แนวทางการพัฒนาที่พักริมทางในสถานีบริการน้ำมัน ภายใต้แนวคิดที่พักริมทาง กรณีศึกษาสถานีบริการน้ำมัน พีที แม็กซ์แคมป์ ในเขตปริมณฑล
Main Article Content
บทคัดย่อ
การขนส่งทางถนนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเดินทางระยะไกลบนถนนเส้นทางหลักมีการจราจรหนาแน่นทั้งวัน ความต้องการจุดพักรถที่มีความเหมาะสมและปลอดภัยจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการพักผ่อน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบที่พักริมทางทั้งในและต่างประเทศ สำรวจและวิเคราะห์องค์ประกอบทางกายภาพและสภาพปัจจุบัน รวมถึงวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้มาใช้บริการ เพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพของที่พักริมทางในสถานีบริการน้ำมัน งานวิจัยนี้ใช้การวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ เครื่องมือวิจัยคือ แบบสำรวจทางกายภาพ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก โดยเลือกกรณีศึกษา สถานีบริการน้ำมันพีที แม็กซ์แคมป์จำนวน 4 สาขาในเขตปริมณฑล
ผลการวิจัยพบว่า มาตรฐานสากลเน้นการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลางและการฟื้นฟูสภาพร่างกายเพื่อลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ระยะไกล จากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน พบว่า ผู้ใช้บริการกังวลเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน ในด้านพฤติกรรมผู้ใช้บริการ สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มผู้ใช้บริการประจำซึ่งใช้พื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการทำงาน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับห้องอาบน้ำ และกลุ่มผู้ใช้บริการขาจร โดยมีแนวทางพัฒนาสำคัญ 2 ด้าน คือด้านการบริหาร ควรมุ่งเน้นความปลอดภัยและการรองรับการพักค้างคืน ขณะที่ด้านการบริการ ควรเน้นการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ได้แก่ ห้องอาบน้ำและตู้เก็บของ เพื่อยกระดับมาตรฐานที่พักริมทางให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า สถานีบริการน้ำมันมีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นจุดพักริมทาง ซึ่งมีองค์ประกอบพื้นฐานรองรับอยู่ จึงเสนอแนวทางการปรับปรุง โดยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพื่อความเป็นส่วนตัว การเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พักริมทางเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงฉบับที่ 55 พ.ศ. 2543 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522. (2543, 7 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 117 ตอนที่ 75ก หน้า 16–30.
กรมทางหลวง. (2560). ที่พักริมทาง (rest area) บนโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง. http://www.doh-motorway.com/master-plan/rest-area-plan/#footnote-1
โกศล จึงเสถียรทรัพย์. (2554). สิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยาผู้ป่วยในสถานพยาบาลตามแนวทางพระพุทธศาสนาเถรวาท [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ไตรรัตน์ จารุทัศน์ และชนิสรา ญาณประภาศิริ. (2568). มาตรฐานการออกแบบเพื่อทุกคน สำหรับอาคารสาธารณะ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิศาชล อัครปัญญาวิทย์. (2559). การพัฒนาการวางผังและการจัดการพื้นที่ใช้สอยสำหรับที่พักนักเดินทางริมถนนทางหลวงสายหลักในประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. TU Digital Collections. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:91341
สิริรัตน์ แก้วมณีเลิศ และชิณโสณ์ วิสิฐนิธิกิจา. (2561). แนวทางการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล. Veridian E-Journal, Silpakorn University (ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ), 11(3), 2355–2370. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/155016
อรรจน์ เศรษฐบุตร. (2557). นิเวศวิทยสถาปัตย์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). อมรินทร์.
Alkhatni, S., Ishak, S. Z., & Milad, A. (2021). Characteristics and potential impacts of rest areas proximate to roadways: A review. The Open Transportation Journal, 15(1), 260–267. https://opentransportationjournal.com/VOLUME/15/PAGE/260/
Auernhammer, J. M. K., & Leifer, L. (2019). Is organizational design a human-centered design practice? Proceedings of the Design Society: International Conference on Engineering Design, 1(1), 1205–1214. https://www.cambridge.org/core/services/aop-cambridge-core/content/view/FF316F19920A2906C401EF455803AC2B/S2220434219001264a.pdf/is-organizational-design-a-human-centered-design-practice.pdf
De Chiara, J., & Crosbie, M. J. (2001). Time-saver standards for building types (4th ed.). McGraw-Hill.
Greenberg, S., Aislinn, P., & Kirsten, D. (2016). Development and validation of the fatigue state questionnaire: Preliminary findings. The Open Psychology Journal, 9(1), 10–16. https://openpsychologyjournal.com/contents/volumes/V9/TOPSYJ-9-50/TOPSYJ-9-50.pdf
Karlen, M. (2004). Space planning basics (2nd ed.). John Wiley & Sons.
Miles, M. E., Nadel, H. J., Berens, G. L., & Weiss, M. A. (2007). Real estate development: Principles and process (4th ed.). Urban Land Institute.
Phatrabuddha, S., Wonginta, T., & Phatrabuddha, N. (2018). Development of work-rest model for reducing fatigue among long-distance chemical truck drivers: A case study of industrial gas transport. Applied Environmental Research, 40(3), 65–76. https://digital.car.chula.ac.th/aer/vol40/iss3/7/
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift Voor Onderwijs Research, 2, 49–60.
Spławińska, M. (2019). Use of rest areas by passenger car drivers on fast road network in Poland. MATEC Web of Conferences, 262, 05013. https://www.matec-conferences.org/articles/matecconf/pdf/2019/11/matecconf_krynica2018_05013.pdf
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). Harper & Row.