สภาพแวดล้อมโดยรอบและประโยชน์ต่อการสื่อความหมายและการนำเสนอ: กรณีศึกษาวัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) กรุงเทพฯ
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) เป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่มีการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีและดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของแหล่งมรดกนี้ กลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติได้เข้ามาอยู่อาศัยและสร้างสรรค์วัฒนธรรมของตนขึ้น โดยมีวัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) เป็นศูนย์กลางของพื้นที่ วิทยานิพนธ์นี้เป็นการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โดยใช้การวิเคราะห์หลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิเคราะห์องค์ประกอบทางกายภาพในปัจจุบันของพื้นที่ศึกษา การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อระบุคุณค่าของสภาพแวดล้อมโดยรอบแหล่งมรดกวัฒนธรรม เพื่อเสนอแนวทางในการนำเสนอ (presentation) และการสื่อความหมาย (interpretation) ให้กับแหล่งมรดกนั้น จากการวิเคราะห์ สามารถแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ได้ 5 ยุค ได้แก่ ยุคที่ 1 “บ้านสำโรง ถิ่นฐานชาวโปรตุเกส และที่ตั้ง ค่ายแม่พระลูกประคำ” ยุคที่ 2 “วัดกาลหว่าร์ และ วัดแม่พระลูกประคำ” ยุคที่ 3 “Notre Dame du Rosaire ความภาคภูมิใจของสยาม” ยุคที่ 4 “โรงเรียนจีนและการขยายตัวของกลุ่มคริสตังจีนในสยาม” และยุคที่ 5 “วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) หลังการสังคายนาวาติกันที่สอง" จากการวิเคราะห์ 5 ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวหลัก 5 เรื่อง ได้ถูกเลือกเพื่อนำมาสื่อความหมายถึงคุณค่าของสภาพแวดล้อมโดยรอบแหล่ง ผ่านแก่นเรื่อง (theme) กลุ่มเป้าหมายหลัก คือกลุ่มคริสตังวัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ในท้ายที่สุดการศึกษานี้นำเสนอแนวทางการนำเสนอและสื่อความหมายของสภาพแวดล้อมโดยรอบโบสถ์แม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) โดยมุ่งหวังให้เกิดการตระหนักรู้แก่สาธารณะชน ตลอดจนสร้างความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นระหว่างโบสถ์แม่พระลูกประคำกับสมาชิกในชุมชนชาวคริสตชนคาทอลิกต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นายพันตรี หลวงประสิทธิ์สมบัติ. “ที่ตำบลป้อมปิดปัจนึก: แฟ้มที่ดินวัดกาลหว่าร์.” [เอกสารหอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ] 2455.
พุฒิพงศ์ พุฒตาลศรี. สัมภาษณ์. 16 มิถุนายน 2561. (ความหมายของคำว่า “กิสมาติ๊ก”)
ภูมิ ภูติมหาตมะ. “การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนคาทอลิกในกรุงเทพมหานคร ค.ศ.1965-1997: กรณีศึกษากลุ่มคริสตังจีนแห่งวัดกาลหว่าร์.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2555.
ราชกิจจานุเบกษา. ราชกิจจานุเบกษาในรัชกาลที่ ๔ เล่มที่ ๑ แผ่นที่ ๑๔ วันจันทร์เดือนอ้ายขึ้นค่ำหนึ่ง ปีมเมียสัมฤทธิศก็. กรุงเทพฯ: โรงอักษรพิมพการ, 2402.
ลาร์เก, วิกเตอร์. “ประวัติย่อวัดซางตาครู้สและวัดกาลหว่าร์: (2525-2532).” [เอกสารหอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ] ม.ป.ป.
วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์). ข้อมูลสำรวจคริสตังประจำปี ค.ศ. 2017. กรุงเทพฯ: วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์), 2560.
วิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ. รายงานการศึกษาแนวทางอนุรักษ์และปรับปรุงอาคารโบสถ์วัดกาลหว่าร์ เนื่องในโอกาสฉลอง
ครบรอบ 120 ปีโบสถ์แม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) พ.ศ. 2560. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2561.
วิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ.เอกสารประกอบการสอนวิชา 2501653 การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559.
สุข สูงสว่าง. 60 พรรษาแห่งอนุสรณ์สถิตวัดแม่พระลูกประคำ (วัดกาลหว่าร์). กรุงเทพฯ: บริษัทประเสริฐธนกิจ, 2500.
สุนทร อาสะไวย์. ประวัติคลองรังสิต: การพัฒนาที่ดินและผลกระทบต่อสังคม พ.ศ. 2431 - 2457. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2530.
หงี่เส็ง แซ่เตีย. สัมภาษณ์. 8 พฤษภาคม 2561. (การใช้งานพื้นที่หน้าวัดกาลหว่าร์)
หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. “คุณพ่อเอเตียน บาร์เทโลมี แดส์ซาลส์.” สืบค้น 21 พฤษภาคม 2561. https://catholichaab.com/main/index.php/2015-09-22-02-42-26/2015-09-22-07-46-19/2015-09-22-07-51-08/1055-2016-04-07-08-55-20.
Burra Chater. “The Australia ICOMOS Charter for the Conservation of Places of Cultural Significance.” Burra, South Australia, November 26, 1999.
“Catalogue des Chetrins Du Calvaire.” [เอกสารหอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ] 1866.
Dessalles, R. P. “คุณพ่อขอความอนุเคราะห์จากรัฐมนตรีเรื่องเรือขนส่งวัสดุก่อสร้างจากเมือง Marseille ไปยังSaigon มาถึงบางกอก (1.17.2.37 = 67, VEY 1893-1894).” [หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ] 1894.
Ename Charter. “The ICOMOS Charter for the Interpretation and Presentation of Cultural Heritage Sites.” 2008.
European Charter. “European Charter of the Architectural Heritage.Armsterdam.” October 21-25,1975.
Grassi, B. C. “For the Following Materials Supplied.” [หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ] Febuary, 1, 1894.
Historic Scotland. “Managing Change in the Historic Environment: Setting, Longmore House, Salisbury Place. ” Edinburgh, 2010.
Interpreting Heritage Places and Items. Parramatta: NSW Heritage Office, 2005.
Lettre Communes. “Missions Étrangères de Paris Archive: 1891 a 1893.” Paris. France, n.d.
Martins, J. “O CAMPO DO ROSÁRIO.” Accessed May 15, 2018. https://lusosucessos.blogspot.com/2014/04/gente-ilustreque-representou-portugal.html.
Nairobi Recommendation. “Recommendation Concerning the Safeguarding and Contemporary Role of Historic Areas.” Nairobi, November 26, 1976.
Pom, R. “ที่ดินวัดกาลหว่าร์, 2441 (VIII สมัย Vey จดหมาย 1896-1898).” [เอกสารหอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ] May, 19 1898.
Receretam, M. S. Interview. December 8,2017. (History of KiamHoaHeng, Holy Rosary Church (Interviewer and Translator) Arpichart Kittimethaveenan)
Venice Charter. “2nd International Congress of Architects and Technicians of Historic Monuments.” Venice, May 25-31, 1964.
Washington Charter. “Charter for the Conservation of Historic Towns and Urban Areas.” Washington, D.C., October, 1987.
Wright, A. Twentieth Century Impressions of Siam: Its History, People, Commerce, Industries, and Resources, with which Is Incorporated an Abridged Edition of Twentieth Century Impressions of British Malaya. London: Lloyd's Greater Britain, 1908.
Xi’an Declaration. “Xi'an Declaration on the Conservation of the Setting of Heritage Structures, Sites and Areas.” Xi’an, China, October 21, 2005.