การศึกษาเวลามาตรฐานของกิจกรรมทาสีด้วยวิธีการจับเวลาโดยตรง

Main Article Content

สมจินตนา แขนงแก้ว
นที สุริยานนท์
รณกฤต ตันสว่างกุล
จิตวิทย์ เส้งสุ้น
ธวัชชัย วงศ์อริยวัฒน์
นัทธพงศ์ สมร
ปิยะพงษ์ แสนสี
อนุชา กล้าผจญ

บทคัดย่อ

การบริหารงานก่อสร้างเป็นกระบวนการสำคัญในการจัดการทรัพยากรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง มีความซับซ้อน เนื่องจากแต่ละโครงการมีลักษณะเฉพาะที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายประการ ส่งผลต่อผลิตภาพแรงงานอย่างมีนัยสำคัญทำให้แผนงานก่อสร้างของแต่ละโครงการมีความจำเพาะ กิจกรรมการทาสีถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในงานก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรม ทำหน้าที่เสริมสร้างความสวยงามและสุนทรียภาพให้กับอาคารและปกป้องพื้นผิววัสดุจากการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อม ความชื้น หรือสารเคมีต่าง ๆ จากการศึกษางานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลให้โครงการก่อสร้างเกิดความล่าช้า โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเตรียมพื้นผิวที่ไม่เหมาะสม ทักษะของแรงงาน สภาพพื้นที่ทำงาน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการขาดการวางแผนงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ


การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเวลามาตรฐานสำหรับกิจกรรมทาสียังมีอยู่อย่างจำกัด อาจส่งผลให้ข้อมูลเวลามาตรฐานที่ใช้     ในการวางแผนงานก่อสร้างไม่สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงและนำไปสู่ความล่าช้าของโครงการได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเวลามาตรฐานของกิจกรรมทาสีโดยใช้วิธีการจับเวลาโดยตรง กรณีศึกษาการทาสีบันไดหนีไฟในส่วนของงานสถาปัตยกรรม โครงการก่อสร้างอาคารสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ จากการศึกษาพบว่า เวลามาตรฐานของกิจกรรมย่อยจำนวน 14 งาน ในกิจกรรมทาสีบันไดหนีไฟอยู่ที่ 587.90 นาที หรือคิดเป็น 9.79 ชั่วโมงต่อพื้นที่ทาสี 20 ตารางเมตร เมื่อพิจารณาระยะเวลาดำเนินการของแต่ละกิจกรรมย่อย พบว่า 3 อันดับการใช้เวลามากที่สุด ได้แก่ อันดับที่ 1 คือกิจกรรมรอสีครั้งที่ 1 แห้ง ใช้เวลา 211.40 นาที อันดับที่ 2 คือกิจกรรมรอสีรองพื้นแห้ง ใช้เวลา 209.90 นาที และอันดับที่ 3 คือกิจกรรมการทำความสะอาดอุปกรณ์ ใช้เวลา 29.80 นาทีตามลำดับ ทั้งนี้ เวลามาตรฐานของกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้นอาจเกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทักษะฝีมือของแรงงานก่อสร้าง สภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น สภาพอากาศพื้นที่ทำงาน เป็นต้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2553). รายละเอียดการทาสีอาคาร. https://www.smpkhos.go.th/supplies/70873122.pdf

เจริญทรัพย์ งอยจันทร์ศรี และพิชญ์ สุธีรวรรธนา. (2563, 15–17 กรกฎาคม). สาเหตุของงานบกพร่องในงานก่อสร้าง ต้นทุนในการแก้ไข และแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ : กรณีศึกษางานก่อสร้างโรงแรม 1 แห่ง [เอกสารนำเสนอในที่ประชุม]. การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 25. จ.ชลบุรี. https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/view/66

ฉันนนรี ชะอุ่ม. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อความล่าช้าของงานก่อสร้างในโครงการบ้านจัดสรรระบบสำเร็จรูป [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.

ธนกฤต ห้วยหงส์ทอง, ธีรดนย์ โยธาทูล, และศรัณยู พรมศร. (2561). การประยุกต์ใช้แผนภูมิหลายกิจกรรมในการปรับปรุงผลิตภาพ (กรณีศึกษาการก่อสร้างบ้านจัดสรร). วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งรัตนโกสินทร์, 1(3), 33–44. https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/RJST/article/download/243378/165137

ประเสริฐ ดำรงชัย. (2552). การวางแผนงานก่อสร้าง. ศูนย์บริหารจัดการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

พรทิวา บัวแดง และสุชัญญา โปษยะนันทน์. (2566, 24–26 พฤษภาคม). ปัญหาในการบริหารงานก่อสร้างที่ส่งผลกระทบจนเกิดความล่าช้าของงานโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า [เอกสารนำเสนอในที่ประชุม]. การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 28. จ.ภูเก็ต. https://conference.thaince.org/index.php/ncce28/article/download/2272/1326/33255

พรศิริ คำหล้า, เจษฎา ยาโสภา, ธัญญาระตน์ ไชยกำบัง, ปิยณัฐ โตอ่อน, รัชฎา แต่งภูเขียว, ณัฐนันท์ อิสสระพงศ์, และกำธร สารวรรณ. (2564). การศึกษาเวลามาตรฐานในกระบวนการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จด้วยการจับเวลาโดยตรง. วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 6(2), 41–51. https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/journalindus/article/view/245448

พีร์นิธิ อักษร. (2565). การวิเคราะห์ผลิตภาพในการก่อสร้าง. ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน). (2568a). ทีโอเอ ไฮโดร ควิก ไพรเมอร์. https://www.toagroup.com/storage/downloads/technical%20data/2021/decorative/ultra-premium/primer/toa-tds-toa-hydro-quick-primer-th.pdf

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน). (2568b). สีน้ำโฟร์ซีซั่นส์ สำหรับภายใน. http://toagroup.com/storage/downloads/technical%20data/2024/decorative/medium/interior/toa-tds-4season-for-interior-matt-th.pdf

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน). (2566). คู่มือการทำงานงานทาสีภายในและภายนอก. https://rb.gy/g6jk14

Ajia, J. B. (2002). An appraisal of work output on construction sites [Unpublished master thesis]. Ahmadu Bello University.

Akeredolu, T. B. (2014). An empirical determination of labour outputs for wall tiles (A case study of Kaduna State and Abuja [Unpublished master thesis]. Ahmadu Bello University.

Barnes, R. M. (1991). Motion and time study: Design and measurement of work. John Wiley & Sons.

Bramble, B. B., & Callahan, M. T. (2010). Construction delay claims. Aspen.

Fagbenle, O., Joshua, O., Afolabi, A., Ojelabi, R., Fagbenle, O., Fagbenle, A., & Akomolafe, M. (2018, March). Cost management practice of construction firms and its influencing factors: Lessons from southwestern Nigeria. Construction Research Congress 2018, 692-700. https://ascelibrary.org/doi/abs/10.1061/9780784481271.067

Freivalds, A. (2014). Niebel’s methods, standards, and work design. McGraw-Hill.

Gide, A. (2011). Determination of labour outputs cement and sand and terrazzo finishes in Nigeria [Unpublished master thesis]. Ahmadu Bello University.

Groover, M. P. (2007). Work systems and the methods, measurement, and management of work. Pearson Prentice Hall.

Kanawaty, G. (Ed.). (1992). Introduction to work study. International Labour Organization.

Kazaz, A., Manisali, E., & Ulubeyli, S. (2008). Effect of basic motivational factors on construction workforce productivity in Turkey. Journal of Civil Engineering and Management, 14(2), 95-106. https://doi.org/10.3846/1392-3730.2008.14.4

Maynard, H. B., Stegemerten, G. J., & Schwab, J. L. (1948). Methods-time measurement. McGraw-Hill.

Meszek, W., Rejment, M., & Dziadosz, A. (2019, September). Disturbance analysis and their impact on delays in construction process. IOP Conference Series: Materials Science and Engineering, 603(5), 052002. https://doi:10.1088/1757-899X/603/5/052002

Prakash, C., Rao, B. P., Shetty, D. V., & Vaibhava, S. (2020). Application of time and motion study to increase the productivity and efficiency. Journal of Physics: Conference Series, 1706(1), 012126. https://doi.org/10.1088/1742-6596/1706/1/012126

Prakashbhai, P. S., Ankitkumar, P., & Patel, S. (2020). Time and motion study of construction activities in industrial building. International Research Journal of Engineering and Technology, 7(6), 6583-6593. https://www.irjet.net/archives/V7/i6/IRJET-V7I61225.pdf

Salvendy, G. (Ed.). (2001). Handbook of industrial engineering: Technology and operations management (3 rd ed.). John Wiley & Sons.

Shuaibu, A. (2010). Determination of labour outputs for roof carcassing, roof covering and painting in the Nigeria construction industry [Unpublished master thesis]. Ahmadu Bello University.

Walker, D. H. (1995). An investigation into construction time performance. Construction Management and Economics, 13(3), 263-274. https://doi.org/10.1080/01446199500000030