พฤติกรรม ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจและความพึงพอใจ ของนักท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่มีน้ำพุร้อนตามธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ กรณีศึกษา บ่อน้ำร้อนพรรั้ง ธาริน ฮอทสปริง จังหวัดระนอง และวารีรัก ฮอทสปริง แอนด์ เวลเนส จังหวัดกระบี่

Main Article Content

รัฐวิชญ์ เศรษฐยุกานนท์
ไตรรัตน์ จารุทัศน์

บทคัดย่อ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจและส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวที่มีน้ำพุร้อนตามธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ปัจจัยการตัดสินใจ ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อองค์ประกอบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีน้ำพุร้อนตามธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ โดยกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้ คือนักท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อน 3 แห่ง ได้แก่ บ่อน้ำร้อนพรรั้ง ธาริน ฮอทสปริง จังหวัดระนอง และวารีรัก ฮอทสปริง แอนด์ เวลเนส จังหวัดกระบี่ โดยทำแบบสอบถามนักท่องเที่ยวจำนวน 410 คน สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการ 3 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ 1 คน


ผลการศึกษาพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีช่วงอายุ 41-50 ปี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทหรือพนักงานเอกชน มีรายได้อยู่ในช่วง 10,000-25,000 บาทต่อเดือน มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่อาศัยในภาคใต้ มีวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ส่วนใหญ่มาท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติเป็นครั้งแรกใช้เวลาในสถานที่น้อยกว่า 1 วัน มักเดินทางมากับครอบครัวหรือญาติ มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 100 บาท รับรู้แหล่งท่องเที่ยวโดยเพื่อนหรือคนรู้จัก 2) นักท่องเที่ยว ให้ระดับความสำคัญในปัจจัยการตัดสินใจท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติต่อองค์ประกอบการท่องเที่ยว เรียงลำดับดังนี้ ด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านกิจกรรม ด้านการบริหารแหล่งท่องเที่ยว ด้านที่พัก และด้านการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว โดยรวมนักท่องเที่ยวพึงพอใจระดับมากที่สุด มีแนวโน้มกลับมาใช้ซ้ำและบอกต่อคนรู้จัก และองค์ประกอบการท่องเที่ยว ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านการบริหารแหล่งท่องเที่ยว และด้านกิจกรรมมีความสัมพันธ์ต่อระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว 3) นักท่องเที่ยวเสนอให้เพิ่มกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยว เช่น นวด สปา พัฒนาและปรับปรุงทางเข้าและทางสัญจรของแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มบริการร้านอาหาร พัฒนาการบริการของเจ้าหน้าที่ และพัฒนากายภาพบ่อน้ำแร่ ทางผู้ประกอบการเสนอแนะให้เข้าใจบริบท คำนึงถึงจุดเด่นของน้ำพุร้อน สังเกตกลุ่มนักท่องเที่ยว ปรับสภาพแหล่งท่องเที่ยวตามความต้องการของนักท่องเที่ยว

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2559). รายงานสรุปผลนโยบายการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical hub) งบประมาณ พ.ศ. 2559. https://hss.moph.go.th/fileupload_doc/2017-12-18-1-17-37017767.pdf

เกศวลีณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2562). การประเมินความพร้อมของแหล่งน้ำพุร้อน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่สู่การพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์].PSU Knowledge Bank. http://kb.psu.ac.th/psukb/handle/2016/12949

จิตพิสุทธิ์ หงษ์ขจร. (2560). ส่วนประสมทางการตลาด 7Ps ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository. https://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/58416

ธาริน ฮอทสปริง. (2565). บ่อน้ำพุร้อน ธาริน ฮอทสปริง. https://www.facebook.com/tarynhotsprings

ราณี อิสิชัยกุล และรชพร จันทร์สว่าง. (2558). นโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประเภทพุน้ำร้อนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย (โครงการวิจัยย่อยที่ 4) : รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.

วาสนา ขวัญทองยิ้ม และพีรวัส หนูเกต. (2562, 5-6 สิงหาคม). ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประเภทบ่อน้ำร้อนในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน. ใน การประชุมวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับชาติ ครั้งที่ 2 (น. 1093-1105). สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.

วิคิเนีย มายอร์. (2555) การศึกษาแรงจูงใจการท่องเที่ยวและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนรักษะวารินและบ่อน้ำร้อนพรรั้ง จังหวัดระนอง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์]. DPU Library. https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/149668.pdf

สำพันธ์ ขุนราช. (2553). การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อนธรรมชาติให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

โสภา จำนง, รัศมี ธัชไท กีรติพงศ์ไพบูลย์, และกัลย์ธีรา ชุมปัญญา. (2558). แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศ. วารสารเศรษฐกิจและสังคม, 52(1), 17-25.

อริศรา ห้องทรัพย์. (2554). แนวทางพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแหล่งน้ำพุร้อนในภูมิภาคทางตอนเหนือของประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository. https://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45789

Global Wellness Institute. (2014). Thermal/mineral springs economy monitor.https://globalwellnessinstitute.org/industry-research/global-spa-wellness-economy-monitor-2014/

Global Wellness Institute. (2022). The global wellness economy: Country ranking. https://globalwellnessinstitute.org/industry-research/2022-global-wellness-economy-country-rankings/

Siripooththilak, V. (2018). Guideline of the hot spring management to promote the quality of health tourism In Thailand [Doctoral dissertation, National Institute of Development Administration]. NIDA Wisdom Repository. http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4524

Subtavewung, P., Raksaskulwong, M., & Tulyatid, J. (2005, April 24-29). The characteristic and classification of hot springs in Thailand [Paper presentation]. Proceedings World Geothermal Congress 2005 “Geothermal Energy: The Domestic, Renewable, Green Option.” Antalya, Turkey.