การใช้สื่อการเรียนการสอนแบบจำลองสร้างตัวอย่างผลกระทบอาคารจากแผ่นดินไหว ในการเรียนรู้การออกแบบอาคารเพื่อรองรับแผ่นดินไหว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การเรียนรู้การออกแบบอาคารเพื่อรองรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวต้องอาศัยการเชื่อมโยงความเข้าใจเชิงกลไกของแรงแผ่นดินไหว พฤติกรรมของโครงสร้าง และการตัดสินใจเชิงออกแบบ อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมาแม้ช่วยให้ผู้เรียนรับรู้เนื้อหาเชิงทฤษฎีได้ แต่ยังพบข้อจำกัดในการพัฒนาการคิดเชิงวิเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้ในบริบทการออกแบบจริง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้สื่อการเรียนการสอนแบบจำลองต่อการเรียนรู้การออกแบบอาคารเพื่อรองรับแผ่นดินไหว และศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเข้าใจและการคิดเชิงวิเคราะห์ด้านการออกแบบของผู้เรียน
การวิจัยเป็นการวิจัยในชั้นเรียนโดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการเรียน ร่วมกับการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 5 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย สื่อการเรียนการสอนแบบจำลองแสดงพฤติกรรมและความเสียหายของอาคารจากแผ่นดินไหว แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน ที่วัดผลการเรียนรู้ 3 ระดับ ได้แก่ ความเข้าใจ การวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ และแบบสอบถามความคิดเห็น การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน
ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทั้งในภาพรวมและทุกระดับการวัด โดยระดับความเข้าใจแรงแผ่นดินไหวและการประยุกต์ใช้แนวคิดการออกแบบมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ในขณะที่ระดับการวิเคราะห์พฤติกรรมอาคารมีความแตกต่างของคะแนน (p < .05) และมีเพียงข้อที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตำแหน่งลดแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ผู้เรียนมีความคิดเห็นอยู่ในระดับสูงต่อบทบาทของสื่อแบบจำลองและต่อความสำคัญของการออกแบบอาคารเพื่อรองรับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
โดยสรุป สื่อการเรียนการสอนแบบจำลองมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแรงแผ่นดินไหวและพฤติกรรมอาคาร และเอื้อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจเชิงออกแบบได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ความสามารถในการวิเคราะห์เชิงเหตุและผลเพื่ออธิบายพฤติกรรมของอาคารยังต้องอาศัยการพัฒนาเพิ่มเติม ผลดังกล่าวสะท้อนว่า สื่อแบบจำลองทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะตัวกลางระหว่างความรู้เชิงทฤษฎีกับการประยุกต์เชิงออกแบบ อย่างไรก็ตามการสร้างการวิเคราะห์ของผู้เรียนจำเป็นต้องอาศัยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการชี้นำและจัดกรอบการคิดควบคู่ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่รับรู้จากแบบจำลองกับหลักการเชิงโครงสร้างได้อย่างเป็นลำดับและมีเหตุผลมากยิ่งขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2556). การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย. กรม.
กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2554a). คู่มือปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและการก่อสร้างอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว. กรม.
กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2554b). แนวทางการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหว. กรม.
กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2561). มาตรฐานการออกแบบอาคารเพื่อรองรับแผ่นดินไหว. กรม.
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. กรมทรัพยากรธรณี. (2554). แผ่นดินไหวกับประเทศไทย. กรม.
กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). แนวทางการจัดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นสมรรถนะทางสาขาวิชาชีพ. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กานต์ธีรา ภูริวิกรัย. (2564). การศึกษาโลกในศตวรรษที่ 21 : ระบบยังเหลื่อมล้ำ การเรียนรู้ยังวิกฤต. https://www.eef.or.th/global-education/
ชาญชัย ยมดิษฐ์. (2548). เทคนิคและวิธีการสอนร่วมสมัย. หลักพิมพ์.
บุรินทร์ เวชบรรเทิง. (ม.ป.ป.). ความรู้พื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับแผ่นดินไหว. สำนักแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา.
ประดินันท์ อุปรมัย. (2540). มนุษย์กับการเรียนรู้. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาพื้นฐานการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 15, น. 117-155). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พันธพัฒน์ บุญมา, นุชนาฏ ดีเจริญ, และธนิก หมื่นคำวัง. (2568). การพัฒนาทักษะของผู้เรียนในการประมาณราคาก่อสร้างโดยการใช้เทคนิคสร้างความเข้าใจในมุมมอง 3 มิติ. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า, 12(1), 147–160.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีการสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.
Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. Longman.
Bruner, J. S. (1961). The act of discovery. Harvard Educational Review, 31(1), 21–32.
de Jong, T., & van Joolingen, W. R. (1998). Scientific discovery learning with computer simulations of conceptual domains. Review of Educational Research, 68(2), 179–201.
Federal Emergency Management Agency. (2006). Earthquake-resistant design concepts. https://www.fema.gov
Fink, S. L. (1967). Crisis and motivation: A theoretical model. Archives of Physical Medicine and Rehabilitation, 48(11), 592–597.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning (2nd ed.). Cambridge University Press.
Murray, E. J., & Zentner, J. P. (1975). The assessment of human behavior. Brooks/Cole.
Oxman, R. (2008). Digital architecture as a challenge for design pedagogy: Theory, knowledge, models and medium. Design Studies, 29(2), 99–120. https://doi.org/10.1016/j.destud.2007.12.003
Priestley, M. J. N., Calvi, G. M., & Kowalsky, M. J. (2007). Displacement-based seismic design of structures. IUSS Press.
Sezen, H., & Moehle, J. P. (2004). Shear strength model for lightly reinforced concrete columns. ACI Structural Journal, 101(2), 169–177.
Smetana, L. K., & Bell, R. L. (2012). Computer simulations to support science instruction and learning: A critical review of the literature. International Journal of Science Education, 34(9), 1337–1370. https://doi.org/10.1080/09500693.2011.605182
Sweller, J. (1988). Cognitive load during problem solving: Effects on learning. Cognitive Science, 12(2), 257–285. https://doi.org/10.1207/s15516709cog1202_4
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.