ที่มีค่าบูรณาการสูง (>0.700) จำนวน 11 พื้นที่ มีเพียง 5 พื้นที่ที่มีคุณภาพทางเดินเท้าในระดับดี-ดีมาก โดยเฉพาะทางเข้าหลักมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพเชิงโครงสร้างสูงแต่ขาดโครงสร้างพื้นฐานทางเดินเท้า
การศึกษานี้จำแนกพื้นที่ออกเป็น 4 กลุ่มตามลำดับความสำคัญในการพัฒนา ได้แก่ กลุ่ม A (9 จุด) พื้นที่เร่งด่วนที่มีค่าบูรณาการสูงแต่คุณภาพต่ำ กลุ่ม B (10 จุด) พื้นที่ต้นแบบที่ควรรักษามาตรฐาน กลุ่ม C (9 จุด) พื้นที่ที่ควรพัฒนาการเชื่อมต่อเพิ่มเติม และกลุ่ม D (23 จุด) พื้นที่ที่พิจารณาตามงบประมาณ การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่มีบริบทใกล้เคียงกันต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2537. (2537, 8 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 111 ตอนที่ 54 ก หน้า 1–18.
พิชศาล พันธุ์วัฒนา. (2567, สิงหาคม). บุพปัจจัยของมาตรการปลอดภัยคนเดินเท้าพื้นที่ถนนหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 12(3), 212–221. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jcdlq/article/view/268140
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2566). แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สาธิดา สกุลรัตนกุลชัย และวราลักษณ์ คงอ้วน. (2559, มกราคม-มิถุนายน). ความปลอดภัยของทางเดินเท้าและเส้นทางจักรยานในการเข้าถึงสวนสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. Asian Creative Architecture, Art and Design, 22(1), 70–87. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/archkmitl/article/view/65060
Abdullah, W. S. (2020). Optimizing social sustainability in walkable university campus: A comparison between the old and new campuses of Sulaimani University. Amazonia Investiga, 9(34), 44–56. https://doi.org/10.34069/AI/2020.34.10.5
Alam, M. J. (2018). Compact development and accessibility in university campus planning and design. Journal of Urban Management, 7(2), 62–72. https://doi.org/10.1016/j.jum.2018.04.001
Doğmuşöz, B. B. (2024). Analyzing the factors associated with walkability in a campus setting from users' perspectives. Journal of Green Building, 19(1), 3–24. https://doi.org/10.3992/jgb.19.1.3
Hillier, B., & Hanson, J. (1984). The social logic of space. Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/CBO9780511597237
Hillier, B., Leaman, A., Stansall, P., & Bedford, M. (1976). Space syntax. Environment and Planning B: Planning and Design, 3(2), 147–185. https://doi.org/10.1068/b030147
Keat, L. K., Yaacob, N. M., & Hashim, N. R. (2016, July 13). Campus walkability in Malaysian public universities: A case study of University Malaya. MATEC Web of Conferences, 66, 00001. https://doi.org/10.1051/matecconf/20166600001
Liao, B., Xu, Y., Li, X., & Li, J. (2022). Association between campus walkability and affective walking experience, and the mediating role of walking attitude. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(21), 14519. https://doi.org/10.3390/ijerph192114519
Pires, B. C., Magagnin, R. C., Fontes, M. S., & Azambuja, M. D. (2022). Methodologies to evaluate the quality of pedestrian infrastructure on the university campus: Systematic review. Revista Nacional de Gerenciamento de Cidades, 10(76), 38–53. https://doi.org/10.17271/23188472107620222989
Ramakreshnan, L., Fong, C. S., Sulaiman, N. M., & Aghamohammadi, N. (2020, December). Motivations and built environment factors associated with campus walkability in the tropical settings. Science of the Total Environment, 749, 141457. https://doi.org/10.1016/j.scitotenv.2020.141457
Southworth, M. (2005). Designing the walkable city. Journal of Urban Planning and Development, 131(4), 246–257. https://doi.org/10.1061/(ASCE)0733-9488(2005)131:4(246)
Sukor, N. S., & Fisal, S. F. (2020). Safety, connectivity, and comfortability as improvement indicators of walkability to the bus stops in Penang Island. Engineering, Technology & Applied Science Research, 10(6), 6450–6455. https://doi.org/10.48084/etasr.3832