อิทธิพลของดนตรีพื้นหลังที่ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และความคิดสร้างสรรค์ กรณีศึกษา: สภาพแวดล้อมแบบพื้นที่ทำงานร่วมกัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาอิทธิพลของดนตรีพื้นหลังต่ออารมณ์ ความรู้สึก และความคิดสร้างสรรค์ ในสภาพแวดล้อมแบบพื้นที่ทำงานร่วมกัน (co-working space) โดยศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างพื้นที่ทำงานร่วมกันแบบมีดนตรีพื้นหลัง (background music) เป็นดนตรีแนว Jazz Bossa Nova และดนตรีแนว Rock อัตราจังหวะอัลเลโกร และพื้นที่ทำงานร่วมกันแบบไม่มีดนตรีพื้นหลัง โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งอาศัยกรอบแนวคิดแบบ S – O - R Model กำหนดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มอย่างอิสระต่อกันกลุ่มละ 20 คน กลุ่มที่มีดนตรีพื้นหลังรับฟังดนตรีผ่านหูฟังแบบปิดหู ส่วนกลุ่มที่ไม่มีดนตรีพื้นหลังอยู่ในบรรยากาศเสียงปรกติภายในห้องทดลอง พร้อมการทำแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ และแบบการประเมินด้านอารมณ์ ความรู้สึก ภายใต้ทฤษฎี PAD Emotion Model โดยใช้คำคู่ตรงข้ามด้านอารมณ์ ความรู้สึก ผลการทดลองพบว่า แนวดนตรีของกลุ่มที่มีดนตรีพื้นหลังทั้ง 2 กลุ่ม มีอิทธิพลต่อทุกคำคู่ และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มไม่มีดนตรีพื้นหลัง สำหรับการศึกษาเปรียบเทียบอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ พบว่าทั้ง 3 กลุ่มมีอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งกลุ่มดนตรีพื้นหลังแนว Jazz Bossa Nova และกลุ่มดนตรีพื้นหลังแนว Rock มีค่าเฉลี่ยด้านความคิดสร้างสรรค์สูงกว่ากลุ่มไม่มีดนตรีพื้นหลัง สอดคล้องกับความสัมพันธ์ระหว่างระดับการรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกกับคะแนนความคิดสร้างสรรค์ ที่แสดงว่ากลุ่มที่มีดนตรีพื้นหลังทั้ง 2 กลุ่ม มีความสัมพันธ์กันในทางบวกระดับปานกลาง ส่วนพฤติกรรมการกลับมาใช้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกัน พบว่ากลุ่มดนตรีพื้นหลังแนว Jazz Bossa Nova เลือกที่จะกลับมาใช้บริการสูงที่สุด ในขณะที่กลุ่มไม่มีดนตรีพื้นหลังเลือกที่จะกลับมาใช้บริการต่ำที่สุด จากการศึกษานี้แสดงว่าแนวดนตรีทั้ง 2 แนวมีส่วนช่วยส่งเสริมการรับรู้อารมณ์ ความรู้สึก และความคิดสร้างสรรค์ในเชิงบวก และเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งในการเลือกใช้บริการสำหรับสภาพแวดล้อมแบบพื้นที่ทำงานร่วมกัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ช่อผกา กิระพล. (2560, กันยายน-ธันวาคม). ทัศนคติและมุมมองการสร้างความสุขจากดนตรีของผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสาร Veridian E-Journal, 10, 363-373.
ไพรัตน์ วงษ์นาม. (2523). การสร้างแบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
วัลลภ กรานวงษ์. (2556). การฟังเสียงเพลงบรรเลงและการมองภาพสวยงามที่มีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของข้าราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ).
วิจิตพาณี เจริญขวัญ. (2556). ระบบและทฤษฎีทางจิตวิทยา (PSY 4001) (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ศศิธร พุมดวง. (2548, พฤษภาคม-มิถุนายน). ดนตรีบำบัด. วารสารสงขลานครินทร์เวชสาร, 23, 185-191.
สุชาดา สุดปัญญา. (2560, มกราคม-มิถุนายน). ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการธุรกิจออฟฟิตร่วมแบ่งปันในกรุงเทพมหานคร. วารสารการบริหารและจัดการ, 7, 61-71.
สุพิชญา แผ่นทอง. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการฟังเพลงออนไลน์ทางสถานีวิทยุ SEED FM. 97.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง).
อภิชาติ เนินพรหม. (2559). การพัฒนารูปแบบกระบวนการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการคิดสร้างสรรค์สำหรับผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา).
Alvin, J. (1966). Music therapy. London: John Bake.
Fashu, Y. & Jian, K. (2019). Effect of background and foreground music on satisfaction, behavior, and emotional responses in public spaces of shopping malls. Applied Acoustics, 145, 408-419.
Guilford, J. P. (1956). Fundamental statistics in psychology and education (3rded.). New York: McGraw-Hill.
Husain, G., Thompson, F. W., & Schellenberg, G. E. (2002). Effects of musical tempo and mode on arousal, mood, and spatial abilities. Music Perception, 20, 151–171.
Kotler, P. (1973). Atmospherics as a marketing tool. Journal of Retailing, 49, 48-64.
Lemaire, E. (2019). The effect of background music on episodic memory. Psych musicology: Music, mind, and brain, 29, 22–34.
Mehta, R., Zhu, R. & Cheema, A. (2012). Is noise always bad? Exploring the effects of ambient noise on creative cognition. Journal of Consumer Research, 39, 784-799.
Mehrabian, A. & Russell, J. A. (1974). An approach to environmental psychology. Cambridge: MIT Press.
Munro, B. H. (1993). Statistical methods for health care research (6thed.). Philadelphia: Lippincott.
Nightingale, F. (1859). Notes on nursing. Gutenberg: Public Domain.
Osborn, A. F. (1957). Applied imagination. New York: Charles Scribner’s Sons.
Osgood, C. E. & Snider, J. G. (1969). Semantic differential technique: A sourcebook. Chicago: Aldine Publishing Company.