บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้าง ในการประยุกต์ใช้ แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ
Main Article Content
บทคัดย่อ
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา หน่วยงานภาครัฐเริ่มเห็นความสำคัญของการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Model / BIM) ในขั้นตอนการก่อสร้างอาคาร เพื่อช่วยลดปัญหาข้อผิดพลาดหน้างาน ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องหลัก ได้แก่ เจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ ผู้รับจ้างก่อสร้าง และที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management Consultant / CMC) ขณะที่ปัจจุบันการศึกษาอย่างเป็นระบบเรื่องขอบเขตงานด้าน BIM ของ CMC ยังมีค่อนข้างจำกัด และยังขาดข้อมูลสนับสนุนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ BIM ที่ทำงานร่วมกันในโครงการ จึงนำมาสู่วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ BIM ในช่วงก่อสร้าง โดยวิธีการสัมภาษณ์ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานด้วย BIM ทั้ง 7 กรณีศึกษา จำนวน 18 คน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบหน้าที่ของ CMC ในกระบวนการทำงานด้วย BIM
จากการศึกษาพบรูปแบบของกระบวนการพัฒนาแบบจำลอง BIM 4 รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบส่วนมาก คือการจัดทำแบบจำลองสารสนเทศอาคารขึ้นใหม่ในช่วงก่อสร้างโดยผู้รับจ้าง ซึ่งขัดแย้งกับหลักทฤษฎีกระบวนการพัฒนา BIM ส่งผลให้ระยะเวลาสร้างข้อมูลแบบจำลองไม่สอดคล้องกับการเตรียมงานก่อสร้าง อย่างไรก็ดี การศึกษาพบว่าการใช้ BIM เพื่อบริหารงานก่อสร้างมีคุณประโยชน์สำคัญ 3 ลำดับแรก คือ 1) การประสานงานผ่านแบบจำลองในช่วงก่อสร้าง และการจัดทำแบบก่อสร้างจริง (As-built BIM) 2) การจัดทำรายละเอียดสำหรับก่อสร้าง (Shop BIM) และ 3) การวางแผนและติดตามความคืบหน้างานก่อสร้าง ขณะที่ปัญหาสำคัญในการทำงาน คือความพร้อมของ CMC ในการปรับตัวเพื่อทำงานด้วย BIM เช่น ขาดบุคลากรที่มีความชำนาญ BIM ต้องจัดเตรียมค่าลิขสิทธิ์ ค่าซอฟท์แวร์ เพิ่มเติม รวมไปถึงระยะเวลาทำงานไม่เพียงพอเพราะการสร้างข้อมูลขึ้นใหม่ และการระบุหน้าที่รับผิดชอบต่อ BIM ที่ไม่ชัดเจนเนื่องจากเจ้าของโครงการมีความเข้าใจเรื่อง BIM ไม่เพียงพอ
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นความสำคัญของบทบาทที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างต่อ BIM ในช่วงก่อสร้างซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการจำลองการก่อสร้างอาคารเสมือนจริง จึงควรมีส่วนร่วมเพื่อควบคุมคุณภาพของแบบจำลอง BIM ในกระบวนการทำงาน โดยต้องคำนึงถึงปัญหาด้านบุคลากรและกระบวนการเป็นลำดับแรก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา. (2559). ขอบเขตและหน้าที่การใหบริการวิชาชีพการบริหารงานก่อสร้าง (พิมพ์ครั้งที่ 4). วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ทรงพล ยมนาค. (2560, 28 มกราคม). CM-BIM. Facebook. https://www.facebook.com/profile/100070878350658/search/?q=CM-BIM
ธนัชชา สุขขี. (2554). การศึกษาเลือกใช้แบบจำลองข้อมูลอาคารสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล, วีระศักดิ์ ลิขิตเรืองศิลป์, และวิสุทธิ์ ช่อวิเชียร. (2563). การวิเคราะห์เอกสารสัญญาจ้างก่อสร้างสำหรับโครงการก่อสร้างซึ่งใช้การจำลองสารสนเทศอาคาร. ใน พัทรพงษ์ อาสนจินดา (บ.ก.), วิศวกรรมโยธากับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 25 (น. 422-431). Thaince. https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/view/694
พิชชานันท์ สวัสดิ์เอื้อ. (2561). การศึกษาการเปลี่ยนแปลงขอบเขตหน้าที่ผู้ควบคุมงานตามสัญญาจ้างของโครงการอาคารหน่วยงานของรัฐ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. (2560, 23 สิงหาคม).ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอน พิเศษ 210 ง หน้า 57-58.
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2560). แนวทางการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM Guide). สมาคม.
สมาคมแบบจำลองสารสนเทศอาคาร. (2564). แนวทางการจัดทำวัตถุและวัสดุก่อสร้างสำหรับแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Thailand BIM object construction material guideline). สมาคม.
สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย. (2561, 23 สิงหาคม). มาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพการควบคุมงานก่อสร้าง [เอกสารนำเสนอ]. โครงการสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพใหม่และการปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพ, สภาวิศวกร กรุงเทพฯ.
สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2558). แนวทางการใช้งานแบบจําลองสารสนเทศอาคารสำหรับประเทศไทย (Thailand BIM guideline).สมาคม.
สุดากาญจน์ ธนาวุฒิ. (2562). สถานการณ์ของการจัดทำแบบจำลองสารสนเทศอาคารก่อสร้างจริงในประเทศไทย ช่วงปีพ.ศ. 2553- 2562 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Budak, A. & Karataş, I. (2022). Impact of the BIM system in construction management services in developing countries; Case of Turkey. Department of Civil Engineering, Osmaniye Korkut Ata University.
Computer Integrated Construction Research Program [CIC]. (2013). The uses of BIM classifying and selecting BIM uses. Pennsylvania State University. https://www.cic.psu.edu/
Computer Integrated Construction Research Program [CIC]. (2021). BIM project execution planning guide – Version 3.0. Pennsylvania State University. https://www.cic.psu.edu/
Eastman, C., Teicholz, P., Sack, R., & Liston, K. (2011). BIM handbook: A guide to building information, modeling for owners, designers, engineers, contractors, and facility managers (2nd ed.). John Wiley & Sons.
European Federation of Engineering Consultancy Associations [EFCA]. (2019). BIM and ISO 19650 from a project management perspective. https://www.efca.be/
Eynon, J. (2016). Construction manager’s BIM handbook. John Wiley & Sons.
Hardin, B. & Mccool, D. (2015). BIM and construction management proven tools, methods, and workflows (2nd ed.). John Wiley & Sons.
Hergunsel, M. F. (2011). Benefits of building information modeling for construction managers and BIM based scheduling [Unpublished graduate thesis]. Worcester Polytechnic Institute.
Xu, X., Ma, L., & Ding, L. (2014). A framework for BIM-enabled life-cycle information management of construction project. Hubei Key Laboratory of Control Structure, Huazhong University of Science & Technology.
Yalcinkaya. M. & Arditi, D. (2013). Building Information Modeling (BIM) and the construction management body of knowledge. Department of Structural Engineering and Building Technology, Aalto University.